บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 119:01-15 พ.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 -*- ::: พบกับ ร้านค้าสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ที่ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยง การ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอร์น หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร.02-321-5322 ::: ทัวร์สุขภาพ Regent – ชะอำ กินอาหารสุขภาพ หมกทรายพอกโคลน แอโรบิกในน้ำ วันที่ 17- 19 พฤษภาคม 2551 โทร.02-615-8822
 
     
 

อดเพื่อสุขภาพ // การสวนล้างลำไส้ // การฝังเข็ม // อาบแสงตะวัน // วารีบำบัด // ไท้เก็ก วูซู // การสั่งจิตใต้สำนึก // วิตามินบำบัด // มะเร็ง

การแพทย์แบบองค์รวม

ไท้เก็ก

ไท้เก็ก เป็นหลักการออกกำลังกายอีกชนิดหนึ่งที่ตกทอดมาจากจีน เดิมทีเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่ประกอบด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายภายนอก ประสานกับการฝึกพลังลมปราณภายใน ในวิชาการต่อสู้ จีนถือหลักที่ว่า นักรบหรือชาวยุทธผู้วีระอาจหาญ และกำชัยชนะในการต่อสู้ได้ ต้องประกอบด้วยความแข็งแรงของร่างกายทั้งพลังภายนอก และพลังภายในเป็นพื้นฐานมีศิลปะการต่อสู้ที่เป็นแบบฉบับ มีจิตใจที่สงบเยือกเย็น มั่นคง ดุจขุนเขาแต่แกร่งกล้าสามารถ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต้องมีใจซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ทั้งรักษาศีลสัตย์ประจำใจ



เหตุฉะนี้แม้การฝึกไท้เก็กจะมิใช่ใช้เพื่อการต่อสู้เอาชีวิตกันเหมือนสมัยก่อน แต่ผลของไท้เก็กย่อมทำให้ผู้ฝึกได้ความแข็งแรงของร่างกายทั้งภายนอกภายในดังว่า ได้ฝึกจิตให้สงบ แถมด้วยการสามารถนำเอาหลักปรัชญาการต่อสู้ในกระบวนท่าของไท้เก็กไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วย

เหล่านี้คือทวิลักษณะ หรือความเป็นวิภาษวิธีในไท้เก็ก มันคือหลักหยินหยาง แก่นแท้แห่งเต๋า นับแต่ต้นจนจบกระบวนความดังคำกล่าวที่ว่า "เต๋าให้กำเนิดแก่หนึ่ง จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จากสามเป็นสามเป็นสรรพสิ่งในจักรวาล จักรวาลที่ถูกสร้างสรรค์ ประกอบด้วยหยางอยู่ด้านหน้า หยินอยู่ด้านหลัง สิ่งหนึ่งขาว สิ่งหนึ่งดำ สิ่งหนึ่งบวก สิ่งหนึ่งลบ ทั้งสองสิ่งผสมผสานกัน จนกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว" ไท้เก็กเมื่อแตกเป็นกระบวนท่าต่าง ๆ ที่ร่ายรำไปเหมือนไม่สิ้นสุด และเดินลมปราณร่วมไปด้วยแล้ว ก็จะเกิดการรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่างกายกับจิต เกิดเป็นสมาธิ เกิดเป็นความสงบ เกิดเป็นความรู้แจ้ง และเกิดการบรรลุไปสู่เต๋าในท้ายสุด

กล่าวในด้านร่างกาย การปฏิบัติไท้เก็กสม่ำเสมอทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ข้อต่อเคลื่อนไหวไม่ติดขัด กระดูกแข็งแรง ระบบย่อยอาหารและทางเดินหายใจดี ทำให้หัวใจและการหมุนเวียนเลือดสะดวก ทั้งจิตใจแจ่มใส มีสมาธิ ช่วยขัดเกลากิเลสได้อีกทางหนึ่ง ได้มีการวิจัยในสหรัฐฯ เพื่อดูว่าการรำไท้เก็กจะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก หรือแอแนโรบิกกันแน่ แต่ผู้รำกำหนดลมปราณไปด้วย อันเป็นหลักวิธีที่ถูกต้องของไท้เก็ก ปรากฏว่าเมื่อครบเวลาดังกล่าว อัตราเต้นของหัวใจเข้าสู่ภาวะแอโรบิกอย่างชัดเจน

ถือกันว่าปรมาจารย์ของไท้เก็ก คือจางซานฟง เมื่อ 800 ปีที่แล้ว อีกหลักฐานหนึ่งชี้ว่าสืบทอดจากวิชายุทธของตระกูลเฉินในมณฑลเหอหนานประมาณราชวงศ์หมิง แพร่ไปในสมัยกบฏนักมวยเมื่อราษฎรจีนลุกขึ้นต่อสู้กับชาติตะวันตก แล้วแตกแขนงเป็นไท้เก็กถึง 5 สาขา เมื่อจีนเปลี่ยนการปกครองจึงแพร่หลายไปทั่วประเทศ