ร่วมก่อตั้งชมรมอยู่ร้อยปี-ชีวีเป็นสุข
ในปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐบาลลอยค่าเงินบาท
เกิดภาวะล้มละลายของกิจการต่างๆ ผู้คนถูกออกจากงาน สภาวะจิตใจของคนทั้งประเทศตกต่ำเป็นประวัติการณ์
ในภาวะนั้นผู้นำสุขภาพหลายท่านได้แก่ นพ.เฉก ธนะสิริ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
พล.อ.สายหยุด เกิดผล อ.ทวี บุตรสุนทร นพ.ชินโอสถ หัสบำเรอ ได้ร่วมกับนพ.บรรจบ
ชุณหสวัสดิกุล ก่อตั้งชมรมอยู่ร้อยปี-ชีวีเป็นสุขขึ้น ด้วยเราแต่ละคนต่างเล็งเห็นว่า
ในภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำเช่นนั้น ถ้าปล่อยให้ผู้คนเคร่งเครียด แถมไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค
และการดำเนินชีวิตประจำวัน มีหวังที่จะเกิดโรคเจ็บป่วยต่างๆอีกมากมาย
ทั้งโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน กระทั้งโรคมะเร็ง ซึ่งโรคเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายการรักษาเป็นจำนวนมาก
และในภาวะที่แต่ละคนยากจนผิดปกติกันไปเช่นนั้น จะไม่มีเงินทองที่จะพอรักษาอีกด้วย
จึงจำเป็นอยู่เองที่ผู้รู้ทางสุขภาพทั้งหลายจะรวมตัวกันก่อตั้งชมรมฯดังกล่าวขึ้น
เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้สุขภาพที่ดีแก่ประชาชน
ชมรมอยู่ร้อยปีฯ
ได้ร่างหลักสุขภาพ 12 ประการขึ้นเสนอแนะแก่ประชาชน ดังนี้คือ:
1. ส่งเสริมวิถีชีวิตอันเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนไทย
ด้วยการพึ่งตนเอง เป็นหลัก ทำงานขยันขันแข็ง ใช้จ่ายอย่างประหยัดมัธยัสถ์
2. ส่งเสริมวิถีชีวิตแบบสังคมชนบท
เกษตรกรรมธรรมชาติแบบผสมผสาน ด้วยการสร้างสังคมระดับหมู่บ้าน ตำบลที่อยู่ใกล้ธรรมชาติ
มีระบบการผลิตและหมุนเวียนบริโภคของตนเอง และพึ่งตนเองได้
3. กินอย่างไทย ปรุงอาหารกินเองในบ้าน
ลดละการกินอาหารตะวันตกและอาหารจีน อย่ากินอาหารจนล้นเกิน กินแต่พออิ่ม
เลิกสารปรุงแต่งอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร เช่นผงชูรส
4. กินข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ
แทนการกินข้าวขาว หรืออาหารทำจากแป้งขัดขาว ไม่กินน้ำตาลฟอกขาว ขนมหวาน
น้ำอัดลม ไม่ใช้น้ำตาลปรุงอาหารจนมากเกินควร
5. ลดการกินไขมันชนิดที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง
ไดแก่ไขมันจากสัตว์ น้ำมันจากมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม เลือกใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง
ใช้น้ำมันปรุงอาหารวันละประมาณ 3 ช้อนชาสำหรับแต่ละคน
6. ลดการกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
เหลือเท่าที่จำเป็น ในผู้ใหญ่ให้กินเนื้อสัตว์ไม่เกินวันละ 1 ขีด (100กรัม)
ในเด็กวัยเจริญเติบโตให้กินเนื้อสัตว์ไม่เกินวันละ 2 ขีด (200 กรัม)
เลือกกินอาหารทะเล เช่น ปลา ปู กุ้งทะเลยังพอจะถือว่าปลอดภัย ละเลิกการกินกุ้งกุลาดำ
เพราะมีสารปฏิชีวนะตกค้างสูงมาก
7. กินผักสด ผลไม้สดให้มาก
อย่างน้อยวันละ 5 ส่วนบริโภค เพราะผักสด ผลไม้สดเป็นแหล่งที่มาของเกลือแร่
วิตามิน เอนไซม์ ฮอร์โมน และพลังแห่งชีวิต ช่วยสร้างเสริมความอ่อนเยาว์
ป้องกันมะเร็ง ควรเลือกผักที่ปราศจากสารพิษปนเปื้อน
8. ไม่กินอาหารขยะ เช่นบะหมี่ซอง
ขนมกรุบกรอบ ไม่ดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มอื่นใดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
ไม่สูบบุหรี่ และสารเสพติดอื่นใด เลิกดื่มชาหรือกาแฟ เลือกดื่มชาสมุนไพรแทน
จะได้ประโยชน์มากกว่า
9. ผู้ที่ปรารถนาจะมีอายุยืนยาว
ควรเลิกดื่มนม เพราะนมวัวและผลิตภัณฑ์นมเนยให้โทษแก่ร่างกายมากกว่าการให้ประโยชน์
หากรณรงค์ให้ดื่มนมถั่วเหลืองที่ไม่มีครีมเทียมแทน ถ้าต้องการเสริมแคลเซียม
ให้กินกุ้งแห้ง ปลากรอบ กะปิ ปลาร้าที่ทำอย่างถูกสุขลักษณะ เต้าหู้
งาดำ สำหรับทารกต้องกินนมแม่
10. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ครั้งละไม่น้อยกว่า 25 นาที สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 ครั้ง เลือกชนิดที่เป็นแอโรบิก
ผสมผสานกับการออกกำลังกายแบบตะวันออก เช่น การฝึกชี่กง ไท้เก็ก โยคะ
และฤาษีดัดตน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
11. รู้จักคลายเครียด
ฝึกสมาธิ ขัดเกลาความคิดและจิตใจให้รู้จักพอ มีเมตตากรุณาต่อผู้อื่น
และรู้เห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริง
12. เรียนรู้วิธีรักษาสุขภาพด้วยตนเอง
ใช้วิธีต่างๆของวิถีสุขภาพแบบองค์รวมอย่างมีเหตุผล ใช้ยาเท่าที่จำเป็น
พร้อมกับปรับเปลี่ยนอาหารการกินและพฤติกรรมของตนเพื่อการฟื้นคืนสุขภาพโดยเร็ว
ชมรมอยู่ร้อยปีฯได้ช่วยกันจัดหาทุนเพื่อพิมพ์หนังสือ
"หลักสุขภาพ 12 ประการ" ขึ้น 10,000 เล่มแล้วจัดงานมหกรรมสุขภาพ แจกหนังสือดังกล่าวฟรี
พร้อมฟังบรรยายและฝึกปฏิบัติฟรี ในปีถัดไปชมรมฯได้จัดมหกรรมสุขภาพเรื่อง
"กินข้าวกล้อง ไม่ต้องกินยา กินถั่ว งา ปลา ไม่ต้องดื่มนม(วัว)" พร้อมแจกหนังสือเช่นเดียวกัน
และปีที่ 3 ได้จัดมหกรรมสุขภาพอีกครั้งหนึ่ง ในหัวข้อเรื่อง "กินอยู่อย่างไทย
เพื่อคนไทยไม่ตายอย่างฝรั่ง"
ปัจจุบันชมรมอยู่ร้อยปีฯยังดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในแง่ส่งเสริมสุขภาพและปกป้องผู้บริโภค
เช่น จัดเดินรณรงค์ให้ "คนไทยกินข้าวกล้อง" ซึ่งในระยะต่อมาด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงประกาศให้ "คนไทยกินข้าวกล้อง" เป็นการช่วยให้ปณิธานในเรื่องนี้สัมฤทธิ์ผลเร็วขึ้น
ชมรมฯได้จัดอภิปราย
"ทำอย่างไรคนไทยไม่ตายไว เพราะไตวาย" และ "อร่อยอย่างไทย ไม่ต้องใช้ผงชูรส"
กระตุ้นให้รัฐบาลสนใจป้องกันคนไทยจากไตวาย ควบคุมการใช้เตตร้าซัยคลินในบ่อเลี้ยงกุ้ง
และของให้ควบคุมการโฆษณาผงชูรส ฯลฯ
รายการโทรทัศน์ ความรู้ธรรมชาติบำบัด
รายการธรรมชาติบำบัด
UBC7 ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีได้ให้ความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ UBC
จัดทำรายการ "ธรรมชาติบำบัด" ทาง UBC 7 เผยแพร่เป็นประจำทุกวันเสาร์
เวลา 14.00-15.00 น. และออกอากาศซ้ำ เช้าวันอาทิตย์เวลา 06.00-07.00
และคืนวันพฤหัสบดีเวลา 21.00-22.00 น.
เนื้อหารายการมุ่งให้ความรู้การส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้ชม
และสอนให้รักษาตนเองได้ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ผู้ชมสามารถติดตามความรู้เหล่านี้ไปรักษาตัวเอง
ถ้าต้องการรายละเอียดมากกว่านั้นในรายการก็ได้แนะนำหนังสือธรรมชาติบำบัดเล่มที่เกี่ยวข้อง
ให้ไปหาซื้ออ่านเพื่อเป็นคู่มือในการรักษาตัวเองต่อไป รายการนี้มีผู้ชมเป็นจำนวนมาก
มีอัตราความนิยมติดอันดับแรกของรายการทาง UBC7 และเนื่องจากเป็นรายการสด
ขณะออกอากาศผู้ชมสามารถโทรเข้าไปถามคำถาม และแพทย์ก็จะตอบข้อซักถามเพื่อแนะนำการรักษาตนเองอย่างละเอียดต่อไป
บางรายยังติดตามโทรเข้าไปซักถามทางศูนย์บัลวีเพื่อขอรายละเอียดมากกว่านั้น
ซึ่งแพทย์และเจ้าหน้าที่ของบัลวีก็จะช่วยกันตอบคำถามให้
เนื้อหาเด่นๆที่เคยออกรายการเช่น:
- เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
กันเถอะ
- ส้มตำไม่ใส่จีเอ็มโอ
- ธรรมชาติบำบัดลดน้ำหนัก
คุณทำเองได้
- ไขมันเลือดสูง ล้างพิษด้วยตนเอง
- รักษาภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติวิธี
- ป้องกันรักษามะเร็งด้วยธรรมชาติบำบัด
- ฯลฯ
รายการรอบรู้กับมสธ.และรายการหมอในบ้าน
ช่อง 11 ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีได้ให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ออกรายการรอบรู้กับมสธ.ให้ความรู้ธรรมชาติบำบัดเพื่อการพึ่งตนเองเป็นประจำเดือนละ
1 ครั้ง และภายหลังได้จัดทำรายการ หมอในบ้าน ทางช่อง11 ทุกวันอาทิตย์เวลา
7.45-8.00 น. ทุกสัปดาห์
วิทยากรรับเชิญ
ตลอดระยะเวลา 25 ปีซึ่งนพ.บรรจบ
และพญ.ลลิตาเป็นที่รู้จักของสังคมว่าเป็นผู้มีความรู้ทางด้านธรรมชาติบำบัด
ได้มีรายการวิทยุและโทรทัศน์รายการต่างๆเรียนเชิญให้ไปเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้สุขภาพแก่ผู้ฟังและผู้ชมมิได้ขาด
ทั้งนี้ยังมีหน่วยราชการ
รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเอกชนจัดบรรยายความรู้ธรรม สิ่งเหล่านี้เราถือเป็นหน้าที่ด้านบริการสังคมที่แพทย์ฝ่ายธรรมชาติบำบัด
พร้อมที่จะให้บริการอยู่เสมอ
เวปไซต์สุขภาพ
ในระยะเวลา 2 ปีให้หลัง
บัลวีได้เปิดเวปไซต์สุขภาพ www.balavi.com ซึ่งมีเนื้อหาเพื่อการพึ่งตนเองทางสุขภาพ
และมีเวปบอร์ดซึ่งแพทย์ธรรมชาติบำบัดของบัลวีผลัดกันตอบคำถามสุขภาพให้กับผู้เข้ามาเยี่ยมเยือน
ผลปรากฏว่าเวปไซต์นี้ได้รับการความนิยมอย่างสูง ปัจจุบันนี้เวปของบัลวีติดอันดับที่
14-15 ของเวปไซต์สุขภาพ ในแต่ละวันจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมในระหว่าง 350-400
คน อัตราที่สูงสุดเคยมีถึง 500 คนต่อวัน
นี่เป็นบริการสังคมอีกประการหนึ่งที่บัลวีได้สรรค์สร้างขึ้นเพื่อเพื่อนร่วมสังคมไทย
|