บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 119:01-15 พ.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 -*- ::: พบกับ ร้านค้าสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ที่ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยง การ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอร์น หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร.02-321-5322 ::: ทัวร์สุขภาพ Regent – ชะอำ กินอาหารสุขภาพ หมกทรายพอกโคลน แอโรบิกในน้ำ วันที่ 17- 19 พฤษภาคม 2551 โทร.02-615-8822
 
     
 

บทสวดแผ่เมตตาที่แนะนำต่อไปนี้มี 2 บท
บทที่หนึ่ง
คือ พระคาถาเมตตาหลวงของพระญาณสิทธาจารย์ ซึ่งเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปไว้สวดสม่ำเสมอ
อีกบทหนึ่ง
เป็นบทสวดสอนเจ้ากรรมนายเวร แนะนำโดย พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโพ เหมาะสำหรับผู้เจ็บป่วยหรือสวดให้ผู้เจ็บป่วย

พระคาถาเมตตาหลวงของพระญาณสิทธาจารย์
วัดเทพพิทักษ์ปุณณราม ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

วิธีการสวดให้ไหว้ พระอรหํ สัมมาสัมพุทโธ นโม 3 จบ พุทธัง เป็นคำเริ่มต้น
ก่อนสวดคำเมตตาตน อหัง สุขิโต โหมิ. นิททุกโข โหมิ. อเวโร โหมิ. อัพยาปัชโฌ โหมิ อะนีโฆ โหมิ สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ

(1) คำสวดเมตตา ย่อ  
1. สัพเพ สัตตา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
2. สัพเพ ปาณา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
3. สัพเพ ภูตา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
4. สัพเพ ปุคคะลา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
5. สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
6. สัพเพ อัตถิโย อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
7. สัพเพ ปุริสา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
8. สัพเพ อะริยา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
9. สัพเพ อะนะริยา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
10. สัพเพ เทวา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
11. สัพเพ มนุสสา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
12. สัพเพ วินิปาติกา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

 

(2.) คำสวดแผ่กรุณา ย่อ  
1. สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
2. สัพเพ ปาณา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
3. สัพเพ ภูตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
4. สัพเพ ปุคคะลา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
5. สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
6. สัพเพ อิตถิโย สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
7. สัพเพ ปุริสา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
8. สัพเพ อะริยา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
9. สัพเพ อะนะริยา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
10. สัพเพ เทวา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
11. สัพเพ มนุสสา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
12. สัพเพ วินิปาติกา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ
 
(3) คำสวดแผ่มุถิตา ย่อ
1. สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
2. สัพเพ ปาณา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
3. สัพเพ ภูตา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
4. สัพเพ ปุคคะลา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
5. สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
6. สัพพา อิตถิโย ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
7. สัพเพ ปุริสา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
8. สัพเพ อะริยา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
9. สัพเพ อะหะริยา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
10. สัพเพ เทวา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
11. สัพเพ มนุสสา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
12. สัพเพ วินิปาติกา ลัทธะสัมปัติโต มา วิคัจฉันตุ
 
(4) คำสวดแผ่อุเบกขา ย่อ

1. สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

2. สัพเพ ปาณา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ


3. สัพเพ ภูตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ


4. สัพเพ ปุคคละลา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

5. สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

6. สัพเพ อิตถิโย กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

7. สัพเพ ปุริสา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

8. สัพเพ อะริยา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

9. สัพเพ อะนะริยา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

10. สัพเพ เทวา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

11. สัพเพ มนุสสา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

12. สัพเพ วินิปาติกา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณา
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กัลละยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

        อานิสงฆ์เมตตาพระท่านบอกไว้ว่า "พระโยคามหานาคเจริญเมตตามากยิ่งกว่าฝูงคนย่อมได้ ประสพผลเหล่านี้ สุขํ สุปติ หลับตื่นชื่นตา เสวยสุอนันต์ ไม่ฝันลามกร้ายกาจ ปีศาจมนุษย์ชื่นชมหฤหรรษ์ เทวาทุกชั้นช่วยชูรักษา หอก ดาบ ยาพิษ ไฟลุก เข้ามา ครั้นถึงองค์พระโยคาย้อนกลับยับเป็นผง ใจร้ายใจบาป สันดานชั่วหยาบ ระงับดับลงด้วยพรหมวิหารา องค์พระโยคาสุกใส ใครเห็นพิศวง เมื่อตายไม่หลงเหมือนคน สามานย์ ส่งผลถึงอัครฐานตราบเท่านิพพานแล "

พระคาถาเมตตาหลวง
ของ

พระญาณสิทธาจารย์
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม
ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ย่อพรหมวิหารภาวนา หรือเมตตาหลวง
ลงใน 3 ช่อง เพื่อให้จำง่าย

คำเมตตาตน
อหํ สุขิโต โหมิ. นิทททุกโข โหมิ.
อเวโร โหมิ. อพยาปชโฌ โหมิ. อนีโฆ โหมิ.
สุขี อตตานํ ปริหามิ ฯ

สวดพิสดาร
แผ่เมตตา ๑๐ ทิศ
 
๑. สัพเพ ปุรัติถิมายะ ทิสายะ (ตรง อิตถิโย ให้เปลี่ยน สัพเพ เป็น สัพพา --> สัตตา

-->อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะระหะรันตุ ฯ

ปาณา
ภูตา
ปุคคะลา
อัตตะภาวะปริืยาปันนา
อิตถิโย
ปุริสา
อะริยา
อะนะริยา
เทวา
มนุสสา
วินิปาติกา
๒. สัพเพ ปัจฉิมายะ ทิสายะ        -->      ข้อ ๒-๑๐ แต่ละข้อสวดเหมือนข้อ ๑
๓. สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ
๔. สัพเพ ทักขิณายะ ทิสายะ
๕. สัพเพ ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ
๖. สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ
๗. สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ
๘. สัพเพ ทักขิณายะ อะนุทิสายะ
๙. สัพเพ เหฎฐิมายะ ทิสายะ
๑๐. สัพเพ อุปริมายะ ทิสายะ

 

ประวัติความเป็นมา
    พระคาถาเมตตาหลวงบทนี้ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านมักจะใช้ภาวนาเป็นการเจริญเมตตาไปยังสรรพสัตว์ ไม่มีประมาณ ให้หมู่มนุษย์และเทวาได้รับความร่มเย็นเป็นสุขโดยทั่วถึงพระคาถาบทนี้ ต่อมา หลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำคลองเพล จังหวัดอุดรธานี ได้รับถ่ายทอดไว้และมอบให้แก่ หลวงพ่อเมตตา หรือพระณาณสิทธิจารย์(สิงห์ สุนทโร) แห่งวัดเทพพิทักษ์ แห่งวัดเทพพิทักษ์ ปุณณาราม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อใช้เป็นบทเจริญเมตตาแก่สรรพสัตว์ทั่วทุกทิศานุทิศ

 

คำแปลแผ่เมตตาตน
ขอให้ข้า ฯ จงถึงความสุข ขอให้ข้า ฯ อย่าได้มีเวรภัย ขอให้ข้าฯ อย่ามีใครรังแก เบียดเบียน ข่มเหง ขอให้ข้าฯ อย่ามีความทุกข์กาย ทุกข์ใจ ข้าฯ จะรักษาตนให้เป็นสุข

 

คำแปลแผ่เมตตา

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง    อย่าจองเวรกัน อย่าผูกพยาบาท อาฆาตกันอย่าเบียดเบียนกัน อย่าข่มเหงรังแกกัน อย่ามีความทุกข์กาย ทุกข์ใจ จงรักษาตนให้เป็นสุข เป็นสุขเถิด    
สัตว์มีลมปราณ(ลมหายใจ)ทั้งปวง  
ภูตผีทั้งปวง  
บุคคลทั้งปวง  
สัตว์ในร่างกายเราทั้งปวง  
สัตว์เพศหญิงทั้งปวง  
สัตว์เพศชายทั้งปวง  
สัตว์ไม่เจริญทั้งปวง  
เทวดาทั้งปวง  
สัตว์มีใจสูงทั้งปวง  
สัตว์นรกทั้งปวง  
   
คำแปลแผ่เมตตา
...อย่าจองเวรกัน อย่าผูกพยาบาทอาฆาตกัน อย่าเบียดเบียนกัน อย่าข่มเหงรังแกกัน อย่ามีความทุกข์กายทุกข์ใจ จงรักษาตนให้เป็นสุข
คำแปลแผ่กรุณา
...จงพ้นจากความเสื่อมลาภ เสื่อมยศนินทา และความทุกข์ ทั้งปวง
คำแปลแผ่มุทิตา
...อย่าวิบัติ กลาดเกลื่อนจากสมบัติ จากยศ จากความสรรเสริญ และจากความสุขที่ได้แล้ว
คำแปลแผ่อุเบกขา
...มีกรรมเป็นของๆคน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

 

อานิสงส์พระคาถาเมตตาหลวง

      พระคาถาเมตตาหลวงนี้ เป็น เจริญกรรมเจริญฐานชนิดที่มีอานิสงส์ ทำให้จิตตั้งมั่นได้ถึงระดับ อัปมาสมาธิ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา จิตสามารถตั้งมั่นได้ในระดับฌาน 3 ส่วนอุเบกขานั้น ทำให้จิตตั้งมั่นได้ถึงฌาน 4
ในกรรมฐาน 40 นั้น ท่านเรียกการเจริญกรรมฐานแบบนี้ว่า พรหมวิหาร 4 หรือ อัปปมัญญา 4
อนึ่งการเจริญเมตตาพรหมวิหารนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงอานิสงส์ไว้ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติอันบุคคลเสพแล้ว เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้ตั้งมั่นโดยลำดับ สั่งสมแล้ว ปรารภดีแล้ว พึงหวังอานิสงส์ 11 ประการ คือ
1. ย่อมหลับเป็นสุข
2. ย่อมตื่นเป็นสุข
3. ย่อมไม่ฝันลามก
4. ย่อมเป็นที่รักแห่งมนุษย์ทั้งหลาย
5. ย่อมเป็นที่รักแห่งอมนุษย์ทั้งหลาย
6. เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา
7. ไฟ…ยาพิษ…หรือศัสตราย่อมไม่กล้ำกรายได้
8. จิตใจย่อมตั้งมั่นได้โดยเร็ว
9. สีหน้าย่อมผ่องใส(วรรณะย่อมผ่องใส)
10. เป็นผู้ไม่หลงใหลทำกาละ(สติสัมปชัญญะสมบูรณ์)
11. เมื่อยังไม่บรรลุธรรมชั้นสูงย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก
ด้วยอานิสงส์ดังกล่าวนี้ ท่านผู้อ่านท่านใดมีความประสงค์ที่จะเจริญเมตตาเจโตวิมุตติ ก็จงเร่งลงมือปฏิบัติได้ตั้งแต่บัดนี้