บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

นอนไม่หลับ ทำไงดี

สะบัดชัย ณ บัลว

“ คนคิดอิจฉาริษยา ตาร้อนมักนอนไม่หลับ
คนคิดดีนอนพับหลับผลอยอร่อยไปเลย “


ถ้าคุณอายุยี่สิบขึ้นไปรับรองว่าต้องเคยได้ยินหรือได้เคยร้องเพลงนี้ตอนเด็กๆแน่ แต่แหม...หลายๆคนที่มีอาการนอนไม่หลับ แล้วเพลงนี้มันช่างแสลงใจเสียจริง ไอ้เราจะนอนให้หลับ มันก็แสนยากแสนลำบาก ยังมาตามว่าเราว่าเป็นคนขี้อิจฉาตาร้อนเสียอีก ไม่ไหวๆแต่จริงๆแล้วผมเชื่อว่าผู้แต่งเพลงนี้เค้าไม่ได้ตั้งใจจะว่าใครหรอกครับ เขาเพียงแต่จะสื่อว่ากายกับจิตเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง เกี่ยงเนื่อง และเกี่ยวโยงกัน

เหมือนที่อาจารย์หมอบรรจบกล่าวสอนผู้ที่มาเข้าคอร์สบำบัดล้างพิษสิบวันที่บัลวีนะครับว่าสุขภาพที่ดีต้องเกิดขึ้นจากร่างกายที่แข็งแรง การกินอาหารที่พอเพียง ไม่มากไม่น้อยเกินไป โดยที่ได้ครบสารอาหารที่จำเป็นตามสภาพร่างกาย และ เกิดจากจิตใจที่สดชื่น แข็งแรง เบิก บานและสดใส (อิอิ…ผมแอบเอาส่วนหนึ่งของคำสอนที่ฟังดูง่ายแต่ลึกซึ้งมาบอกพวกเราผู้ท่องInternet ผู้รักสุขภาพกัน อาจารย์อย่าว่ากันนะครับ สำหรับรายละเอียดลองหาซื้อหนังสือของอาจารย์อ่านดูหรือไม่ก็แวะเวียนมาที่บัลวี เผลอๆจะได้ลองล้างพิษดูซักครั้ง)

กล่าวง่ายๆ คือ กายและใจเกื้อหนุนกันและกันไม่เว้นแม้แต่เรื่องการหลับการนอน ดังนั้นสำหรับที่นอนไม่หลับแล้วเราต้องมาดูกันทีละข้อไปเลยครับว่าสมดุลส่วนไหนที่ขาดตกบกพร่องไป

' นอนไม่หลับ' คืออะไร
ถึงตรงนี้คุณๆท่านๆอาจจะกำลังนึกในใจว่าคนเขียนคนนี้ท่าจะเพี้ยน นอนไม่หลับก็คือนอนไม่หลับสิ จะเป็นอะไรได้อีก แต่ที่จริงแล้วความหมายมันมีมากมายลึกซึ้งกว่านั้นมากโดยรวมถึง ปัญหาความลำบากในการเข้าสู่ภาวะหลับไหล ปัญหาความไม่สามารถนอนหลับอย่างเป็นสุข การตกใจตื่นเนื่องจากฝันร้าย ปัสสาวะราด การที่ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ การที่นอนตื่นแล้วรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นต้น

การนอนไม่หลับนั้นอาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ เป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวที่เกิดขึ้นเมื่อคนเราประสบปัญหาความเครียดและอาการเรื้อรัง ซึ่งอาจจะเกิดจากความเจ็บป่วยของร่างกายหรืออาการเสื่อมของนาฬีกาชีวะในร่างกายอันเกิดจากนิสัยการนอนที่ไม่เป็นเวลา ลองถามผู้ที่ทำงานเป็นกะ เช่น แอร์โฮสเตสดูว่าภายใต้รอยยิ้มหวานนั้นมีความทุกข์เรื่องนี้ซ่อนอยู่หรือไม่

ในทางการแพทย์นั้นอาจจะถือว่าอาการเรื้อรังนั้นน่าเป็นห่วงมากกว่าอาการที่เกิดขึ้นนานๆครั้งเนื่องจากความเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายกว่าเหลือคณานัก แต่เนื่องจากผมไม่ใช่หมอจึงขอตั้งคอเถียงเป็นเอ็นเลยครับว่า นอนไม่หลับแป๊บเดียว หรือ ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้นมันก็ทรมานทั้งหมดแหละครับ ไอ้ที่ว่าทรมานมาก ทรมานน้อย ความเสื่อมมาก ความเสื่อมน้อย นั้นมันก็ไม่เท่ากับความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากสภาพความไม่สมบูรณ์อันนี้แหละครับ ไม่เจอเข้ากับตัว ไม่รู้สึกหรอกครับ จริงไหม ???

ที่ว่าเคยนั้นน่ะ ก็ตอนเรียนอยู่นอกเมืองครับ ใกล้สอบก็เครียดๆ กลัวทำได้ไม่ดีเท่าที่หวัง กลัวทำให้คนอื่นผิดหวัง และกลัวทำให้ตนเองผิดหวัง สารพัดสารพัน เลยพาลเป็นโรคเครียดไปเลย จะนอนทีก็กระสับกระส่ายกว่าจะหลับก็กลิ้งแล้วกลิ้งอีกไม่รู้กี่สิบที เลยเข้าใจไงครับว่าทุกขเวทนามันเป็นอย่างไร ทีนี้ผมก็เหมือนกับบุคคลธรรมดาสามัญทั่วไป คืออยากหาทางออกที่เร็วที่สุด ทำไงล่ะ มองซ้ายทีมองขวาที ก็เจอยาแก้ภูมิแพ้ที่ตัวเองกินอยู่ เม็ดนิดเดียวแต่ชะงัดนัก ก็เริ่มจากครึ่งเม็ดก่อน แล้วก็หลับสบายดี แต่ว่าภายหลังต้องเพิ่มdose ขึ้นเรื่อยๆเป็นหนึ่งเม็ดเต็ม ถึงจะโงนเงนลงมาได้ ก็นึกในใจว่า ซวยแล้วเรา จะติดยามันก็คราวนี้ จึงได้หักดิบ แบบที่ฝรั่งว่า ' go cold turkey' และใช้การอดโดยน้ำผลไม้เข้าร่วม โชคยังดีที่รู้ตัวทันเลยถอยล้างพิษทันโดยไม่มีปัญหาอะไรนัก ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้มีหวังคงไม่รอด ผมเลยเข้าใจความทุกข์นี้ไงครับ

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการนอน

โอย…อันนี้มันเยอะแยะมากมายเลยครับ เอาที่เด่นๆมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะครับ

1. คนเราต้องนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ช่วงโมงต่อคืน
อันนี้เป็นอะไรที่คนเชื่อกันมากเลย เพราะมักจะได้ยินบ่นให้ฟังว่า เมื่อคืนนอนแค่เจ็ดชั่วโมงครึ่งเองเลยเพลียๆทั้งวัน อันนี้เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆเลยครับ เรามัวแต่เอาเงื่อนเวลามาผูกมัดตัวเองว่าต้องนอนให้ยาวเท่านั้นเท่านี้ ถ้าไม่พอจะง่วงเหงาหาวนอน ทำอย่างนี้มันก็เป็นการสั่งจิตตัวเองตลอดเวลาสิครับว่าต้องเพลีย อย่างที่เค้าว่า ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ที่จริงแล้วนั้นระยะเวลาไม่ใช้สิ่งสำคัญที่สุดในการนอนหลับ แต่เป็นคุณภาพของการนอนมากกว่า นั่นคือ การที่นอนหลับในระดับลึก หรือหลับสนิท โดยที่การแพทย์ได้มีแบ่งเป็นระดับดับต่างๆ เช่น Rapid Eyes Movement Stage หรือ ระยะที่ตาหมุนไปมาอย่างรวดเร็วเป็นต้น รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นถ้าสนใจก็ลองตั้งกระทู้ถามทางทีมแพทย์ในwebboard ได้นะครับ ผมกลัวว่าท่านๆจะเบื่อหลับไปซะก่อนอ่านบทความนี้จบ ( แต่เอ…ถ้าเป็นอย่างนี้จริงๆก็ดีสิ จะได้หลับเสียที ฮ่าๆ )

จริงๆแล้วที่เค้าบอกว่าแปดชั่วโมงเป็นเพียงแค่ระยะเฉลี่ยเท่านั้นไม่ใช่ข้อกำหนด จะนอนนานแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัย และสภาพร่างกายของเราครับ แต่ถ้าลองได้หลับสนิทซักพักนั้นก็พอที่จะทำให้ร่างกายสดใสขึ้นมาได้ การนอนพักนั้นเราคงได้ยินคำว่า 'nap' แล้ว แต่รู้ไหมครับว่าเขามีคำเรียกว่า ' 40 winks' คือการเปรียบเทียบว่าการนอนพักที่ระยะเวลานานเท่ากับการกระพริบตาสี่สิบที ( 5-8 นาที) นั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้สดชื่นได้ อย่างที่เขาพูดถึงว่า Churchill นายกรัฐมนตรีเมืองผู้ดี ผู้ที่นำอังกฤษพ้นสงครามโลกนั้น มีความลับในความสามารถอยู่ที่ การแอบงีบ 40 winks ทุกวันนี่เอง


   
Page [1]