บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

จิตบำบัด ตอน ๒
(Psychotherapy)

กองบรรณาธิการ


วิธีการทำจิตบำบัดกับผู้ป่วยทั่วไป

วิธีการทำจิตบำบัดนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็แตกต่างกันไปตามลักษณะของวัตถุประสงค์โดยเฉพาะและวิธีดำเนินการ ทั้งนี้ก็เพราะว่าแต่ละวิธีเป็นผลมาจากหลักทฤษฎีที่แตกต่างกัน ซึ่งก็พอแบ่งออกได้ ดังนี้

๑. การรักษาทางกาย เช่น

๑.๑ การทำให้ช็อค (Shock therapy) หมายถึง การทำให้ร่างกายแน่นิ่งและหมดสติ ไปอาจจะใช้ไฟฟ้าช็อต หรือ ฉีดอินซูลินเข้าไป ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อคนไข้ฟื้นขึ้นมาแล้วจะมีอาการดีขึ้น ส่วนใหญ่ใช้รักษากับคนไข้อาการซึมเศร้า มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากคนไข้มีความรู้สึกผิดลึกๆ ภายในใจทั้งนี้ผู้ป่วยรับรู้ว่าการช็อคเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง จึงทำให้รู้สึกดีขึ้นภายหลัง ผลข้างเคียงของการทำให้ช็อคคือการสูญเสียความจำบางส่วนในสมอง

๑.๒ การให้คนไข้ดื่มสารเคมีบางอย่างเข้าไป หรือ ที่เรียกว่า Narco Analysis คนไข้จะ ตกอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นเหมือนถูกสะกดจิต หลังจากนั้นแพทย์จะชักนำให้คนไข้ระบายสิ่งที่คับอกคับใจออกมา เพื่อที่จะได้หาทางรักษาได้ถูกจุดยิ่งขึ้น วิธีนี้ใช้กับคนไข้ที่ไม่ค่อยพูด หรือระมัดระวังตัวมากซึ่งมีผลทำให้ผู้บำบัดไม่สามารถค้นหาสาเหตุของโรคได้

๒. การรักษาทางใจ เช่น

๒.๑ แบบผู้มาปรึกษา/ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Client centered) ตามนักจิตวิทยา Carl Rogers โดยช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจในปัญหาของตนเอง พยายามให้คนไข้มองเห็น และเข้าใจถึงความคาดหวังของตนที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง และคิดหาวิธีแก้ปัญหาได้

๒.๒ แบบจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) ตามนักจิตวิเคราะห์ Sigmund Freud ซึ่งมี อยู่ ๔ ขั้นตอน คือ

๑) Free Association โดยให้ผู้ป่วยนอนราบลงบนเก้าอี้ยาว ส่วนผู้บำบัดจะนั่งอยู่ข้างหลัง มองไม่เห็นหน้ากัน ผู้ป่วยจะต้องพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในกระแสความรู้สึกนึกคิดของเขา

๒) Dream interpretation การแปลความฝันในขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นการเข้าถึงจิตใต้สำนึกโดยอีกวิธีหนึ่ง

๓) Analysis of resistance ในขณะที่ขบวนการ Free Association หรือการเล่าความฝันกำลังดำเนินไปอยู่นั้น มันอาจจะไปกระทบกับอดีตที่สร้างความปวดร้าวหรือขมขื่นใจผู้ป่วย ผู้ป่วยอาจจะหยุดพูดแล้วเบนความสนใจของผู้บำบัดไปเรื่องอื่น หรือ อาจพูดว่า "เรื่องนี้ไม่มีสาระสำคัญอะไร" หรือแม้แต่การที่ ผู้ป่วยมาสายกว่ากำหนดนัด หรือ ลืมกำหนดนัด สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยใช้ในการป้องกันตนเองจากความจริงที่ตนกำลังเผชิญอยู่

๔) Transference หมายถึงความสัมพันธ์ซึ่งผิดไปจากปกติธรรมดา เช่น ผู้ป่วยเห็นผู้ให้การบำบัดเป็นบุคคลในอดีตที่มีความสำคัญต่อชีวิต อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอารมณ์แบบต่าง ๆ ดังนั้น เมื่อได้มาพบผู้บำบัดซึ่งคล้ายบุคคลที่มีความสำคัญต่อเขาในอดีต ผู้ป่วยจะมีปฏิกิริยาและท่าทีต่อผู้บำบัดเหมือนที่เคยประพฤติมาแล้วในอดีต

๓. การรักษาทางฟื้นฟู เป็นการรักษาให้คนไข้ใช้ศักยภาพของตนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เนื่องจากเมื่อเมื่อคนไข้หายแล้ว คนไข้ยังคงมีริ้วรอยหรือบาดแผลภายในใจเหลือค้างอยู่ไม่ได้คืนดีหมดทุกส่วน ฉะนั้นการฟื้นฟูจึงจำเป็น การฟื้นฟูนี้เมื่ออยู่ในโรงพยาบาลก็จะหนักไปทางการทำงาน ซึ่งเรียกว่า อาชีวะบำบัดและรวมทั้งงานบันเทิงบำบัดด้วย เพื่อให้คนไข้เพลิดเพลิน พอใจในการทำงานจะได้ไม่หมกมุ่นคิดฝันในสิ่งที่ไร้สาระต่อไป

๔. การรักษาอื่น ๆ เช่น

๔.๑ Behaviour therapy ไม่เน้นการค้นหาความยัดแย้งภายในและพยายามที่จะเปลี่ยนการรับรู้ของบุคคลเช่นจิตวิเคราะห์ แต่พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขพฤติกรรมผิดปกติโดยตรง ด้วยการใช้วิธีการให้รางวัลในพฤติกรรมที่ดี ถูกต้อง เหมาะสม และการลงโทษในพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง และมีการให้ผู้ป่วยรู้จักผ่อนคลายอารมณ์ ร่างกาย เช่น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อเมื่อมีอารมณ์เครียด เป็นต้น

๔.๒ Implosive therapy เป็นวิธีการคล้ายเกลือจิ้มเกลือ หรือ หนามบ่งหนาม เพราะผู้บำบัดจะนำเอาสิ่งเร้าที่ทำให้คนไข้กระวนกระวายใจมาให้คนไข้ หรือ นำพาคนไข้ให้ได้ พบกับสิ่งเร้านั้น ๆ ใช้รักษาโรคกลัวความสูง กลัวแมงมุม หรือกลัวสิ่งอื่นๆ ที่ไม่มีเหตุผล เช่น คนไข้ที่เป็นโรคประสาทแบบกลัวความสูง ผู้ให้การบำบัดก็จะพาคนไข้ขึ้นไปบนที่สูง ๆ อย่างช้าๆ เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้คนไข้มีอาการดีขึ้น

๔.๓ Existential therapy เน้นความสำคัญของประสบการณ์ของแต่ละคน สถานภาพในปัจจุบันของคนนั้น ไม่นำเอาสิ่งที่บุคคลนั้นแปลกไปจากคนอื่น ๆในสังคมที่เกี่ยวข้อง เน้นว่าแต่ละคนมีอิสระในการที่จะเลือกทำสิ่งที่ต้องการ รวมถึงเลือกแก้ไขปัญหาตามวิธีของตน เน้นให้ความเป็นอิสระแก่บุคคลในการที่จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการดำรงชีวิตของตน มีอิสระที่จะตัดสินใจว่าคนควรจะดำเนินชีวิตอย่างไรและสร้างคุณค่าของชีวิตด้วยตนเอง