บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

อุปสมะ

รศ.พญ.จิรพรรณ มัธยมจันทร์

อุปสมะ เป็นคำบาลี หมายถึง "รู้จักสงบใจ" ในหนังสือธรรมนูญชีวิต โดยท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก ท่านแปลว่า

' คือรู้จักหาความสุขสงบทางจิตใจ ฝึกตน ให้สามารถระงับความมัวหมอง ดับความขัดข้องวุ่นวายอันเกิดจากกิเลสได้ ทำจิตใจให้สงบผ่องใสรู้จักรสแห่งสันติ คนที่รู้จักรสแห่งความสุขอันเกิดจากความสงบอันเกิดจากความสงบใจ แล้วย่อมจะไม่หลงใหลมัวเมาในวัตถุ หรือลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นต้น โดยง่าย'

ความไม่สงบ ไม่ว่าจะเกิดกับคนคนเดียว หรือกลุ่มบุคคล หรือระดับประเทศ หรือระดับโลกก็ตาม ย่อมเป็นต้นเหตุของความไม่ดีหลายประการ

คนใดก็ตามที่จิตใจไม่สงบ เช่น มีความหวาดระแวง ความหึงหวง ความไม่ไว้วางใจกัน และอื่นๆ ก็เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมหลายอย่าง เช่น การฆ่ากันตายทั้งครอบครัว เพราะสามี หรือภรรยามีจิตใจไม่สงบ คิดไปต่างๆ นานา เมื่อดับความฟุ้งซ่านของจิตใจไม่ได้ก็ต้องตายดังที่เห็นเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์กันอยู่บ่อยๆ

ถ้าจิตไม่สงบเกิดกับกลุ่มบุคคล เหตุการณ์ที่รวมตัวกันประท้วงในเรื่องต่างๆ กันก็จะเกิดขึ้นบ่อย ถ้าไม่เห็นด้วยในหลักการแต่จิตใจสงบก็สามารถคัดเลือกผู้แทนจากกลุ่มตนไปเจรจาต่อรองกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้โดยไม่ต้องปิดถนน ทำลายสิ่งที่เป็นสาธารณะ และอื่นๆ

ถ้าจิตไม่สงบเกิดขึ้นในระดับชาติ เช่น ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาประหัตถ์ประหารกันด้วยวาจา หรือการกระทำก็ดี ความไม่สงบก็จะเกิดกับประเทศชาติของตนเอง ทำให้ขาดการยอมรับของนานาชาติ

ในระดับโลก สงครามจะเกิดหรือไม่เกิดก็อยู่ที่จิตใจของผู้แทนจากแต่ละประเทศ หรือตัวแทนของสหประชาชาติ ถ้าทุกชาติรู้จักสงบใจ สงครามก็คงไม่เกิด

จะเห็นว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตใจคน ไม่ว่าจะเป็นจิตของคนส่วนน้อยหรือส่วนมาก ถ้าจิตนั้นไม่สงบก็เกิดความเดือดร้อนทั้งกับตนเองและผู้อื่นดังตัวอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น

การทำจิตให้สงบนั้นไม่ใช่ชี้นิ้ว หรือออกคำสั่งให้จิตสงบแล้วจิตนั้นจะทำตามที่สั่ง จิตของคนส่วนใหญ่จะว่ายากสอนยาก เหมือนจับปลาขึ้นมาจากน้ำ ปลาก็จะดิ้นกลับลงไปในน้ำซึ่งตนเคยอยู่ จิตเคยมีอิสระทำอะไรตามใจตนเอง แต่ไม่ใช่จะเลือกทำแต่สิ่งดีเพราะจิตเปรียบได้เหมือนน้ำ ย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ จิตคนจึงคิดไม่ดีได้มากกว่าคิดดี นอกจากนั้นจิตยังเปรียบได้กับลิงคือไม่เคยอยู่นิ่ง วุ่นวายอยู่ตลอด เรียกว่า จิตไม่สงบ หรือว้าวุ่น อันเป็นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บหลายชนิดที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ในทางตรงข้ามการรู้จักสงบใจ หรือทำจิตให้สงบ เช่น การทำสมาธิ ทางการแพทย์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ความสงบของจิตช่วยรักษาหลั่งออกมา จิตใจจะสงบเคลิบเคลิ้ม สารนี้ยังช่วยคลายความเจ็บปวดและเพิ่มความต้านทานโรค

ในทางตรงข้ามถ้าจิตไม่สงบ ร่างกายจะหลั่งสาร 2 ชนิด คือ

1.อะดรีนาลิน ทำให้ใจสั่น หลอดเลือดแดงหดเล็กลง ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
2.สเตียรอยด์ สารนี้ทำให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งมากขึ้น มีผลให้

- เกิดโรคกระเพาะอาหาร
- ทำให้ภูมิต้านทานโรคบกพร่องได้ จึงอ่อนแอ และติดเชื้อง่าย

สารทั้ง 2 ชนิดนี้หลั่งมาจากต่อมหมวกไต ในทางตรงข้าม จิตใจที่สงบจะช่วยให้ ภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มขึ้น

ท่านใดที่ฝึกสมาธิ จนถึงขั้นเกิดปิติ และสุขได้ ระยะนั้นร่างกายจะผลิตเม็ดเลือดขาวชนิดพิเศษ เรียกว่า ทีเซลล์ หรือ T killer cell ออกมาในกระแสเลือด เม็ดเลือดขาวชนิดพิเศษที่มีขึ้นตอนจิตสงบสามารถทำให้เซลล์มะเร็งตายได้

การรู้จักสงบจิตสงบใจ นอกจากจะทำให้จิตใจผ่องใสเบิกบาน ยังช่วยให้ร่างกายมีผิวพรรณผ่องใสโดยไม่ต้องซื้อเครื่องสำอางแพงๆ มาแต่งผิว ลอกผิว ความผ่องใสของร่างกายเกิดจากจิตที่สงบ

ยามที่จิตสงบหรือในสมาธิจิต กายสังขารก็เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ชีพจรช้าลง มีประโยชน์สำหรับผู้เป็นโรคใจสั่น อัตราการหายใจลดลงจึงฝึกจิตให้สงบเพื่อใช้รักษาโรคหอบหืด และความดันเลือดก็ลดลง

การฝึกจิตให้สงบ หรือรู้จักสงบใจเสียบ้าง จะเกิดประโยชน์หลายสถาน เช่น

1. จิตจะแน่วแน่อยู่แต่ในสิ่งที่ถูกที่ควรไม่ก่อเรื่องเหลวไหล วุ่นวาย
2. ใจที่สงบจะมีความเข้มแข็ง สามารถเอาชนะสิ่งที่ผิดได้
3. ใจที่สงบจะเยือกเย็นไม่ไปวุ่นวายกับเรื่องต่างๆ โดยไม่จำเป็น
4. เกิดความสุขขึ้นทันตา
5. การสงบจิตใจได้ ก็เหมือนทำน้ำขุ่นให้ใสได้ เมื่อมองผ่านน้ำใสก็จะเห็นทุก อย่างตามความเป็นจริงทำให้รู้แจ้งเห็นจริงตามกฎของธรรมชาติ
6. จิตที่สงบจะช่วยขจัดกิเลส (เครื่องเศร้าหมอง) ให้เบาบางลงได้
7. เมื่อใจสงบร่างกายจะหลั่งสารชื่อ ซีโรโทนิน ออกมาให้หลับง่ายและหลับ สบาย

เมื่อเรามีความทุกข์เช่นต้องสูญเสียของรักหรือต้องพลัดพรากจากคนที่เรารักผู้ใหญ่ท่านก็จะปลอบว่า "ทำใจเสียบ้างซีลูก" ก็คือให้รู้จักสงบใจนั่นเอง

เรื่องของใจเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" คนเจ็บที่นอนอยู่โรงพยาบาลให้แพทย์รักษา ถ้าคนเจ็บคิดเสียว่าตนคงไม่หายแพทย์ก็รักษายากหน่อย