วันนี้ เราจะมาคุยถึงการใช้วิตามินและสารเสริมเพื่อบำบัดโรคเบาหวานกันค่ะ
สารเส้นใยกับเบาหวาน
สารเส้นใยทำหน้าที่เป็นฟางข้าวคอยดูดซับอาหารที่เรากินเข้าไปติดตัวมันไว้แล้วพาออกนอกร่างกาย
สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน สารเส้นใยจะคอยซับไขมันและน้ำตาลที่กินเข้าไปออกทิ้งจำนวนหนึ่งเป็นการลดปริมาณไขมันและน้ำตาลที่จะเข้าสู่ร่างกายทางหนึ่ง
จากการศึกษาของหน่วยโภชนวิทยา
ร.พ.รามาธิบดี พบว่า หากให้กินสารเส้นใย 2 ช้อนชาก่อนดื่มน้ำอัดลม
15 นาที ระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่สูงเท่าคนที่ดื่มน้ำอัดลมอย่างเดียว
แสดงว่าสารเส้นใยสามารถลดปริมาณน้ำตาลที่จะเข้าสู่ร่างกาย
และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
ในแต่ละวัน
ร่างกายต้องการสารเส้นใยไม่น้อยกว่า 20 กรัม แต่ไม่ควรเกิน
35 กรัม เพราะหากร่างกายได้สารเส้นใยมากไป อาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางตัวที่จำเป็นต่อร่างกายได้
สารสกัดจากใบแปะก๊วยกับอาการข้างเคียงของเบาหวาน
สารสกัดจากใบแปะก๊วยจะช่วยป้องกันจอตาเสื่อมจากเบาหวานหรือ
"ภาวะเบาหวานขึ้นตา" จากการทดลองพบว่าหากให้ผู้ป่วยเบาหวาน
และมีอาการทางตา เช่น การรับสีผิดเพี้ยนไป กินสารสกัดแปะก๊วยนาน
6 เดือน ปัญหาการมองเห็นสีดีขึ้น
แผลเรื้อรังจากเบาหวาน
ส่วนมากจะเกิดที่นิ้วเท้า ข้อเท้า เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
หากใช้สารสกัดใบแปะก๊วยไประยะหนึ่ง การสมานคืนจะดีขึ้นเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
แนะนำให้ใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยขนาด
60 มิลลิกรัม วันละ 3 เม็ดก็พอ
ส่วนผลข้างเคียงนั้นพบว่า
การใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยที่สกัดเอาพิษออกหมดแล้ว จะไม่มีผลข้างเคียง
แต่ถ้าใช้ใบแปะก๊วยโดยไม่ได้สกัดเอาสารพิษออก จะเป็นอันตรายต่อตับ
ดังนั้นไม่ควรใช้ยาเม็ดแคปซูลแปะก๊วยที่บรรจุผงป่นจากใบ
หรือใช้ใบชงเป็นชาดื่ม จะทำให้ตับอักเสบได้
มีรายงานว่าคนที่ใช้สารสกัดใบแปะก๊วยร่วมกับวิตามินซี
วิตามินอี น้ำมันปลา หรือใช้กับยาละลายเลือด เช่น วาฟารีน
แล้วมีเลือดออกในสมอง ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
กรดไลโปอิคกับเบาหวาน
กรดไลโปอิคเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ได้เกือบครอบจักรวาล
เช่น เพิ่มฤทธิ์ของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง
แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างได้น้อยลง กรดไลโปอิคปรากฏโฉมบนชั้นในร้านสุขภาพเมื่อไม่นานนี้เอง
และเป็นที่นิยมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในยุโรป
กรดไลโปอิคมีผลในการปรับระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานให้กลับเป็นปกติ
โดยเฉพาะในรายที่มีอาการดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นเบาหวานที่เกิดกับคนวัยกลางคน
และเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานส่วนใหญ่
แนะนำให้ใช้กรดไลโปอิคเม็ดละ
50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
โครเมียมกับเบาหวาน
โครเมียมเป็นเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการวันละเพียงเล็กน้อย
แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ร่างกายจะขาดโครเมียมเมื่อกินข้าวขัดขาว
สูงอายุ ตั้งครรภ์ หรือเมื่อออกกำลังกายหนักมากเกินไป
เราสามารถหาแหล่งอาหารที่มีโครเมียมสูงได้จาก
จมูกข้าวสาลี ตับวัวบรูเออร์ยีสต์ ไก่ น้ำมันข้าวโพด และหอย
ในแป้งขัดขาว และผลไม้จะมีโครเมียมน้อย
ในผู้สูงอายุที่ความทนทานต่อกลูโคสเสียไป
เป็นเบาหวาน เมื่อกินยีสต์ที่มีโครเมียมสูง จะมีความทนต่อกลูโคสมากขึ้น
ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
ปริมาณที่ใช้ไม่เกินวันละ
200 ไมโครกรัม
สะดวกวิธีไหนก็เลือกใช้วิธีนั้นนะคะ
คุณจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการกินยารักษาเบาหวานไปตลอดชีวิต
และไตของเราจะได้อยู่คู่กับเรานานนาน