บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

การแก้ไขพฤติกรรมด้วยโปรแกรมจิต


ทางพุทธศาสนาได้ให้แนวทางในการปลดเหตุแห่งทุกข์คือมรรค 8 ซึ่งมีสัมมาทิฐิ(ความเห็นชอบ) เป็นข้อแรก สัมมาทิฐิเปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะเข้าถึงผลการปฏิบัติเพื่อแก้ไขเหตุแห่งทุกข์ หากเปรียบสัมมาทิฐิเป็นโปรแกรมจิตในทางที่ถูกต้องแล้ว การแก้ไขโปรแกรมจิต โดยการปรับเปลี่ยนทิฐินั้น ทำได้โดยการนำสัญญาที่มีอยู่มาพิจารณาจนเกิดปัญญาแก้ไขทิฐิที่บกพร่อง ขอขยายความดังนี้คือ

โปรแกรมจิตที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก "ผัสสะ" ซึ่งทำให้เกิด "เวทนา" ขึ้นนั้นจะประกอบไปด้วย "สัญญา" หลายๆ อย่างรวมกันไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ "สัญญา"อย่างหนึ่งอย่างใดเพียงอย่างเดียวที่ถูกกระตุ้นเตือน ในภายหลัง ก็จะทำให้โปรแกรมจิต นั้นดึงเอา เวทนาที่จำหมายไว้ออกมากระตุ้นเตือนจิตจนต้องมีคำสั่งไปยังสมอง ให้ทำงาน ดังการทดลองของพัฟล็อฟ (Pavlov) นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ซึ่งกระทำในสุนัข (มีการทำงานของจิต กับสมอง ทำชีวภาพเช่นเดียวกับมนุษย์) โดยการกดกริ่งให้สุนัขได้ยินก่อนให้กินผงเนื้อ ทำซ้ำหลายๆครั้งเข้าก็เกิด "โปรแกรมจิต" ตามมา หากมีการกระตุ้นเตือนเกิดเวทนาซ้ำๆ แต่เวทนาทั้งสองไม่ตรงกัน เช่นเวทนาครั้งแรกเป็นสุขเวทนา เวทนาครั้งหลังที่อยู่ในโปรแกรมจิตเป็นทุกขเวทนา ในกรณีนี้ก็จะเกิดความขัดแย้ง (conflict) ขึ้นภายในจิตใจ จนอาจจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตได้ ถ้าหากความขัดแย้งนั้นรุนแรงมาก

ในทางการแพทย์ปัจจุบันเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยๆ สิ่งที่ทำให้เกิดโปรแกรมจิตที่ผิดพลาด(สัญญาวิปลาส) นั้นคือ นิวรณ์ 5 ( สิ่งที่ปิดกั้นหรือขัดขวางจิตไม่ให้ถึงความดี) ความผิดปกติดังกล่าวนั้นคือ

1.กามฉันทะ พอใจในสิ่งที่น่ารัก น่าใคร่
2.พยาบาท คิดร้ายผู้อื่น
3.ถีนมิทธะ ความหดหู่ซึมเซา เกิดจากการที่ต้องเผชิญอยู่กับสภาวะที่ไม่ปรารถนา เป็นต้น
4.อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำคาญ ทำให้จิตไม่ตั้งมั่นเป็นสมาธิที่พบที่จะสั่งงานให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย เกิดจากการที่เวทนาอันก่อนไม่ตรงกับเวทนาอันหลังทำให้ตัดสินใจออกคำสั่งไม่ได้ หรือไม่ก็สั่งไม่ถูก ทำให้เกิดความผิดพลาด

อาการผิดปกติ ทางจิตทั้ง 5 อย่างนี้หากเกิดรุนแรงมากขึ้นไม่ว่าอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายๆ อย่างก็คืออาการของโรคทางจิตนั่นเอง เพื่อระงับความผิดปกติดังกล่าว สามารถทำได้โดยการวิปัสสนา ซึ่งจะลงไปทำงานที่จิตสำนึก จิตไร้สำนึก และจิตเหนือสำนึก ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง โปรแกรมจิตสำนึกแบบธรรมดาที่ใช้ในการเลิกสูบบุหรี่ดังนี้

1.กำหนดเป้าหมาย ขึ้นในใจว่าเราต้องการที่จะเลิกสูบบุหรี่ จากนั้นพูดถ้อยคำออกมาใช้ สั่งสมองกล่าวออกมาดังๆ ให้ผู้อื่นได้ยิน

2.พูดบ่อยๆ และระลึกในใจไว้บ่อยๆให้สมองรับรู้ว่า ฉันเลิกสูบบุหรี่แล้วนะ บวกกับจินตนาการ นึกภาพเหตุการณ์ที่มีคนยื่นบุหรี่ให้ แล้วให้นึกเห็นตนเองปฏิเสธที่จะรับมาสูบ โดยบอกกับคนที่ยื่นบุหรี่ให้ว่า "ฉันเลิกสูบบุหรี่แล้วนะ"

3.ตอกย้ำโดยใช้ภาพ "ดูข้อความโทษของบุหรี่" พูดคุยกับผู้ที่เป็นโรคจากการสูบบุหรี่ ขอให้ผู้ใกล้ชิดช่วยคอยบอกคอยเตือน หรือนำสิ่งข้างต้นมาให้ ติดในที่เห็นได้บ่อยๆ

เท่าที่ได้ศึกษามา โปรแกรมจิตชนิดนี้ต้องใช้เวลายาวนาน ในคนที่กำลังใจ หรือพลังจิตไม่เข้มแข็ง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ได้ผลดีเป็นเวลายาวนานเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามยังมีโปรแกรมจิตสำนึกแบบอื่นๆ อีกซึ่งจะกล่าวต่อไปในปักษ์หน้า