เรื่องของดนตรีบำบัดโรคนั้นมีตัวอย่างและงานวิจัยอยู่มาก
วันนี้ผมจะยกตัวอย่างของประเทศสหรับอเมริกากับดนตรีบำบัดในประเทศไทยให้ฟังกันนะครับ
ตัวอย่างงานวิจัยและกรณีศึกษาทางด้านดนตรีบำบัดในประเทศสหรัฐอเมริกา
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
ที่มิลวอคกี (University of Wisconsin at Milwaukee) รายงานว่าผู้รอดชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว
ผู้ป่วยมีรู้สึกว่าความกระวนกระวายลดลง หลังจากได้ฟังเพลงคลาสสิค
และมีผลกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ภายในเวลาไม่นานอัตราการเต้นของหัวใจลดลงมาอยู่ที่ค่าเฉลี่ย
79 - 71 ต่อนาที และค่าเฉลี่ยของการหายใจอยู่ที่ 17-16
ต่อนาที อัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าหัวใจของผู้ป่วยทำงานได้ดีขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ความเครียดและความกังวลเป็นอันตรายต่อหัวใจ
เมื่อตกอยู่ในภาวะเครียดร่างกายจะปล่อยสาร "epinephrine"
"nore epinephrine" และสารประกอบตัวอื่นๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นถี่
และเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อน ดนตรีอาจช่วยรักษาผู้ป่วยที่ว้าวุ่นใจและจดจ่อกับบางอย่างในใจโดยไม่สิ้นสุดได้
ดนตรีช่วยลดความเจ็บปวดได้
กรณีศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น รีเซิร์ฟ (Western Reserve
University) พบว่า จากการศึกษาผู้ป่วยที่ฟื้นตัวจากการผ่าตัด
500 คน ที่ได้ฟังดนตรี หรือเรียนรู้วิธีคลายเครียด รู้สึกเจ็บปวดลดลงมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการบำบัดด้วยตนตรี
(ดนตรีที่ใช้บำบัดได้แก่ ออเคสตรา แจ๊สช้าๆ และเพลงบรรเลงจากเครื่องดนตรี
เช่น ฮาร์ป และเปียโน) นอกจากนี้แล้วผู้ป่วยยังเพลิดเพลินกับการรักษาอีกด้วย
ดนตรีสามารถเปลี่ยนสารเคมีในร่างกาย
หลักฐานนี้ยืนยันโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยไมอามี (University
of Miami) ซึ่งศึกษากลุ่มผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ นักวิจัยพบว่าระดับเมลาโทนิน
(ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ที่สร้างจากต่อมไพเนียล (Pineal
gland) ซึ่งมีขนาดเท่าเม็ดถั่ว และ ตั้งอยู่ใจกลางสมอง
และ จะฝ่อหายไปเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น) ระดับสูงขึ้นในเลือดของผู้ป่วยหลังจากที่ให้ผู้ป่วยร้องเพลงในตอนเช้าเป็นเวลา
30-40 นาที และบำบัดด้วยดนตรี 5 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา
1 เดือน ซึ่งก่อนการศึกษาผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการสั่น เขย่าตัว
รวมถึงการพูดซ้ำ และมีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา หลังการบำบัดสังเกตได้ว่าผู้ป่วยมีการพูดและปฏิกิริยาโต้ตอบดีกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการบำบัด
คาดว่าระดับของเมลาโตนินที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากการผ่อนคลายและอารมณ์ที่สงบลงของผู้ป่วย
งานวิจัยที่มหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา
(Florida State University) นักวิจัยศึกษาเด็กทารก 40
รายที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และต้องอยู่ในตู้อบพบว่า เมื่อเล่นเพลงกล่อมเด็กเป็นเวลา
15-30 นาที 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถเพิ่มน้ำหนักในเด็กทารกชายและหญิงได้
และทำให้เวลาอยู่ในตู้อบของทารกหญิงสั้นลงด้วย
ตัวอย่างงานวิจัยทางด้านดนตรีบำบัดในประเทศไทย
ค้นจากฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
โดยใช้คำสืบค้นว่า "ดนตรีบำบัด" และ "Music Therapy" พบ
5 รายการดังนี้
1. เพ็ญศรี
สุหฤทดำรง. ผลของดนตรีบำบัดต่อการลดความเครียดในผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจเทียมและ
เครื่องช่วยหายใจ วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์
(การพยาบาลผู้ใหญ่) ขอนแก่น:มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2538
2. วุฒิชัย
ไชยรินคำ. เปรียบเทียบผลของดนตรีบำบัดและการให้คำปรึกษากลุ่มแบบยึดบุคคลเป็นศูนย์กลางที่มีต่อ
อัตมโนมติของวัยรุ่นในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์
วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. การศึกษา (จิตวิทยาการให้คำปรึกษา)
ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา., 2542
3. กัลยาณี
เจนอนุศาสตร์ . เปรียบเทียบระหว่างผลการใช้กิจกรรมดนตรีบำบัดกับการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ที่มีต่อ ภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ ในสถานสงเคราะห์คนชรา
บ้านบางแค 2 กรุงเทพมหานคร วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
การศึกษา (จิตวิทยาให้คำปรึกษา) ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา.,
2542
4. อาริยา
สอนบุญ. ผลของดนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลและอาการคลื่นไส้อาเจียน
ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
พยาบาลศาสตร์ (การพยาบาลผู้ใหญ่) ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น,
2543
5. Teerawan
Teerapong. Music Therapy for Cripple Children : a
Case Study in Pakkred Home for Cripple Children.
Master. Science (Clinical Psychology) Bangkok : Mahidol
University (Thailand), 1993
นี่เป็นตัวอย่างดนตรีบำบัดส่วนหนึ่งที่มีอ้างอิงอยู่ในปัจจุบัน
ถ้ามีใครมีเพิ่มเติมจากตรงนี้ก็สามารถที่จะส่งข้อมูลมาได้
ที่ dr.kanin@balavi.com นะครับ แล้วไว้พบกันฉบับหน้า
จะเล่าให้ฟังถึงลักษณะเด่นและประโยชน์ของดนตรีบัดกันต่อไป