บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
จึงเป็นที่มาของสูตรอาหารที่ขอใช้ชื่อเรียกในที่นี้ว่าว่าสูตร "กินเนื้อกินผัก" ขึ้นมา โดยมีหลักการว่า อาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานจะกินได้ คืออาหารที่เป็นไขมัน โปรตีน หรือผักเท่านั้น แต่ให้จำกัดหรืองดอาหารในกลุ่มแป้ง ข้าว และคาร์โบไฮเดรตแทน โดยจะต้องมีปริมาณของผักมากกว่าโปรตีน 2 เท่า และผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารในสูตรนี้ได้มากเท่าที่ต้องการ สามารถรับประทานอาหารได้มากกว่า 3 มื้อ ดังนั้นผู้ป่วยจึงน่าจะสามารถทนต่อการควบคุมอาหารในลักษณะนี้ได้นานกว่า

หลังจากที่ได้ใช้สูตรอาหาร "กินเนื้อกินผัก" รักษาคนไข้เบาหวานมาระยะนานแล้ว ทางศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีจึงได้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อดูประสิทธิผลของการรักษาด้วยวิธีนี้ ต่อไปนี้คือข้อมูลที่รวบรวมได้

โดยรวบรวมข้อมูลจาก

1. ผู้ป่วยเบาหวานที่มารับการรักษาที่บัลวี
2. ผู้ป่วยที่มาติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ครั้งขึ้นไป)
3. ผู้ป่วยที่มาเข้าคอร์สรักษาแบบ 10 วัน

แต่ไม่รวมผู้ป่วยในกลุ่มดังต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นร่วมด้วย อันเป็นข้อจำกัดในการรับประทานโปรตีนและผัก ได้แก่
- โรคมะเร็งทุกชนิด
- โรคไตวาย
2. ผู้ป่วยที่มีโรคแทรกอื่น อันมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล เช่น โรคตับ
3. ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน แต่มารักษาอาการอย่างอื่น เลยไม่ได้ใช้การคุมอาหารสูตร "กินเนื้อกินผัก" เช่น มาทำกายภาพบำบัดอย่างเดียว

ตามปกติ ผลของการรักษาโรคเบาหวาน มีเป้าหมายหลักที่ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นตามมาจากภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง อันได้แก่ เบาหวานขึ้นตา โรคไต โรคปลายประสาทเสื่อม โรคหัวใจและหลอดเลือด

อย่างไรก็ดีมีงานวิจัยออกมาหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่า การควบคุมระดับน้ำตาลได้ต่ำกว่า 126 mg/dl (ควบคุมแบบเข้มงวด) จะสามารถลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

แต่ข้อเสียของการคุมเบาหวานแบบเข้มงวด ก็คือผู้ป่วยเบาหวานที่มีอายุมากๆ จะไม่สามารถทนกับระดับน้ำตาลที่ต่ำลงได้มากนัก ดังนั้นหลักเกณฑ์ที่ยังเป็นที่ยอมรับกันในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็คือ 140 mg/dl ถือว่าใช้ได้3

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าเกณฑ์การประเมินจำนวน 40 คน มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างสูง (เฉลี่ยประมาณ 66.6 ปี) ดังนั้นจึงขอใช้เกณฑ์ที่ประเมินข้อหนึ่งคือ การควบคุมระดับน้ำตาลได้ต่ำกว่า 140 mg/dl ให้ถือว่าควบคุมระดับน้ำตาลได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ในการประเมินผลการรักษา ยังคำนึงถึงผลของการรักษาในแง่อื่นร่วมด้วย โดยถือว่าความพอใจในการรักษาของผู้ป่วยไม่ได้ขึ้นกับระดับน้ำตาลในเลือดที่ควบคุมได้สำเร็จ (< 140 mg/dl) เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง "การที่ผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนจาก Insulin ฉีด มาเป็นยากินได้"หรือ "จากการที่ผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนจากยากิน มาเป็นการควบคุมด้วยอาหารอย่างเดียวได้" สรุปก็คือถ้าสามารถลดระดับของการรักษาลงมาได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการรักษาระดับหนึ่งเช่นกัน

ระดับการรักษา การรักษาที่ให้
ระดับที่ 1 ควบคุมอาหาร
ระดับที่ 2 ควบคุมอาหาร+ใช้ยาชนิดกิน
ระดับที่ 3 ควบคุมอาหาร+ใช้ยาชนิดกิน+Insulin ก่อนนอน
ระดับที่ 4 ควบคุมอาหาร+Insulin ฉีดอย่างเดียว
สรุประดับของการรักษาเบาหวาน

สำหรับกรณีของการรักษา ที่แม้ว่าจะคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ต่ำกว่า 140 mg/dl อันเป็นระดับที่ต้องการ แต่ผู้ป่วยสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นกว่าเดิม ก็จัดอยู่ในกลุ่มที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยเช่นกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้

1. กลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาดีมาก (A / Very good) ได้แก่

ผู้ป่วยใช้ยากินที่งดยากินได้และคุมน้ำตาลได้ < 140 mg/dl
ผู้ป่วยใช้ยาฉีดที่งดยาฉีดได้และคุมน้ำตาลได้ < 140 mg/dl

2. กลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาดี (B / Good) ได้แก่

ผู้ป่วยที่ใช้ยากินหรือยาฉีดเหมือนเดิมแต่ลดปริมาณยาได้และคุม ระดับน้ำตาลได้ 140 mg/dl ด้วย

3. กลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาพอใช้ (C / Moderate) ได้แก่

กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาฉีดหรือยากินเหมือนเดิมในปริมาณยาเท่าเดิม คุมน้ำตาล ได้น้อยกว่า 140 mg/dl จากที่คุมไม่ได้มาก่อน หรือ กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยากินหรือยาฉีดเหมือนเดิมในปริมาณยาลดลงและคุมน้ำตาลได้ ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ระดับน้ำตาลยังมากกว่า 140 mg/dl

4. กลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาน้อย (D / Fair) ได้แก่

ใช้ยากินและยาฉีดเหมือนเดิมในปริมาณยาเท่าเดิม คุมน้ำตาลได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ยังมากกว่า 140 mg/dl

 

   
Page [2]