โรคเบาหวานประเภทที่
2 (Type 2 DM) เป็นโรคที่มีความชุกสูงและเป็นปัญหาที่สำคัญทางสาธารณสุขของหลายประเทศ
เช่นในประเทศสหรัฐ เบาหวานเป็นสาเหตของการตายเป็นอันดับ 5 ในปีล่าสุด
มีผู้ป่วยมากกว่า 213,000 คน ตายจากโรคเบาหวานหรือโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน
คิดเป็นค่ารักษาต่อปี ถึง 132,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 20021 อย่างไรก็ตาม
จำนวนผู้ป่วยที่ตายจากโรคเบาหวานอาจมีมากกว่านี้ เนื่องจากโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะถูกมองข้ามว่าเป็นสาเหตุของการตายในกรณีที่ผู้ตายมีโรคอื่นร่วมด้วย
ในประเทศไทยเองก็มีอัตราของผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสถานะสุขภาพประชากรไทย พบว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
ความชุกของโรคเบาหวาน เพิ่มมากขึ้น อย่างน้อย 2 เท่า
แม้ว่าแนวทางการรักษาเป็นที่ยอมรับโดยแพทย์กระแสหลักโดยทั่วไปว่า
ควรเน้นที่การคุมอาหารให้เต็มที่ก่อน2 เมื่อไม่ได้ผลจึงค่อยเพิ่มการรักษาเป็น
การใช้ยากินแบบเดี่ยว, การใช้ยากินแบบผสม, การใช้ยาฉีดอินซูลินก่อนนอน
(Bed time insulin) ร่วมกับยากิน, และการใช้ยาฉีดอินซูลินอย่างเดียว
ตามลำดับ3 แต่ในทางปฏิบัติแล้ว กลับพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถคุมน้ำตาลด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวได้
จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยยากินและยาอินซูลินฉีด
มีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ล้มเหลวในการควบคุมระดับน้ำตาลด้วยอาหาร
ตั้งแต่เรื่องของความใส่ใจของแพทย์ในการติดตามดูแลผู้ป่วย4,5 ไปจนถึงเรื่องปัญหาของสูตรอาหารที่ใช้คุมระดับน้ำตาลเอง
ที่พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารตามสูตรได้ในระยะยาว
(Poor compliance)
จากการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย
พบว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความบกพร่องในการทำงานของฮอร์โมน
Insulin
ฮอร์โมนอินซูลินจะถูกสร้างจาก
Beta cell ของตับอ่อน และจะถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาโดยสารอาหารหลายตัว
แต่ที่สำคัญคือโมเลกุลของน้ำตาลเอง โดยที่จะมีระดับของ Insulin สูงขึ้น
2 ครั้ง ครั้งแรกเรียกว่า Acute phase และครั้งที่ 2 เรียกว่า Delayed
phase
โรคเบาหวานเองสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่ม
แต่ที่พบได้บ่อยคือโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือโรคเบาหวานที่ต้องการอินซูลิน
IDDM และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือ NIDDM
โรคเบาหวานชนิดที่
1 เกิดจากการที่ร่างกายมีพยาธิสภาพที่ Islet cell of Langerhans
ทำให้ร่างกายขาดอินซูลิน ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะเกิดจากการขาดอินซูลินในระดับความรุนแรงที่น้อยกว่า
ร่วมกับมีภาวะของ Insulin resistance ด้วย
ในกรณีของโรคเบาหวานชนิดที่
2 เมื่อร่างกายขาดอินซูลิน หรือมี Insulin resistance ก็จะมีผลทำให้การหลั่งอินซูลินจาก
Beta cell ของตับอ่อนทำได้น้อยลงหรือทำไม่ได้ (เป็นความผิดปกติของ
GLUT2) ยังผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
เซลล์ไขมันในตัวก็จะนำเอาน้ำตาลไปเก็บไว้ในรูปของไขมัน โดยผ่านทาง
GLUT46 ส่งผลให้คนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีปัญหาเรื่องความอ้วนตามมา
ในขณะเดียวกัน เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงๆ
ร่างกายก็จะพยายามเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นไขมัน ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีปัญหาไขมันในเลือดสูงด้วย
ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีโดยคำแนะนำของ
นพ.วิศาล เยาวพงศ์ศิริ ได้ศึกษากระบวนการดังกล่าวแล้วตั้งเป็นสมมุติฐาน
เกี่ยวกับการรักษาโรคเบาหวานดังนี้คือ
1. การที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่
2 มีอาการหิวบ่อย เนื่องมายังได้รับการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากการกินอาหารพวกแป้งและน้ำตาลอยู่
โดยเฉพาะพวกน้ำตาล จะถูกเผาผลาญได้เร็ว ดังนั้นเมื่อมี Delayed phase
insulin secretion จึงทำให้ระดับน้ำตาลซึ่งได้ลดต่ำลงมาจนปกติแล้ว
ลดต่ำลงไปอีก จนผู้ป่วยมีอาการหิว เมื่อหิวก็จะต้องรับประทานบ่อยและถี่ขึ้นไปอีก
ทำให้การคุมอาหารไม่ได้ผล
2. ถ้าให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีแต่ไขมัน
โปรตีน แต่ไม่มีคาร์โบไฮเดรต ร่างกายก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้กระบวนการเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่เรียกว่า
Beta oxidation แทน โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากการกินคาร์โบไฮเดรตเลย
ส่งผลให้ระดับน้ำตาลไม่ขึ้นสูง
3. ผักมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตไม่มาก จึงสามารถรับประทานได้โดยไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
แต่ไม่ค่อยอยู่ท้อง เนื่องจากการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกอิ่มในระยะแรกไม่ได้เกิดจากการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
แต่เกิดจากการที่มี Stomach distension และเมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่เกิด
Gastric emptying แล้ว กระเพาะจะเริ่มหายตึง ทำให้กลับมาหิวได้อีก
ซึ่ง Gastric emptying นี้จะกินเวลาประมาณ 4 ชม. ผู้ป่วยจึงมีปัญหาหิวบ่อยกว่าถ้ากินผักเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ จึงให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารกลุ่มโปรตีนและไขมันเข้าไปด้วย
เพื่อทำให้อยู่ท้องขึ้น ไม่หิวบ่อยเกินไป โดยอาศัยทฤษฎีที่ว่า โปรตีนและไขมันจะให้พลังงานมากกว่าผัก
และยังช่วย Delay gastric emptying time ได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงอย่างอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต