บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
การบริหารจิต
ความเครียดกับวิตามิน

กองบรรณาธิการ

ความเครียดเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่ก็มีวิธีรับมือกับความเครียดหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ฝึกชี่กง แอโรบิคในน้ำ ฯลฯ วิธีการเหล่านี้สามารถที่จะช่วยคลายเครียดได้ทั้งนั้น อีกวิธีหนึ่งก็คือการกินวิตามินบี และ ซี

ทั้งนี้เพราะร่างกายคนเราเวลาที่เครียดมากๆนั้น จะสูญเสียวิตามินบีไปจำนวนมาก โดยวิตามินบีนั้นส่วนที่มีมากที่สุดของร่างกายก็คือสมอง โดยที่สมองมีวิตามินบีสูงถึง 20 % นอกจากนี้เวลาที่เรากินอาหารที่มีรสหวานมากๆนั้น ร่างกายก็จะต้องใช้วิตามินบีในการย่อยสลายน้ำตาลเหล่านั้นเช่นเดียวกัน โดยดึงไปจากสมองเช่นกัน เมื่อสมองของเราขาดวิตามินบี ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวนง่าย ความอดทนต่อความเครียดก็จะต่ำลงกว่าปกติที่เคยเป็น

โดยวิตามินบีนั้นจะมีมากในข้าวกล้อง แต่คนไทยในยุคปัจจุบันนั้นหันมากินแต่ข้าวขาวกันส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีใครชอบกินข้าวกล้องเพราะว่ารสชาติไม่อร่อยบ้าง แข็งบ้าง แต่ถ้าเราหันมากินข้าวกล้องแล้วร่างกายเราก็จะได้รับวิตามินบีมากพอ ข้าวกล้องนั้นจะมีเปลือกชั้นในบางๆของข้าวกล้องที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ถัดเข้าไปเป็นชั้นของวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินบี มีโปรตีน ซึ่งมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 8 ชนิด จะพร่องไปบ้างก็คือ ไลอาซีน แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับที่ข้าวกล้องมีวิตามินบีมาก โดยสัดส่วนที่กำหนดไว้พอเหมาะสำหรับการกินข้าวกล้องในแต่ละวันนั้นควรกินข้าวกล้องให้ได้ประมาณวันละ 5 ทัพพีต่อ 1 วัน หรือวันละ 500 กรัม ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินบีและสารอาหารเพียงพอ ทำให้มีความอดทนต่อความเครียดสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากวิตามินบีแล้วยังมีวิตามินตัวอื่นที่สามารถที่จะทำให้เราอดทนต่อความเครียดได้มากขึ้นอีกด้วย โดยมีการวิจัยชิ้นหนึ่ง กล่าวว่า เมื่อเวลาที่เราเครียดมากๆนั้น ต่อมหมวกไตจะทำงานหนัก และจะเกิดเลือดออก จึงได้มีการทดลองฉีดวิตามินซีเข้าไป เพราะว่าวิตามินซีนั้นสามารถที่จะรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้ หลังจากที่ฉีดวิตามินซีเข้าไป ปรากฏว่าเลือดหยุดไหล นั่นก็ทำให้ทราบว่าวิตามินซี มีส่วนช่วยให้ต่อมหมวกไตทำงานน้อยลง ร่างกายเราก็จะรู้สึกดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน การผ่าตัดก็เช่นเดียวกันทำให้เกิดความเครียดอย่างหนักของร่างกายอย่างหนึ่ง เมื่อฉีดวิตามินซีเข้าไป 3 กรัม แล้วเจาะเลือดตรวจหาระดับของวิตามินซีในเลือด ปรากฏว่าไม่พบวิตามินซีเลย หลังจากนั้นก็ฉีดเข้าไปอีก 2 กรัม และตรวจหาวิตามินซี ก็ยังไม่สามารถที่จะตรวจพบได้อีกเช่นกัน ต่อมาเมื่อฉีดเข้าไปอีกเรื่อยๆ จนกระทั่ง 8 กรัม จึงพบว่าในเลือดมีวิตามินซีหลงเหลืออยู่ ซึ่งนั่นก็บ่งบอกได้ว่า เมื่อใดที่ร่างกายเกิดความเครียดขึ้นมานั้น ร่างกายก็จะต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นคนที่มีความเครียดสูงมากๆ ควรที่จะได้รับวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 8 กรัม

การกินวิตามินนั้นเป็นเพียงทางออกทางหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายทนกับความเครียดได้มากขึ้นเท่านั้นเอง ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวคุณว่าสามารถที่จะปรับเปลี่ยน ทัศนคติและพร้อมที่จะรับมือกับความเครียดได้มากน้อยเพียงใด ลองมองลองนึกดูดีดีถึงปัญหาที่ทำให้เราเครียดว่าเกิดมาจากอะไร เพราะอะไร "ลองทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง แล้วเดินไปข้างหน้า" อาจจะพบกับอะไรใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตคุณมีความสุขก็ได้นะ