ตามหลักสุขภาพอาหารมื้อเย็นควรจะเป็นอาหารเบาๆ
ย่อยง่าย จำนวนไม่มาก เพราะหลังกินอาหารมื้อนี้ไม่นานก็จะถึงเวลานอน
อวัยวะทุกส่วนต้องพักผ่อนไม่อยากทำงานแล้ว กระเพาะอาหารก็เช่นกัน
เมื่อกระเพาะอาหารอยากพักไม่ยอมทำงานเพราะจะนอนเหมือนเจ้าของร่างกาย
อาหารที่เข้าไปอยู่ในกระเพาะก็เลยไม่ถูกย่อยเกิดการบูด
ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ถ้ามีก๊าซมากก็จะมีอาการปวดท้อง
เสียดท้อง แน่นท้อง เพราะอาหารไม่ย่อย
เพราะเหตุดังกล่าวพระพุทธองค์จึงให้ภิกษุฉันเพียง
2 มื้อ คือ งดมื้อเย็นเสีย บางวัดท่านจะฉันมื้อเดียวตอน
10 โมงเช้าเท่านั้น คือ ให้มื้อกลางวันเป็นมื้อหลัก
คนที่ต้องการลดความอ้วนโดยใช้วิธีอดอาหารมื้อเช้าเป็นการกระทำที่ไม่ถูก
เพราะได้พลังงานไม่เพียงพอต่างกับมื้อเย็นที่เรากำลังจะไปนอน
เลิกทำงานแล้ว
อาหารมื้อเย็นแบบไทย
เป็นอาหารที่ได้คุณค่าทางโภชนาการมาก โดยเฉพาะกินอาหารพื้นบ้านไทย
ตัวอย่างเช่น
- ข้าวกล้อง
แกงส้ม หรือแกงเลียง (ผักรวม) ผักสด หรือผักต้ม จิ้มน้ำพริกชนิดใดก็ได้
ปลาทูทอด จะมีของทอดเพื่อเพิ่มไขมันก็ได้ ถ้าใช้ชะอมและ/หรือมะเขือยาวชุบไข่ทอดกินกับน้ำพริกอยู่แล้วไม่ต้องพาไขมันอื่นก็ได้
เพียงมีอาหารตามตัวอย่างนี้ก็สามารถได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
เพราะข้าวกล้องก็จัดอยู่ในพวกคาร์โบไฮเดรต ปลาทู ก็เป็นโปรตีน
มะเขือ และชะอมชุบไข่ทอดก็ได้ไขมัน
ส่วนวิตามิน
และเกลือแร่ก็ได้จากผักในแกงส้ม หรือแกงเลียง รวมทั้งผักที่ใช้จิ้มน้ำพริก
และจากน้ำพริกเองซึ่งมีกะปิ น้ำปลา น้ำมะนาว เป็นส่วนประกอบ
ถ้าใช้คูนมาแกงส้ม ก็จะได้แคลเซียมจากคูนถึง 115 มิลลิกรัมต่อ
100 กรัม ของคูนส่วนที่กินได้ มีวิตามินเอ 213 IU ด้วย
การกินผักพื้นบ้านค่อนข้างปลอดภัยจากสารพิษ
อย่างต้นคูนไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงก็ไม่มีแมลงรบกวนอยู่แล้ว
ส่วนผักจิ้มน้ำพริกที่เป็นยอดอ่อนของผักพื้นบ้านที่กินสดก็มีมากมาย
เช่น ยอดกระถินไทย ยอดแค ยอดอ่อนของผักติ้ว หรือแต้ว ผักบุ้งไทยขาว
100 กรัมของส่วนที่กินได้มีวิตามินเอถึง 11,447 IU ช่วยให้สายตาดี
ยอดผักบุ้งกินทั้งสดและลวกสุก
มื้อเย็นถ้าเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมากได้จะดี
เพราะไขมันจะตกค้างในกระเพาะอาหารนานกว่าอาหารหมู่อื่นๆ
ทำให้ท้องอืด แกงพื้นบ้านที่ไม่ใส่กะทิจะเหมาะกับมื้อเย็น
ความจริงแล้วอาหารอีสานเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก
เช่น ส้มตำมะละกอ ในมะละกอดิบมีเอ็นไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร
ปลาร้าก็มีแคลเซียมสูงมากแต่ต้องทำให้สุกก่อนเพื่อฆ่าพยาธิ
และเชื้อแบคทีเรีย ไก่ย่างในภาคอีสานจริงๆ ก็มีมันน้อยกว่าไก่ในกรุงเทพฯ
ข้อสำคัญอย่าย่างจนเกรียม เพราะส่วนที่เกรียมจะมีสารก่อมะเร็ง
นอกจากนั้นเขายังกินพวกเครื่องจิ้ม(ปลาร้าแบบต่างๆ) กับผักสด
แต่ทุกอย่างขอให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและยาปราบศัตรูพืช
ก็นับได้ว่าอาหารอีสานมีคุณค่าต่อสุขภาพมาก
อาหารเย็นแบบภัตตาคารจีน
หรือที่เรียกว่า "กินโต๊ะจีน" เป็นอาหารที่ไม่เข้าหลักสุขภาพ
เพราะมีเนื้อสัตว์จนล้นเกิน ไขมันมากเกินไป คาร์โบไฮเดรตก็มาก
เช่น ข้าวผัดปู ข้าวก็มาก น้ำมันก็เยิ้ม ผักสดมักไม่ค่อยมีนอกจากนำมาแต่งจานเล็กๆ
น้อยๆ เพื่อความสวยงาม ถ้าจะมีผัก(ยกเว้นสลัด) ก็เป็นผักที่สุกแล้วแทบทั้งนั้น
ซ้ำยังใส่ผงชูรสทุกรายการของอาหารคาว ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ซึ่งเคยเขียนไว้แล้ว
อาหารเย็นแบบตะวันตก
จะมีตั้งแต่อาหารจานเดียวไปจนถึงเป็นชุดใหญ่คล้ายอาหารจีน
จะเริ่มด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยก่อน เรียกว่า ออร์เดิร์ฟ
เป็นของคาวชิ้นเล็กๆ เหมือนของจีนที่มีเมล็ดแตงโมแห้งมาให้ขบเคี้ยวก่อนอาหารหลักหรืออาหารจริงที่จะเสิร์ฟ
อาหารเย็นแบบตะวันตกก็มีครบ
5 หมู่เช่นกัน คาร์โบไฮเดรตก็เป็นพวกขนมปัง โปรตีนจากเนื้อสัตว์จะมีมากกว่าหมู่อื่น
ผักก็มีมากทั้งผักสด(สลัด)และผักต้ม ไขมันก็ได้จากนม เนย
ไข่ ซึ่งมากเกินพอสำหรับมื้อเย็นที่กำลังจะนอนในอีกไม่กี่ชั่วโมง
และไม่ต้องการพลังงานไปใช้ทำงานแล้ว การอดอาหารจึงควรเลือกอดมื้อนี้
ผู้ที่อยากลดน้ำหนักโดยวิธีอดอาหาร
ผู้เขียนได้แนะนำควรอดมื้อเย็น แต่หลายท่านบอกว่าทำไม่ได้เพราะยึดถือว่าอาหารเย็นเป็นอาหารหลักจึงต้องกินให้อิ่มที่สุด
หรือเป็นอาหารหนักที่สุด ผู้เขียนก็เลยถามเขาว่า "คุณนับถือศาสนาอะไร"
เขาก็ตอบว่าศาสนาพุทธ ก็เลยถามต่ออีกว่าคุณเลื่อมใสในพุทธศาสนาแค่ไหน
เคยเข้าวัดถืออุโบสถบ้างไหม เขาก็ตอบว่าเคย ผู้เขียนก็เลยแนะนำว่า"
ถ้าเช่นนั้นทุกวันพระให้คุณถือศีลแปด คือ งดอาหารมื้อเย็นหนึ่งมื้อ
เดือนหนึ่งมีวันพระ 4 หน คุณก็จะได้อดอาหารเย็น 4 หน เป็นการรักษาศีล
ช่วงเวลาที่เคยกินข้าวก็เอาไปทำสมาธิให้จิตสงบ เมื่อพลังจิตเข้มแข็ง
พลังกายก็จะแข็งแรงไปด้วย" เขาฟังแล้วก็ตอบว่าเขาทำได้
ถ้าจะให้ถือศีล 8 วันพระ เพราะมีกำลังศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก
ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพ และสุขภาพจิตไปพร้อมๆ กัน