ผู้สูงอายุนั้นต้องลุกขึ้นลุกลงกลางดึกนั้นไม่ใช่เพราะว่าพวกท่านได้นอนเต็มอิ่มแล้วแต่ว่าที่ท่านตื่นขึ้นมาเพราะว่าท่านถูกปลุกขึ้นมาด้วยสิ่งเร้าต่างๆต่างหาก
อย่างเช่นความต้องการเข้าห้องน้ำ เสียงดัง อุณหภูมิของห้อง ดังนั้นเราไม่ควรดีใจว่ามีคนคอยตื่นมาเฝ้าบ้านให้ตอนดึกๆ
หรือที่ท่านสามารถตื่นมารอใส่บาตรพระรูปแรกได้ในตอนเช้า แต่เราควรสอบถามท่านบ้างว่ามีอะไรมารบกวนท่านบ้างไหม
อ้อ
พูดถึงเรื่องนี้แล้วนึกเรื่องที่อาจารย์บรรจบเล่าเรื่องหนึ่งได้ว่า
จะมีคนแก่คนเฒ่าอีกประเภทที่หลับได้หลับดีทั้งวัน นั่งตรงไหนก็หลับ
อันนี้เป็นด้านตรงข้ามของโรคนอนไม่หลับ แต่ก็เป็นทุกข์เหลือเกินเพราะว่ามันง่วงเหงาหาวนอนทั้งวัน
หาความสดชื่นไม่ได้ อาจารย์ท่านให้ลองตรวจดูว่าอากงอาม่าที่ท่านง่วงนอนตลอดนั้น
อาบน้ำร้อนเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นผ่อนคลายจริง
แต่ว่าการอาบน้ำร้อนไป นานไปอาจจะส่งผลดังกล่าวได้
3. การนอนหลับนั้นรักษาไม่ได้
อันนี้ขอยืนยัน นั่งยัน
นอนยันเลยว่าไม่จริง คนที่นอนไม่หลับจะสามารถนอนหลับได้ โดยต้องเชื่อมั่นก่อนเป็นการสั่งจิตตัวเองว่าต้องหายๆ
ใครจะว่าไง รายงานฉบับไหน ว่ายังไงไม่ ต้องไปสนใจหรอกครับ เราเชื่อมั่นในตัวเองเสียอย่างครับ
จะหายไวหายช้าก็ขึ้นอยู่กับตัวเราล่ะครับ อย่างที่ฝรั่งว่า ' Better
late than never' - หายช้าดีกว่าไม่หายเลยนะครับ
คุยกันมาตั้งนานแล้วผมว่าเรามาลองดูกันว่าเราจะทำยังไงให้การนอนหลับเราดีขึ้น
อันนี้น่าสนใจมากเลยครับเพราะวิธีการนั้นหลากหลายจริงๆครับลองมาดูกันเลย
1. นับแกะ
อะฮ้า....ถึงตรงนี้ท่านๆ
คงบอกว่า ' นึกแล้วเชียว' เพราะมันมีมานานแสนแล้วเพราะฉะนั้นคำถามคือมันได้ผลไหมเนี่ย
เรื่องนี้น่าสนใจครับ เพราะ Clifton Fadiman พูดถึงการนอนไม่หลับเนื่องจากความคิดมากว่า
'Insomnia is a gross feeder. It will nourish itself on any kind
of thinking, including thinking about not thinking.' หรือก็คือ
การนอนไม่หลับนั้นเป็นผู้บริโภคอันฉกาจ จึงสามารถบำรุงตัวมันเองด้วยความคิดอันว้าวุ่นทั้งหลาย
รวมถึงความคิดพยายามที่จะไม่คิดอีกด้วย ลองดูง่ายๆสิครับ ถ้าเรามานอนบอกตัวเองให้ไม่คิดๆ
จะได้หลับๆ เราก็มัวกังวลว่าจะคิดๆ จนนอนไม่หลับเพราะความคิดนี้เอง
เพราะฉะนั้นเคล็ดลับมันคือไม่ใช่ไม่คิดแต่ไปคิดเรื่องอื่น
(Diversion) อันต่างจากที่เราครุ่นคิดอยู่ มาสนใจสิ่งอื่น เป็นหลักการเดียวกับอาปานัสสติ
หรือการทำสมาธิแบบกำหนดลมหายใจเข้าออกอันเป็นปัจจุบัน
ดังคำสอนของพุทธองค์ว่า
อตีตํ นานฺราคเมยฺย ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว และ
นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง นั่นแหละครับ
ดังพระอาจารย์สิงห์ทน นราสโภท่านเทศน์สอนไว้ว่าจิตใจคนเรานี้เหมือนลิงครับ
มันวิ่งไปวิ่งมาให้วุ่นไปหมด เพราะฉะนั้นเราต้องหาหลักอะไรสักอย่างมาจับมันไว้แล้วเอาสติเป็นห่วงคล้องเอาไว้
ตลกดีนะครับ เอาแกะมาจับลิง !!!
2. อาบน้ำอุ่นก่อนนอน
อย่างที่เรียนไปในตอนต้นแล้วว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นทำให้ร่างกายผ่อนคลาย
จึงจะสามารถพักผ่อนได้ อันที่จริงแล้ว บัลวีแนะนำการอาบน้ำอุ่นเฉพาะตอนก่อนนอนทั้งนั้น
เพราะหากต้องการความกระปรี้กระเปร่า แล้วน้ำเย็นนี่ดีที่สุดครับ ถ้าทนไม่ไหวก็น้ำอุ่นก่อน
แล้วก็ราดน้ำเย็นตาม
3. ดื่มอะไรอุ่นๆก่อนนอน
คล้ายกับข้อแรกครับ คือการใช้สิ่งอุ่นเพื่อความผ่อนคลาย
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมสังเกต เห็นทั้งเพื่อนฝรั่งทั้งเพื่อนจีนที่ทำ
คือคนฝรั่งเขาจะดื่มนมผสมน้ำผึ้งอุ่นๆสักแก้ว และคนจีนจะดื่มน้ำร้อนใส่ลูกพุงทะลายก่อนนอน
แต่อย่างที่คนรักสุขภาพ สมัยใหม่ทราบกันดีการดื่มนมนั้นจะส่งผลร้ายในระยะยาว
โดยภูมิแพ้เป็นเพียงอันตรายที่เล็กที่สุดแล้วครับ และการบริโภคน้ำหวานน้ำผึ้งก่อนนอนนั้นจะส่งผลให้อ้วนและอาจทำให้เป็นเบาหวานได้
ถ้าอยากลองวิธีนี้จริงๆผมแนะนำนมถั่วเหลืองเจที่ปราศจากน้ำตาลครับ
เพราะจะได้ผล เช่นเดียวกันโดยไม่มีผลร้ายด้วย อีกทั้งน่าจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากถั่วเหลืองด้วย
และถ้ายังไม่พออาจจะทานผลไม้ที่ Potassium สูง เช่น กล้วยเล็บมือนางสักลูก
หรือ กล้วยน้ำว้าสักครึ่งลูก เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุนั้นโดยไม่ได้รับ
คาร์โบไฮเดรตมากเกินไปเพื่อไม่ให้อ้วน การที่เราทานอะไรเข้าไปในท้องคือ
การกระตุ้นอวัยวะภายในให้ทำงาน เลือดจึงต้องแบ่งออกมาจากส่วนอื่นๆ
รวมทั้งสมอง ดังนั้นเราจึงรู้สึกง่วงนอนขึ้น
สำหรับวิธีของชาวจีนนั้นผมชอบมากเลยครับเพราะเพื่อนบอกว่า
เจ้าลูกพุงทะลายหรือลูกสำรองนั้น ช่วยในการปรับสมดุลยินและหยางในร่างกาย
ลดอาการร้อนใน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการขับพิษออกจากร่างกายด้วย แต่ว่าผมไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้
ทราบแต่ว่าเจ้าลูกนี้พอแช่น้ำแล้วมันจะพองออกมาเป็นวุ้นๆ คือทั้ง อุ่น
อิ่ม และ อร่อยครับ ง่ายๆแค่นี้แหละครับก็นอนหลับแล้ว
4. สุคนธบำบัด (Aromatherapy)
แม้ศาสตร์ด้านนี้จะใหม่สำหรับประเทศไทย
แต่ต่างชาติยอมรับกันแล้วว่ามันได้ผล สำหรับความผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับนั้นให้ใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์
(Lavender) และหรือ ดอกส้ม (Orange) 5 ห้าหยดในอ่างอาบน้ำอุ่น แล้วลงไปแช่สักพักให้ผ่อนคลาย
รับรองผ่อนคลาย ถ้ายังไม่ได้ผลให้ใช้ 2-4 หยดลงบนหมอนจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น
แต่ว่าถ้าทำอย่างนี้ก็ต้องซักหมอนกันบ่อยหน่อยมิฉะนั้นไรฝุ่นถามหาแน่ๆครับ
5. นอนหันหัวไปทางทิศเหนือ
เรื่องนี้ไม่ใช่ฮวงจุ้ย
หรือโหราศาสตร์ความเชื่ออะไรหรอกครับ แต่เป็นวิทยาศาสตร์ที่แปลกออกซักหน่อย
คือลักษณะของการรักษาโดยอิงคลื่นพลังแม่เหล็ก โดยการนอนตามแนวเหนือใต้นั้นจะทำให้ร่างกายเรามีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
โดยอิงกับขั้วแม่เหล็กโลก ความสมดุลนี้จึงส่งผลให้ร่างกายเราสงบและได้พัก
จึงอาจจะทำให้หลับลงได้ดีขึ้น
6. นอนกระดิกนิ้วเท้า
อีกคำแนะนำแปลกๆที่น่าสนใจ
ตามหลัก Reflexology หรือการสะท้อนพลังที่เอามา ประยุกต์เป็นศาสตร์การนวดเท้ารักษาโรค
ในร่างกายคนเรามีเส้นโคจรของพลังที่เชื่อมต่อทุกส่วนของร่างกายเข้าด้วยกัน
และบางเส้นนั้น จะไปหยุดลงที่ปลายนิ้วเท้า การที่เรากระดิกนิ้วเท้าเพลินๆ
นั้นเป็นการผ่อนคลายเส้นโคจรนั้น ทำให้อวัยวะต่างๆที่เชื่อมต่อนั้นผ่อนคลายไปด้วยจึงทำให้นอนหลับได้เร็วและดีขึ้น
แต่ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่าการกระดิกเท้านั้นต้องทำแค่พอเพลินๆให้
relax ครับ อย่าไปกังวลว่าจะกระดิกยังไง เร็วช้า มากน้อยแค่ไหน แล้วจะหลับดีครับ
กุญแจอยู่ที่การผ่อนคลายจิตใจ มากกว่าการกระดิกเท้าครับ