|
รู้เท่าทันภูมิแพ้
พญ.กอบกาญจน์
ไพบูลย์ศิลป
เมื่อพูดถึงโรคภูมิแพ้
แน่นอนเหลือเกินที่มโนภาพของคุณจะนึกถึงคนที่ตื่นนอนตอนเช้าก็ฮ้าด
เช้ยไม่หยุด
หรือไม่ก็เป็นเจ้าชายจมูกแดงอยู่ตลอดเวลา บางคนนึกถึงผื่นคันตามตัวพร้อมกับเถียงคอเป็นเอ็นว่า
ของฉันก็ภูมิแพ้นะยะ ในขณะที่อีกคนยกมือขึ้นค้านหัวชนฝา
บอกว่าเด็กที่บ้านแพ้นม ก็เป็นภูมิแพ้เช่นเดียวกัน ขอบอกว่าไม่ต้องเถียงกันให้มากความไปเสียเปล่า
ๆ โรคภูมิแพ้เป็นปฏิกิริยาที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกันที่มีต่อสารที่ไม่เป็นอันตราย
หลายคนเหลือเกินที่คิดว่าโรคภูมิแพ้นั้น
ภูมิต้านทานของตนเองอ่อนแอ แต่จริง ๆ แล้วนั้น เกิดจากภูมิต้านทานเพี้ยนไป
ทำงานไวเกินกว่าเหตุ เจอฝุ่นนิดหน่อยก็เกิดปฏิกิริยา กินกุ้งไปตัวนิดเดียวก็เล่นงานซะผื่นเต็มตัว
จึงพอสรุปได้ว่าโรคภูมิแพ้เป็นกลุ่มโรคนั่นเอง
โดยโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ว่ากันตั้งแต่- จมูกอักเสบ
แพ้อากาศ หวัดเรื้อรัง
- หอบหืด
- ภูมิแพ้ของตาและหู
- ผื่นแพ้
- ลมพิษ
- แพ้อาหาร
- แพ้แมลงและปฎิกิริยาแอนนาฟัยแลกติก
- แพ้ยา
โดยอาการของโรคภูมิแพ้แสดงออกได้กว้างขวางอย่างนี้ขอบอกไว้เลยว่าไม่ใช่โรคติดต่อ
จากคนที่เป็นภูมิแพ้ไปสู่คนปกติที่ไม่เคยมีอาการภูมิแพ้ได้
ไม่เหมือนโรคติดเชื้อทั่วไป
สาเหตุของโรคภูมิแพ้
1.กรรมพันธุ์
-กรณีที่บิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้
ลูกที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ 50-70 %
- ถ้าบิดาหรือมารดาคนหนึ่งคนใดเป็นโรคภูมิแพ้
ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ด้วย 30-50 %
- โดยโรคภูมิแพ้ที่ลูกเป็นอาจเป็นประเภทเดียวหรือคนละประเภทกับบิดาหรือมารดาก็ได้
2.สิ่งแวดล้อม
คนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสารก่อภูมิแพ้สูงจะมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ได้มากกว่าคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปราศจากฝุ่น
ไรฝุ่นหรือควันไฟที่หนาแน่นด้วยเช่นกัน
|