บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

บำบัดโรคด้วยคลื่นพลัง

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

ตัวของเราประกอบด้วยกายและจิต ซึ่งก็คือ รูปและนามนั่นเอง

กายที่แข็งแรงต้องกินอาหารให้ถูกต้องและเหมาะสมตามแต่ละระยะของสุขภาพ และต้องเคลื่อนไหวออกกำลังกาย
จิตที่แข็งแรงต้องฝึกให้สละละวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น และฝึกจิตให้นิ่ง

ในยามที่เราเจ็บป่วยทั้งกายและจิตใจ ทางธรรมชาติบำบัดถือว่ากายของเรารับผลกระทบจาก รูป อันได้แก่ สารพิษต่างๆ คือสารเคมีที่มีในสิ่งแวดล้อม รวมถึงเศษซากโมเลกุลจากการเผาผลาญอาหาร ซากเซลล์เสียเซลล์ตายที่กองสุมอยู่ในร่างกาย รวมถึงสารอนุมูลอิสระ

ส่วน นาม ก็มีผลกระทบได้ เช่น อารมณ์ต่างๆ ความเสียใจ หดหู่ ซึมเศร้า ความโมโหโกรธา อาฆาต พยาบาท ความละโมบโลภมาก ความหลงผิดในความเป็นจริงของสรรพสิ่ง นอกจากนี้แล้ว สิ่งอื่นๆ จากภายนอกก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราได้ในรูปของคลื่นพลัง

ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่า สรรพสิ่งในจักรวาล แม้กระทั่งตัวเราล้วนประกอบด้วยคลื่นพลัง ในธรรมชาติมีคลื่นชนิดต่างๆ เช่น คลื่นคอสมิก คลื่นแสง คลื่นเสียง คลื่นบางอย่างคนเราก็ประดิษฐ์ขึ้นมา เช่น คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ คลื่นโทรศัพท์

จิตของคนเราก็เป็นคลื่น แม้แต่กายของเราก็ประกอบขึ้นด้วยคลื่นพลัง ทั้งกายและจิตอยู่ในสภาพแปรเปลี่ยนสู่กันและกันระหว่างมวลสารและพลังงานภายในร่างกายตลอดเวลา ขณะเดียวกันกายเราก็ปล่อยคลื่นออกมาด้วย

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น...

นั่นเป็นเพราะว่ากายของเราประกอบด้วยเซลล์นับล้านๆๆ เซลล์ แต่ละเซลล์ขณะมีชีวิตจะมีการแลกเปลี่ยนประจุเอาโซเดียมออกนอกเซลล์ และเอาโพแทสเซียมเข้าสู่เซลล์ ถ้าเอาขั้วไฟฟ้าไปวัดก็จะพบศักดาไฟฟ้า เรียกว่า membrane potential เมื่อเป็นเช่นนี้โดยองค์รวมแล้ว ร่างกายของเราทั้งร่างจึงคลื่นไฟฟ้าห่อหุ้มอยู่รอบตัวเรา ซึ่งนักบำบัดด้วยคลื่นพลังเรียกมันว่า "ออร่า" ซึ่งว่ากันว่ามีถึง 7 ชั้น หรือมากกว่านั้น

ออร่ามีลักษณะเป็นไดนามิก คือเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- อุตุ ภูมิอากาศ บ้านเรือนพักอาศัย และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ถ้าอยู่ในที่อากาศไม่ดี ผู้คนแออัดก็มีผลกระทบต่อออร่า
- อาหาร การกินอาหารที่เป็นธรรมชาติช่วยให้ออร่าแจ่มใส อาหารเนื้อสัตว์ล้นเกิน ไขมัน แป้งขัดขาวที่ไร้คุณค่า ออร่าก็อ่อนแอ
- กรรม ซึ่งก็คือการกระทำของเจ้าตัวแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็เป็นปัจจัยกำหนดความเป็นไปของ ออร่าเช่นเดียวกัน

ผลโดยรวมของสิ่งกระทบเหล่านี้อาจทำให้ออร่าของเราสมบูรณ์ผ่องใส หรืออ่อนแอ อันเป็นการเปิดโอกาสให้คลื่นพลังอื่นจากภายนอกก่อผลกระทบ เมื่อออร่าบกพร่องเสียหาย ในที่สุดก็เกิดโรคทางกายแก่เจ้าของได้

คลื่นพลังหรือออร่านี้มีขั้วหรือขุมพลังหรืออีกนัยหนึ่งว่า จุดปราณ ตามวิชาโยคะ เรียกว่าจักระตามวิชาพลังจักรวาล หรือเรียกว่า ตันเถียนตามวิชาชี่กง ล้วนมีความหมายเดียวกัน จุดเหล่านี้เรียงรายอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ บนร่างกาย นับตั้งแต่จุดก้นกบ จุดใต้สะดือ จุดหน้าท้อง จุดกลางอก จุดกลางลำคอ จุดหน้าผาก และจุดกระหม่อม

กล่าวกันว่า จุดเหล่านี้รับสนองต่อคลื่นสั่นสะเทือนแต่ละความถี่แตกต่างกัน ถ้าเป็นคลื่นสีก็ไล่เลียงมาตั้งแต่แดง แสด เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม ม่วง นอกจากแสงสีต่างๆ แล้ว นักบำบัดด้วยคลื่นพลังยังพบว่า มีวัตถุธาตุบางอย่างสามารถส่งผลต่อจุดปราณ และคลื่นออร่าบนร่างกายเราได้ สิ่งเหล่านี้ได้แก่ ผลึก(Crystal) เทียน และขนนก เป็นต้น

นักบำบัดให้เหตุผลว่า ผลึกเป็นกลุ่มก้อนของสินแร่แต่ละชนิดที่จับเรียงตัวกันอยู่ในรูปลักษณ์อันแน่นอน สินแร่แต่ละอย่างตัวของมันเองก็มีองค์ประกอบที่เป็นอะตอม มีประจุบวก ลบ และสะเทินซึ่งจัดกันอย่างได้สัดส่วน ผลึกเหล่านี้จะดูดซับคลื่นบางอย่าง และปล่อยคลื่นอีกบางอย่างออกมาอยู่ตลอดเวลา ดังที่นักดาราศาสตร์สามารถใช้วิธีอ่านสเปกตรัมของแสงดาวแต่ละดวง และกำหนดหมายได้ว่า ดาวดวงนั้นๆ น่าจะมีสินแร่ชนิดใดอยู่บ้าง ดังนั้นจึงจับหลักดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ เราก็อาจสามารถใช้สินแร่แต่ละชนิดเป็นแหล่งของคลื่นพลังบางอย่างที่เราต้องการให้ปลดปล่อยเสริมเติมเข้าสู่ออร่าของคนเราได้ ดังที่คนจีนมักเชื่อกันว่า หยกสามารถป้องกันตัวเราจากจิตวิญญาณที่มาจากอบายภูมิ และงาช้างก็ช่วยป้องกันเราจากคุณไสยหรือมนต์ดำทั้งหลาย นี่เป็นที่มาวิชารักษาโรคด้วยอัญมณี หรือ Crystal Healing อันน่าสนใจ

สำหรับเทียน นักบำบัดด้วยคลื่นพลังให้คุณค่าอย่างสูงในอานุภาพของแสงเทียน เพราะคนหลายชนชาติและหลายศาสนา ยามเมื่อต้องการประกอบพิธีมงคลต่างๆ มักจะจุดเทียน นั่นเป็นเพราะเทียนย่อมมาพร้อมกับแสงสว่างและความอบอุ่นของไฟ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมมนุษยชาติ ไฟกำจัดซึ่งความหนาวเย็น ความมืด ความไม่รู้ รวมถึงภยันอันตรายต่างๆ เทียนจึงเป็นอุปกรณ์ที่นักบำบัดด้วยคลื่นพลังใช้จุดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล สร้างอานุภาพเชิงบวกให้กับอาณาบริเวณ ใช้ขจัดอำนาจมืด พลังด้านลบ ความกลัว และความมืดบอดแห่งพลังปัญญา เทียนยังใช้เป็นเครื่องมือในการส่งพลังอำนาจทางจิตจากผู้บำบัดไปยังจุดต่างๆ ที่ต้องการให้สะดวกสบายขึ้น

ส่วนขนนกเล่า นักบำบัดให้คุณค่าตามอิทธิพลความเชื่อของชนพื้นเมืองอเมริกันอินเดียน ว่าเป็นเสมือนเครื่องหมายแห่งพลังอำนาจ เป็นอุปกรณ์ที่เป็นสื่อรับส่งสัญญาณทางจิต ทั้งใช้ได้ในการขจัดปัดเป่าสิ่งที่มาพ้องพานออร่าของเรา ทำให้หมองมัว ไม่สดใส เป็นต้น

ด้วยการดูออร่าทั้งด้วยอุปกรณ์เครื่องมือ หรือด้วยตาเปล่าของนักบำบัดด้วยคลื่นพลังที่ชำนาญ อุปกรณ์อย่างอัญมณี เทียน ขนนก และอื่นๆ อีกบางอย่าง นักบำบัดด้วยคลื่นพลังกล่าวว่าอาจใช้เสริมรักษาโรคกลุ่มใหญ่ อันมีปัจจัยบางส่วนมาจากสาเหตุทางจิตใจได้จำนวนไม่น้อย ตั้งแต่โรคนอนไม่หลับ โรคปวดหัวเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ กระทั่งใช้ช่วยบรรเทาอาการปวดเจ็บอย่างเหลือทนของคนไข้มะเร็งให้ผ่อนหนักเป็นเบาลงได้บ้าง อย่างไรก็ดีศาสตร์การบำบัดด้วยคลื่นพลังนี้แรกเริ่มทีเดียวผู้ที่ป่วยเจ็บอาจต้องอาศัยนักบำบัดทำให้ในระยะเริ่มต้น ในภายหลังถ้าป่วยเจ็บหรือญาติได้เรียนรู้วิธีต่างๆ เพื่อไปบำบัดด้วยตนเองแล้ว ก็จะยิ่งเกิดผลต่อเนื่องได้ดีขึ้น อาจนับเนื่องเป็นวิถีสุขภาพทางเลือกแขนงหนึ่ง ที่เน้นความประหยัด พึ่งตนเอง และรู้จักเลือกรับปรับใช้ศิลป์และศาสตร์จากต่างประเทศมาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนชาวไทยที่รักสุขภาพ