บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 119:01-15 พ.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 -*- ::: พบกับ ร้านค้าสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ที่ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยง การ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอร์น หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร.02-321-5322 ::: ทัวร์สุขภาพ Regent – ชะอำ กินอาหารสุขภาพ หมกทรายพอกโคลน แอโรบิกในน้ำ วันที่ 17- 19 พฤษภาคม 2551 โทร.02-615-8822
 
     
 

การรักษาภูมิแพ้ในทางธรรมชาติบำบัด


พ.ญ.กอบกาญจน์ ไพบูลศิลป

การรักษาในแนวธรรมชาติบำบัดนั้นมองแบบองค์รวมในการรักษาภูมิแพ้ สิ่งที่ควรต้องปรับจะยึดหลักให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่การกินที่ถูกต้องดังที่กล่าวมาข้างต้น และต้อง หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ รวมถึงการล้างพิษที่ถูกวิธี การได้วิตามินเสริมเพื่อบรรเทาอาการภูมิแพ้ตามความจำเป็น การนอนพักผ่อนที่เพียงพอก็เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการรักษาสุขภาพถ้าปฏิบัติเช่นนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นควรมีการรักษาเพิ่มเติม เช่น การฝังเข็มรักษาภูมิแพ้ การได้วิตามินระดับสูงทางเส้นเลือด หรือแม้กระทั่งการจัดการกับความเครียดเพื่อการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน ก็ทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นได้

โดยมีขั้นตอนการรักษาแบ่งเป็นหลายระดับ ดังนี้

1. รักษาโดยการปรับอาหาร ปรับพฤติกรรมและให้วิตามินแบบรับประทาน
2. ตามข้อ 1 + การสวนกาแฟ
3. ตามข้อ 2 + การให้วิตามินซีระดับสูงทางเส้นเลือดดำ และการฝังเข็ม

ทางศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีได้เก็บข้อมูลผู้ป่วยภูมิแพ้ที่เข้ามาทำการรักษา ตั้งแต่วันที่ 1 กค. 2546 -31 กค. 2547

โดยมีหลักการการคัดเลือกผู้ป่วยคือ

1. เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ อย่างเดียว และหรือร่วมกับอาการไซนัสอักเสบ หรือ ลมพิษ
2.มาติดตามการรักษาสม่ำเสมอ จนจบการรักษา ครบ 10 ครั้ง
3. ไม่มีภาวะแทรกซ้อนด้วยโรคอื่น เช่น มะเร็ง , ไตวายเรื้อรัง , โรคตับเรื้อรัง.

มีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดจำนวน 40 คน แบ่งผลการรักษาได้เป็น

1. ผู้ป่วยที่ตอบสนองดีมากต่อการรักษา (A) จำนวน 14 คน (35%)
2. ผู้ป่วยที่ตอบสนองดีต่อการรักษา (B) จำนวน 13 คน (32.5%)
3. ผู้ป่วยที่ตอบสนองพอใช้ต่อการรักษา (C)จำนวน 4 คน (10%)
4. ผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา (D) จำนวน 9 คน (22.5%)

สรุปโดยรวมว่าการรักษาในแนวธรรมชาติบำบัด น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาภูมิแพ้ให้มีอาการน้อยลงและคุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีข้อสังเกตว่ามีผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะปรับแนวทางการบริโภค ปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ก็ไม่ตอบสนองต่อการรักษาได้เช่นกัน

แต่เนื่องจากการเก็บข้อมูลเป็นแบบ Descriptive retrospective จึงไม่มีกลุ่ม control ให้เปรียบเทียบ และผลของการรักษาเป็นการเก็บข้อมูลจากการซักประวัติความรุนแรงของอาการหลังการรักษา ความพึงพอใจหลังรับการรักษา ติดตามผลด้วยการตรวจร่างกายเบื้องต้นเท่านั้น จึงควรมีการทดลองเพิ่มเติมมากกว่านี้