บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

โปรแกรมจิตใต้สำนึก-บำบัดมะเร็ง


นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

คุณย่าฮุยเกียวสร้างปาฏิหาริย์ทางสุขภาพมาแล้วหลายครั้ง กล่าวคือเมื่อ 40 ปีที่แล้วเธอเป็นมะเร็งปากมดลูก มันหนักหนาเกินกว่าที่จะผ่าตัดได้ จึงได้รับการรักษาด้วยการฝังแร่ จากนั้นอาจารย์หมอผู้รักษาก็บอกกับลูกๆ ของคุณย่าว่า "จะอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี" พอดีมีญาติคนหนึ่งแนะนำว่าให้ไปรักษาตัวที่ปักกิ่งเผื่อจะมียาจีนช่วยให้รอดชีวิตได้ และคุณฮุยเกียวก็ได้เดินทางไปเมืองจีน แต่หมอที่นั่นตรวจเสร็จกลับบอกกับคุณฮุยเกียวว่าเมืองไทยรักษามะเร็งได้เก่งมากแล้ว ไม่ต้องรักษาอะไรอีก เป็นอันว่าคุณฮุยเกียวไปเที่ยวเมืองจีนเฉยๆ

ความที่คุณย่าฮุยเกียวเป็นคนใจดี มีเมตตาสูงมักเอื้อเฟื้อเจือจานญาติๆพี่น้องและคนรอบข้าง ไม่ว่ายากดีมีจน แถมเธอชอบไหว้เจ้าเป็นกิจวัตร ไม่นานจึงมีเพื่อนบ้านที่ชอบพอกันประดุจญาติมาบอกเธอว่า ฮุยเกียวเป็นผู้มีศรัทธาในเจ้าแม่กวนอิม ถึงตอนที่ป่วยเจ็บอย่างนี้ เจ้าแม่กวนอิมอยากมาช่วย ญาติคนนั้นอาสาทำพิธีต่ออายุให้คุณฮุยเกียวโดยจะลดทอนอายุของตัวเองลงไป เธอจัดพิธีกรรมที่ดูเข้มขลัง มีการเข้าทรงบนโต๊ะที่ต่อขึ้นไปถึงสามชั้น ขึ้นไปรำดาบบวงสรวงอยู่ข้างบน ตามด้วยการเผากระดาษยันต์มาให้คุณฮุยเกียวดื่ม

เสร็จจากพิธีต่ออายุนั้นแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะลืมเรื่องราวการป่วยเจ็บของคุณฮุยเกียวไป นอกจากจะคอยไปรับการตรวจจากอาจารย์หมอผู้ทำการรักษา เวลาผ่านไปห้าปีก็แล้ว สิบปีก็แล้ว คุณฮุยเกียวก็ยังเป็นปกติ จากนั้นก็เป็นยี่สิบปี คุณฮุยเกียวเองต้องเป็นฝ่ายไปงานศพของอาจารย์หมอผู้มีพระคุณที่รักษาเธอ เพราะอาจารย์หมอท่านเองต้องจากไปด้วยภัยมะเร็ง และญาติที่ต่ออายุให้ก็มีอันตายจากด้วยอีกคนหนึ่ง แต่คุณฮุยเกียวกลับไม่เป็นอะไร จนกระทั่งศิริรวมอายุได้ 90 ปี

ด้วยอายุที่ยืนนานขึ้น คุณฮุยเกียวก็มีอาการเข่าเสื่อม มันเสื่อมมากเสียจนขาโก่ง ฮุยเกียวจึงหกล้มบ่อยสุดท้ายด้วยการคะยั้นคะยอของลูกๆ ฮุยเกียวยอมที่จะไปผ่าตัดซ่อมหัวเข่า โดยต้องดมยาสลบอยู่ถึง 2 ชั่วโมงเต็ม การณ์กลับปรากฏว่าเธอฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีอาการปวดเจ็บเป็นที่แปลกใจของทั้งหมอและพยาบาลทั้งตึก คุณฮุยเกียวกลับบ้านได้ภายในเวลาไม่กี่วัน และ 6 เดือนต่อมาก็กลับเป็นฝ่ายขอกลับไปผ่าตัดเข่าอีกข้างหนึ่งด้วยความติดใจ

แต่ใช่ว่าทุกอย่างในโลกจะดีไปเสียหมด คุณฮุยเกียวมีจุดอ่อนทางสุขภาพอยู่อีกบางประการ คือเธอเป็นเบาหวานมาหลายปีดีดัก และบางทีก็มีไขมันเลือดสูง ลูกๆหลายคนคิดเป็นห่วงเธอ จึงอยากให้ควบคุมอาหารการกินเข้าไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องใช้ยา ลูกๆ ลงมติจัดหาคนรับใช้ประจำตัวให้เธอหนึ่งคน นอกจากจะช่วยติดสอยห้อยตาม ดูแลชีวิตความเป็นอยู่แล้ว ยังจะได้ช่วยสอดส่องพฤติกรรมการกินของคุณฮุยเกียวมิให้คลาดสายตา เหตุเพราะเธอมีญาติเยอะ และเธอเป็นที่รักนับถือของญาติๆ เธอจะต้องถูกรับเชิญไปเป็นศูนย์กลางของงานอยู่เสมอ เมื่อไปในงานบรรดาอาหารจีนๆ มันๆ หวานๆ ก็กินไม่ยั้ง คุยไม่หยุด ซึ่งคุณฮุยเกียวก็โปรดนักกับบรรยากาศฉลองในหมู่ญาติเช่นนี้ ผลก็คือน้ำตาลในเลือดของเธอจะสูงโด่งขึ้นเป็นระยะๆ ตามสเกลความชุกของการรับเชิญ

คนรับใช้ที่ลูกๆจัดหามานี้จึงทำหน้าที่ตำรวจลับคอยเฝ้า คอยฟ้องว่าคุณฮุยเกียววันนี้ไปกินขนมหวาน กินเป็ดกินไก่เข้าไปกี่มากน้อย ฟ้องเสร็จลูกๆก็จะมาซักถามและควบคุมเธออีกชั้นหนึ่ง การณ์ดำเนินไปเช่นนี้ระหว่างคุณฮุยเกียวกับคนรับใช้ประดุจผู้ร้ายกับตำรวจ ครั้นจะ "ส่งส่วย" คนรับใช้รายนี้ก็ไม่ยอม "รับส่วย" เหตุการณ์ดำเนินไปได้สัก 1 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองเสื่อมทรามลงเป็นลำดับ

คุณฮุยเกียวซึ่งตลอดมาไม่เคยรังเกียจใครถึงกับเอ่ยปากว่า "ฉันเกลียดคนนี้เสียเหลือเกิน" มีการตวาดดุด่าคนรับใช้อยู่เนืองๆ อารมณ์ของเธอขุ่นมัวและโกรธขึ้งอยู่เสมอ ลูกๆ ถึงกับสังเกตว่าระยะหลังๆ คุณฮุยเกียวจะมีกลิ่นปากเหม็น กลิ่นตัวแรง แต่ต่างก็นึกว่าเป็นเพียงอุปาทาน

เมื่อฝ่ายหนึ่งเกลียด อีกฝ่ายก็เกลียดตอบ คนรับใช้แสดงหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคารพ และทำอะไรๆให้อย่างเสียไม่ได้ บางทีก็ตวาดเธอกลับเข้าให้เมื่ออยู่ลับหลังลูกๆ

มาวันหนึ่งคุณฮุยเกียวถ่ายอุจจาระไม่ออก และปวดท้องอย่างรุนแรง เธอถูกพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เข้าให้แล้ว เธอจึงต้องรับการผ่าตัดมะเร็งที่อายุย่าง 91 ปี

ไม่รู้ว่าจะหนังเหนียวไปถึงไหน เธอผ่านการผ่าตัดอีก 2 ชั่วโมงได้ ผลการผ่าตัดหมอสามารถเลาะก้อนเนื้องอกออกไปหมด ไม่มีต่อมน้ำเหลืองที่มีมะเร็ง และชนิดของเซลล์มะเร็งก็เป็นประเภทโตช้า ประกอบกับอายุก็ปูนนั้นแล้วเป็นอันว่าเคมีบำบัดก็ไม่ต้องใช้ ลูกๆจึงพาคุณฮุยเกียวมารับการดูแลแบบธรรมชาติบำบัด

แน่นอนว่า หลักธรรมชาติบำบัดใช้ทั้งสูตรอาหารต้านมะเร็ง ฝึกชี่กง ส่วนเรื่องสมาธิผมให้เธอสวดมนต์ เพราะเธอนับเป็นเอตทัคคะด้านนี้อยู่แล้ว และหลังผ่าตัดได้มากกว่า 1 เดือนเธอก็รับการสวนกาแฟเป็นประจำ และได้วิตามินระดับสูง

ประเด็นที่ควรพิจารณาคือ ทำไมเธอมาเกิดมะเร็งในช่วงหลังนี้ ด้านหนึ่งเป็นเพราะเซลล์ค่อยๆ กลายตัวเพราะอายุก็แก่มากแล้ว แต่อาจารย์นายแพทย์ชินโอสถ หัสบำเรอกล่าวว่า

"ผลกรรมทันตาเห็นเป็นความเจ็บป่วย ตามชื่อหนังสือเล่มที่ผมเขียนไงล่ะหมอ คิดดูซิว่า อาม้าทำอะไรในช่วงปีหลัง เธอเปลี่ยนจากคนมีธรรมะเป็นอีกคนหนึ่งที่โมโหหงุดหงิด ด่าคนใช้ จิตใต้สำนึกของเธอเล่นงานเธอเข้าให้แล้วไงล่ะหมอ ผมเคยเจอบ้างบางกรณี อย่างเช่นผู้หญิงเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศ สืบย้อนกลับไปให้ดีเพราะเธอจิตโกรธและระบายออกไม่ได้ เพราะไปเจอว่าสามีไปมีเมียน้อย นี่ก็เหมือนกัน อาม้านึกเกลียดคนใช้ซึ่งเป็นของที่ต่ำกว่าตัวเองอยากสลัดทิ้งไป แต่สลัดไม่ออก ด้วยกลไกทาง psycho-immunology เธอจึงตกอยู่ในภาวะภูมิต้านทานตกต่ำอย่างมาก ในทางกลับกันเมื่อเกลียดคนใช้ๆ ก็เกลียดตอบและคอยกัดอยู่ลับหลัง คราวนี้หละมะเร็งจะเกิดขึ้นตรงไหนเล่า ก็ต้องเกิดขึ้นที่เบื้องต่ำตรงก้นนั่นแหละ ในรายนี้มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นตัวแทนทางจิตใต้สำนึกระหว่างสองฝ่าย คือจะขับถ่ายออกไปก็ถ่ายไม่ออก และมะเร็งร้ายก็กัดตอบเธอตรงส่วนก้นนั่นแหละ สมน้ำสมเนื้อกันอย่างยิ่ง นี่คืออานุภาพของพลังจิตใต้สำนึกหละ"

ทีนี้มีผูกก็มีแก้ อาจารย์ชินโอสถนอกจากเขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ "ผลกรรมทันตาเห็นเป็นการป้องกันและบำบัดรักษาโรค" ผมถอดรหัสความนัยของอาจารย์ชินโอสถจัดการแนะนำให้ลูกๆ ของคุณฮุยเกียวแก้ลำด้วย 2 วิธีการ

ประการหนึ่ง คือให้เธอจัดการบวงสรวงเจ้าแม่กวนอิมขนานใหญ่ให้เหมือนเดิม ตามที่เธอเคยรอดจากมะเร็งปากมดลูกเมื่อ 40 ปีก่อน เป็นการฟื้นโปรแกรมทาง psycho-immunolygy ชุดเดิมให้กลับมาช่วยเธอ ลูกๆ เธอบอกว่าญาติคนเข้าทรงคนนั้นก็ตายจากไปเสียแล้ว แต่มีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองจีนคือเขาง้อไบ๊น่าจะพาเธอไปไหว้เจ้า ลูกๆจึงจัดพิธีใหญ่ให้ฮุยเกียวอุ้มพระพุทธรูปขึ้นไปถวายบนง้อไบ๊ซัวถึง 3 องค์ และพาเธอเที่ยวเมืองจีนต่อ เป็นอันฟื้นอดีตที่เธอเคยเดินทางไปตรวจมะเร็งที่เมืองจีน และเคยรับพิธีบวงสรวงเจ้าแม่กวนอิมบนเชิงเทินกลับมาฟื้นจิตใต้สำนึกของเธออีกครั้งหนึ่ง

ประการสอง ผมให้โยกย้ายนายตำรวจซะ(ฮา)… เปล่าหรอกเพียงแต่ให้เปลี่ยนคนรับใช้ หรือไม่ก็ปรับความสัมพันธ์ของคนทั้งสองมิให้เหมือนตำรวจจับผู้ร้าย แต่เป็นสัมพันธ์ของผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กและเด็กเคารพผู้ใหญ่ เรื่องนี้จึงจบด้วยแฮปปี้เอนดิ้ง เหตุการณ์ผ่านไปเกือบปีฮุยเกียวยังไม่มีมะเร็งมารบกวนอีกเลย