กายที่แข็งแรงต้องกินอาหารให้ถูกต้องและเหมาะสมตามแต่ละระยะของสุขภาพ
และต้องเคลื่อนไหวออกกำลังกาย
จิตที่แข็งแรงต้องฝึกให้สละละวาง
ไม่ยึดมั่นถือมั่น และฝึกจิตให้นิ่ง
ในยามที่เราเจ็บป่วยทั้งกายและจิตใจ
ทางธรรมชาติบำบัดถือว่ากายของเรารับผลกระทบจาก รูป อันได้แก่
สารพิษต่างๆ คือสารเคมีที่มีในสิ่งแวดล้อม รวมถึงเศษซากโมเลกุลจากการเผาผลาญอาหาร
ซากเซลล์เสียเซลล์ตายที่กองสุมอยู่ในร่างกาย รวมถึงสารอนุมูลอิสระ
ส่วน นาม
ก็มีผลกระทบได้ เช่น อารมณ์ต่างๆ ความเสียใจ หดหู่ ซึมเศร้า
ความโมโหโกรธา อาฆาต พยาบาท ความละโมบโลภมาก ความหลงผิดในความเป็นจริงของสรรพสิ่ง
นอกจากนี้แล้ว สิ่งอื่นๆ จากภายนอกก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราได้ในรูปของคลื่นพลัง
ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่า
สรรพสิ่งในจักรวาล แม้กระทั่งตัวเราล้วนประกอบด้วยคลื่นพลัง
ในธรรมชาติมีคลื่นชนิดต่างๆ เช่น คลื่นคอสมิก คลื่นแสง
คลื่นเสียง คลื่นบางอย่างคนเราก็ประดิษฐ์ขึ้นมา เช่น คลื่นวิทยุ
คลื่นโทรทัศน์ คลื่นโทรศัพท์
จิตของคนเราก็เป็นคลื่น
แม้แต่กายของเราก็ประกอบขึ้นด้วยคลื่นพลัง ทั้งกายและจิตอยู่ในสภาพแปรเปลี่ยนสู่กันและกันระหว่างมวลสารและพลังงานภายในร่างกายตลอดเวลา
ขณะเดียวกันกายเราก็ปล่อยคลื่นออกมาด้วย
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น...
นั่นเป็นเพราะว่ากายของเราประกอบด้วยเซลล์นับล้านๆๆ
เซลล์ แต่ละเซลล์ขณะมีชีวิตจะมีการแลกเปลี่ยนประจุเอาโซเดียมออกนอกเซลล์
และเอาโพแทสเซียมเข้าสู่เซลล์ ถ้าเอาขั้วไฟฟ้าไปวัดก็จะพบศักดาไฟฟ้า
เรียกว่า membrane potential เมื่อเป็นเช่นนี้โดยองค์รวมแล้ว
ร่างกายของเราทั้งร่างจึงคลื่นไฟฟ้าห่อหุ้มอยู่รอบตัวเรา
ซึ่งนักบำบัดด้วยคลื่นพลังเรียกมันว่า "ออร่า" ซึ่งว่ากันว่ามีถึง
7 ชั้น หรือมากกว่านั้น
ออร่ามีลักษณะเป็นไดนามิก
คือเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- อุตุ
ภูมิอากาศ บ้านเรือนพักอาศัย และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ถ้าอยู่ในที่อากาศไม่ดี
ผู้คนแออัดก็มีผลกระทบต่อออร่า
- อาหาร
การกินอาหารที่เป็นธรรมชาติช่วยให้ออร่าแจ่มใส อาหารเนื้อสัตว์ล้นเกิน
ไขมัน แป้งขัดขาวที่ไร้คุณค่า ออร่าก็อ่อนแอ
- กรรม
ซึ่งก็คือการกระทำของเจ้าตัวแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็เป็นปัจจัยกำหนดความเป็นไปของ
ออร่าเช่นเดียวกัน

ผลโดยรวมของสิ่งกระทบเหล่านี้อาจทำให้ออร่าของเราสมบูรณ์ผ่องใส
หรืออ่อนแอ อันเป็นการเปิดโอกาสให้คลื่นพลังอื่นจากภายนอกก่อผลกระทบ
เมื่อออร่าบกพร่องเสียหาย ในที่สุดก็เกิดโรคทางกายแก่เจ้าของได้
คลื่นพลังหรือออร่านี้มีขั้วหรือขุมพลังหรืออีกนัยหนึ่งว่า
จุดปราณ ตามวิชาโยคะ เรียกว่าจักระตามวิชาพลังจักรวาล
หรือเรียกว่า ตันเถียนตามวิชาชี่กง ล้วนมีความหมายเดียวกัน
จุดเหล่านี้เรียงรายอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ บนร่างกาย นับตั้งแต่จุดก้นกบ
จุดใต้สะดือ จุดหน้าท้อง จุดกลางอก จุดกลางลำคอ จุดหน้าผาก
และจุดกระหม่อม
กล่าวกันว่า
จุดเหล่านี้รับสนองต่อคลื่นสั่นสะเทือนแต่ละความถี่แตกต่างกัน
ถ้าเป็นคลื่นสีก็ไล่เลียงมาตั้งแต่แดง แสด เหลือง เขียว
น้ำเงิน คราม ม่วง นอกจากแสงสีต่างๆ แล้ว นักบำบัดด้วยคลื่นพลังยังพบว่า
มีวัตถุธาตุบางอย่างสามารถส่งผลต่อจุดปราณ และคลื่นออร่าบนร่างกายเราได้
สิ่งเหล่านี้ได้แก่ ผลึก(Crystal) เทียน และขนนก เป็นต้น

นักบำบัดให้เหตุผลว่า
ผลึกเป็นกลุ่มก้อนของสินแร่แต่ละชนิดที่จับเรียงตัวกันอยู่ในรูปลักษณ์อันแน่นอน
สินแร่แต่ละอย่างตัวของมันเองก็มีองค์ประกอบที่เป็นอะตอม
มีประจุบวก ลบ และสะเทินซึ่งจัดกันอย่างได้สัดส่วน ผลึกเหล่านี้จะดูดซับคลื่นบางอย่าง
และปล่อยคลื่นอีกบางอย่างออกมาอยู่ตลอดเวลา ดังที่นักดาราศาสตร์สามารถใช้วิธีอ่านสเปกตรัมของแสงดาวแต่ละดวง
และกำหนดหมายได้ว่า ดาวดวงนั้นๆ น่าจะมีสินแร่ชนิดใดอยู่บ้าง
ดังนั้นจึงจับหลักดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ เราก็อาจสามารถใช้สินแร่แต่ละชนิดเป็นแหล่งของคลื่นพลังบางอย่างที่เราต้องการให้ปลดปล่อยเสริมเติมเข้าสู่ออร่าของคนเราได้
ดังที่คนจีนมักเชื่อกันว่า หยกสามารถป้องกันตัวเราจากจิตวิญญาณที่มาจากอบายภูมิ
และงาช้างก็ช่วยป้องกันเราจากคุณไสยหรือมนต์ดำทั้งหลาย
นี่เป็นที่มาวิชารักษาโรคด้วยอัญมณี หรือ Crystal Healing
อันน่าสนใจ
สำหรับเทียน
นักบำบัดด้วยคลื่นพลังให้คุณค่าอย่างสูงในอานุภาพของแสงเทียน
เพราะคนหลายชนชาติและหลายศาสนา ยามเมื่อต้องการประกอบพิธีมงคลต่างๆ
มักจะจุดเทียน นั่นเป็นเพราะเทียนย่อมมาพร้อมกับแสงสว่างและความอบอุ่นของไฟ
ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมมนุษยชาติ ไฟกำจัดซึ่งความหนาวเย็น
ความมืด ความไม่รู้ รวมถึงภยันอันตรายต่างๆ เทียนจึงเป็นอุปกรณ์ที่นักบำบัดด้วยคลื่นพลังใช้จุดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล
สร้างอานุภาพเชิงบวกให้กับอาณาบริเวณ ใช้ขจัดอำนาจมืด
พลังด้านลบ ความกลัว และความมืดบอดแห่งพลังปัญญา เทียนยังใช้เป็นเครื่องมือในการส่งพลังอำนาจทางจิตจากผู้บำบัดไปยังจุดต่างๆ
ที่ต้องการให้สะดวกสบายขึ้น
ส่วนขนนกเล่า
นักบำบัดให้คุณค่าตามอิทธิพลความเชื่อของชนพื้นเมืองอเมริกันอินเดียน
ว่าเป็นเสมือนเครื่องหมายแห่งพลังอำนาจ เป็นอุปกรณ์ที่เป็นสื่อรับส่งสัญญาณทางจิต
ทั้งใช้ได้ในการขจัดปัดเป่าสิ่งที่มาพ้องพานออร่าของเรา
ทำให้หมองมัว ไม่สดใส เป็นต้น
ด้วยการดูออร่าทั้งด้วยอุปกรณ์เครื่องมือ
หรือด้วยตาเปล่าของนักบำบัดด้วยคลื่นพลังที่ชำนาญ อุปกรณ์อย่างอัญมณี
เทียน ขนนก และอื่นๆ อีกบางอย่าง นักบำบัดด้วยคลื่นพลังกล่าวว่าอาจใช้เสริมรักษาโรคกลุ่มใหญ่
อันมีปัจจัยบางส่วนมาจากสาเหตุทางจิตใจได้จำนวนไม่น้อย
ตั้งแต่โรคนอนไม่หลับ โรคปวดหัวเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ กระทั่งใช้ช่วยบรรเทาอาการปวดเจ็บอย่างเหลือทนของคนไข้มะเร็งให้ผ่อนหนักเป็นเบาลงได้บ้าง
อย่างไรก็ดีศาสตร์การบำบัดด้วยคลื่นพลังนี้แรกเริ่มทีเดียวผู้ที่ป่วยเจ็บอาจต้องอาศัยนักบำบัดทำให้ในระยะเริ่มต้น
ในภายหลังถ้าป่วยเจ็บหรือญาติได้เรียนรู้วิธีต่างๆ เพื่อไปบำบัดด้วยตนเองแล้ว
ก็จะยิ่งเกิดผลต่อเนื่องได้ดีขึ้น อาจนับเนื่องเป็นวิถีสุขภาพทางเลือกแขนงหนึ่ง
ที่เน้นความประหยัด พึ่งตนเอง และรู้จักเลือกรับปรับใช้ศิลป์และศาสตร์จากต่างประเทศมาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนชาวไทยที่รักสุขภาพ