คุณย่าฮุยเกียวสร้างปาฏิหาริย์ทางสุขภาพมาแล้วหลายครั้ง
กล่าวคือเมื่อ 40 ปีที่แล้วเธอเป็นมะเร็งปากมดลูก มันหนักหนาเกินกว่าที่จะผ่าตัดได้
จึงได้รับการรักษาด้วยการฝังแร่ จากนั้นอาจารย์หมอผู้รักษาก็บอกกับลูกๆ
ของคุณย่าว่า "จะอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี" พอดีมีญาติคนหนึ่งแนะนำว่าให้ไปรักษาตัวที่ปักกิ่งเผื่อจะมียาจีนช่วยให้รอดชีวิตได้
และคุณฮุยเกียวก็ได้เดินทางไปเมืองจีน แต่หมอที่นั่นตรวจเสร็จกลับบอกกับคุณฮุยเกียวว่าเมืองไทยรักษามะเร็งได้เก่งมากแล้ว
ไม่ต้องรักษาอะไรอีก เป็นอันว่าคุณฮุยเกียวไปเที่ยวเมืองจีนเฉยๆ
ความที่คุณย่าฮุยเกียวเป็นคนใจดี
มีเมตตาสูงมักเอื้อเฟื้อเจือจานญาติๆพี่น้องและคนรอบข้าง ไม่ว่ายากดีมีจน
แถมเธอชอบไหว้เจ้าเป็นกิจวัตร ไม่นานจึงมีเพื่อนบ้านที่ชอบพอกันประดุจญาติมาบอกเธอว่า
ฮุยเกียวเป็นผู้มีศรัทธาในเจ้าแม่กวนอิม ถึงตอนที่ป่วยเจ็บอย่างนี้
เจ้าแม่กวนอิมอยากมาช่วย ญาติคนนั้นอาสาทำพิธีต่ออายุให้คุณฮุยเกียวโดยจะลดทอนอายุของตัวเองลงไป
เธอจัดพิธีกรรมที่ดูเข้มขลัง มีการเข้าทรงบนโต๊ะที่ต่อขึ้นไปถึงสามชั้น
ขึ้นไปรำดาบบวงสรวงอยู่ข้างบน ตามด้วยการเผากระดาษยันต์มาให้คุณฮุยเกียวดื่ม
เสร็จจากพิธีต่ออายุนั้นแล้ว
ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะลืมเรื่องราวการป่วยเจ็บของคุณฮุยเกียวไป นอกจากจะคอยไปรับการตรวจจากอาจารย์หมอผู้ทำการรักษา
เวลาผ่านไปห้าปีก็แล้ว สิบปีก็แล้ว คุณฮุยเกียวก็ยังเป็นปกติ จากนั้นก็เป็นยี่สิบปี
คุณฮุยเกียวเองต้องเป็นฝ่ายไปงานศพของอาจารย์หมอผู้มีพระคุณที่รักษาเธอ
เพราะอาจารย์หมอท่านเองต้องจากไปด้วยภัยมะเร็ง และญาติที่ต่ออายุให้ก็มีอันตายจากด้วยอีกคนหนึ่ง
แต่คุณฮุยเกียวกลับไม่เป็นอะไร จนกระทั่งศิริรวมอายุได้ 90 ปี
ด้วยอายุที่ยืนนานขึ้น
คุณฮุยเกียวก็มีอาการเข่าเสื่อม มันเสื่อมมากเสียจนขาโก่ง ฮุยเกียวจึงหกล้มบ่อยสุดท้ายด้วยการคะยั้นคะยอของลูกๆ
ฮุยเกียวยอมที่จะไปผ่าตัดซ่อมหัวเข่า โดยต้องดมยาสลบอยู่ถึง 2 ชั่วโมงเต็ม
การณ์กลับปรากฏว่าเธอฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีอาการปวดเจ็บเป็นที่แปลกใจของทั้งหมอและพยาบาลทั้งตึก
คุณฮุยเกียวกลับบ้านได้ภายในเวลาไม่กี่วัน และ 6 เดือนต่อมาก็กลับเป็นฝ่ายขอกลับไปผ่าตัดเข่าอีกข้างหนึ่งด้วยความติดใจ
แต่ใช่ว่าทุกอย่างในโลกจะดีไปเสียหมด
คุณฮุยเกียวมีจุดอ่อนทางสุขภาพอยู่อีกบางประการ คือเธอเป็นเบาหวานมาหลายปีดีดัก
และบางทีก็มีไขมันเลือดสูง ลูกๆหลายคนคิดเป็นห่วงเธอ จึงอยากให้ควบคุมอาหารการกินเข้าไว้บ้าง
จะได้ไม่ต้องใช้ยา ลูกๆ ลงมติจัดหาคนรับใช้ประจำตัวให้เธอหนึ่งคน นอกจากจะช่วยติดสอยห้อยตาม
ดูแลชีวิตความเป็นอยู่แล้ว ยังจะได้ช่วยสอดส่องพฤติกรรมการกินของคุณฮุยเกียวมิให้คลาดสายตา
เหตุเพราะเธอมีญาติเยอะ และเธอเป็นที่รักนับถือของญาติๆ เธอจะต้องถูกรับเชิญไปเป็นศูนย์กลางของงานอยู่เสมอ
เมื่อไปในงานบรรดาอาหารจีนๆ มันๆ หวานๆ ก็กินไม่ยั้ง คุยไม่หยุด ซึ่งคุณฮุยเกียวก็โปรดนักกับบรรยากาศฉลองในหมู่ญาติเช่นนี้
ผลก็คือน้ำตาลในเลือดของเธอจะสูงโด่งขึ้นเป็นระยะๆ ตามสเกลความชุกของการรับเชิญ
คนรับใช้ที่ลูกๆจัดหามานี้จึงทำหน้าที่ตำรวจลับคอยเฝ้า
คอยฟ้องว่าคุณฮุยเกียววันนี้ไปกินขนมหวาน กินเป็ดกินไก่เข้าไปกี่มากน้อย
ฟ้องเสร็จลูกๆก็จะมาซักถามและควบคุมเธออีกชั้นหนึ่ง การณ์ดำเนินไปเช่นนี้ระหว่างคุณฮุยเกียวกับคนรับใช้ประดุจผู้ร้ายกับตำรวจ
ครั้นจะ "ส่งส่วย" คนรับใช้รายนี้ก็ไม่ยอม "รับส่วย" เหตุการณ์ดำเนินไปได้สัก
1 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองเสื่อมทรามลงเป็นลำดับ
คุณฮุยเกียวซึ่งตลอดมาไม่เคยรังเกียจใครถึงกับเอ่ยปากว่า
"ฉันเกลียดคนนี้เสียเหลือเกิน" มีการตวาดดุด่าคนรับใช้อยู่เนืองๆ
อารมณ์ของเธอขุ่นมัวและโกรธขึ้งอยู่เสมอ ลูกๆ ถึงกับสังเกตว่าระยะหลังๆ
คุณฮุยเกียวจะมีกลิ่นปากเหม็น กลิ่นตัวแรง แต่ต่างก็นึกว่าเป็นเพียงอุปาทาน
เมื่อฝ่ายหนึ่งเกลียด
อีกฝ่ายก็เกลียดตอบ คนรับใช้แสดงหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคารพ และทำอะไรๆให้อย่างเสียไม่ได้
บางทีก็ตวาดเธอกลับเข้าให้เมื่ออยู่ลับหลังลูกๆ
มาวันหนึ่งคุณฮุยเกียวถ่ายอุจจาระไม่ออก
และปวดท้องอย่างรุนแรง เธอถูกพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เข้าให้แล้ว
เธอจึงต้องรับการผ่าตัดมะเร็งที่อายุย่าง 91 ปี
ไม่รู้ว่าจะหนังเหนียวไปถึงไหน
เธอผ่านการผ่าตัดอีก 2 ชั่วโมงได้ ผลการผ่าตัดหมอสามารถเลาะก้อนเนื้องอกออกไปหมด
ไม่มีต่อมน้ำเหลืองที่มีมะเร็ง และชนิดของเซลล์มะเร็งก็เป็นประเภทโตช้า
ประกอบกับอายุก็ปูนนั้นแล้วเป็นอันว่าเคมีบำบัดก็ไม่ต้องใช้ ลูกๆจึงพาคุณฮุยเกียวมารับการดูแลแบบธรรมชาติบำบัด
แน่นอนว่า หลักธรรมชาติบำบัดใช้ทั้งสูตรอาหารต้านมะเร็ง
ฝึกชี่กง ส่วนเรื่องสมาธิผมให้เธอสวดมนต์ เพราะเธอนับเป็นเอตทัคคะด้านนี้อยู่แล้ว
และหลังผ่าตัดได้มากกว่า 1 เดือนเธอก็รับการสวนกาแฟเป็นประจำ และได้วิตามินระดับสูง
ประเด็นที่ควรพิจารณาคือ
ทำไมเธอมาเกิดมะเร็งในช่วงหลังนี้ ด้านหนึ่งเป็นเพราะเซลล์ค่อยๆ กลายตัวเพราะอายุก็แก่มากแล้ว
แต่อาจารย์นายแพทย์ชินโอสถ หัสบำเรอกล่าวว่า
"ผลกรรมทันตาเห็นเป็นความเจ็บป่วย
ตามชื่อหนังสือเล่มที่ผมเขียนไงล่ะหมอ คิดดูซิว่า อาม้าทำอะไรในช่วงปีหลัง
เธอเปลี่ยนจากคนมีธรรมะเป็นอีกคนหนึ่งที่โมโหหงุดหงิด ด่าคนใช้ จิตใต้สำนึกของเธอเล่นงานเธอเข้าให้แล้วไงล่ะหมอ
ผมเคยเจอบ้างบางกรณี อย่างเช่นผู้หญิงเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศ สืบย้อนกลับไปให้ดีเพราะเธอจิตโกรธและระบายออกไม่ได้
เพราะไปเจอว่าสามีไปมีเมียน้อย นี่ก็เหมือนกัน อาม้านึกเกลียดคนใช้ซึ่งเป็นของที่ต่ำกว่าตัวเองอยากสลัดทิ้งไป
แต่สลัดไม่ออก ด้วยกลไกทาง psycho-immunology เธอจึงตกอยู่ในภาวะภูมิต้านทานตกต่ำอย่างมาก
ในทางกลับกันเมื่อเกลียดคนใช้ๆ ก็เกลียดตอบและคอยกัดอยู่ลับหลัง คราวนี้หละมะเร็งจะเกิดขึ้นตรงไหนเล่า
ก็ต้องเกิดขึ้นที่เบื้องต่ำตรงก้นนั่นแหละ ในรายนี้มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นตัวแทนทางจิตใต้สำนึกระหว่างสองฝ่าย
คือจะขับถ่ายออกไปก็ถ่ายไม่ออก และมะเร็งร้ายก็กัดตอบเธอตรงส่วนก้นนั่นแหละ
สมน้ำสมเนื้อกันอย่างยิ่ง นี่คืออานุภาพของพลังจิตใต้สำนึกหละ"
ทีนี้มีผูกก็มีแก้ อาจารย์ชินโอสถนอกจากเขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ
"ผลกรรมทันตาเห็นเป็นการป้องกันและบำบัดรักษาโรค" ผมถอดรหัสความนัยของอาจารย์ชินโอสถจัดการแนะนำให้ลูกๆ
ของคุณฮุยเกียวแก้ลำด้วย 2 วิธีการ
ประการหนึ่ง คือให้เธอจัดการบวงสรวงเจ้าแม่กวนอิมขนานใหญ่ให้เหมือนเดิม
ตามที่เธอเคยรอดจากมะเร็งปากมดลูกเมื่อ 40 ปีก่อน เป็นการฟื้นโปรแกรมทาง
psycho-immunolygy ชุดเดิมให้กลับมาช่วยเธอ ลูกๆ เธอบอกว่าญาติคนเข้าทรงคนนั้นก็ตายจากไปเสียแล้ว
แต่มีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองจีนคือเขาง้อไบ๊น่าจะพาเธอไปไหว้เจ้า
ลูกๆจึงจัดพิธีใหญ่ให้ฮุยเกียวอุ้มพระพุทธรูปขึ้นไปถวายบนง้อไบ๊ซัวถึง
3 องค์ และพาเธอเที่ยวเมืองจีนต่อ เป็นอันฟื้นอดีตที่เธอเคยเดินทางไปตรวจมะเร็งที่เมืองจีน
และเคยรับพิธีบวงสรวงเจ้าแม่กวนอิมบนเชิงเทินกลับมาฟื้นจิตใต้สำนึกของเธออีกครั้งหนึ่ง
ประการสอง ผมให้โยกย้ายนายตำรวจซะ(ฮา)
เปล่าหรอกเพียงแต่ให้เปลี่ยนคนรับใช้ หรือไม่ก็ปรับความสัมพันธ์ของคนทั้งสองมิให้เหมือนตำรวจจับผู้ร้าย
แต่เป็นสัมพันธ์ของผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กและเด็กเคารพผู้ใหญ่ เรื่องนี้จึงจบด้วยแฮปปี้เอนดิ้ง
เหตุการณ์ผ่านไปเกือบปีฮุยเกียวยังไม่มีมะเร็งมารบกวนอีกเลย