ความเป็นจริงคือเด็กที่น่าจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้
ควรจะมีไอคิวเกิน 100 หากเราต้องการให้เด็กประถมมีความสามารถขนาดสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
เรามีงานต้องทำเยอะเลย เพื่อพัฒนาไอคิวของเขาให้สูงขึ้น
นี่แสดงว่าเด็กไทยมีเชาวน์ปัญญาต่ำหรือ
?
จากข้อมูลของโครงการวิจัยและพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยในปี
2547 พบว่าที่ตัวเลขไอคิวของเด็กของเราต่ำนั้น ที่จริงมันต่ำลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น
เด็กไทยเกิดมาไม่ได้โง่ เพราะเด็กอายุ 1-3 ปี เด็กของเรามีไอคิวสูงถึง
102.2 และตัวเลขนี้ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นว่าเด็กไทยมีไอคิวต่ำกว่า
90 เมื่อโตขึ้น กล่าวคือ เด็กวัยเรียนจะมีไอคิวเท่ากับ
91.2 และเด็กวัยรุ่นมีไอคิวลดลงไปอีกเป็น 89.9
นี่แสดงว่าเด็กไทยในวัยก่อนอนุบาลและวัยอนุบาลยังฉลาดทีเดียว
ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะ 1. เราอาศัยปู่ย่าตายายในบ้านดูแลเด็ก
และการสอนเด็กนั้นผู้ใหญ่ของเราเขาทำได้ดีทีเดียว ความฉลาดของเด็กจึงได้รับการพัฒนาเต็มที่
แต่พอเด็กเข้าโรงเรียนแล้ว พ่อแม่จำนวนมากกลับไปมอบภาระการสอนเด็กให้กับครูเป็นส่วนใหญ่
เด็กที่ถูกสอนมาตัวต่อตัวกลายเป็นถูกสอนในชั้นเรียน ทำให้ความมีประสิทธิภาพลดลงกว่าเดิม
2. อาหารของเด็กทุกวันนี้ล้วนเป็นอาหารขยะ
ยิ่งโตเด็กยิ่งกินแต่ขนมหวาน กินน้ำตาลมาก ทำให้สมองของเด็กที่ต้องการสารจำเป็นหลายตัวเพื่อพัฒนาการทำงาน
เช่นวิตามินบี ที่ได้มาจากข้าวกล้อง ผักผลไม้ ไข่ ไก่ ปลา
และหมู วิตามินบีมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้สร้างสื่อนำประสาท
เพื่อที่เด็กจะได้ใช้เครือข่ายทั้งหมดในสมองหัดคิด วิเคราะห์
และจดจำความรู้ใหม่ ๆ
หากวิตามินบีไม่พอ
การสื่อสารระหว่างเซลล์ในสมองจะติดขัด แล้วจะหวังให้เด็กที่ได้รับวิตามินบีไม่พอ
เกิดความฉลาดได้อย่างไรกัน
สิ่งที่สำคัญคือการกินขนมหวาน
น้ำตาล น้ำหวาน ซึ่งเป็นกลูโคสที่ไม่มีวิตามินบีอยู่ด้วยจะทำให้เด็กอ้วน
และการเผาผลาญน้ำตาลที่กินเข้าไปยังเป็นการแย่งวิตามินบีของสมองเอามาใช้
เด็กที่กินหวานจึงมีความสามารถเรียนรู้ได้น้อยกว่าเด็กที่กินอาหารไม่ขัดขาวที่อุดมด้วยวิตามินบีอย่างข้าวกล้อง
เป็นต้น
มีรายงานจากนิวยอร์กว่าหากงดอาหารขยะของเด็กวัยเรียนลง
ผลการเรียนของเด็กจะดีขึ้น หากลดอาหารขยะลงได้มากชนิดเท่าใด
ผลการเรียนก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น จากรายงานดังกล่าว ผลการสอบของเด็กมีเปอร์เซ็นต์ไทเพิ่มจาก
39 เป็น 55 เลยทีเดียว ดังนั้นลูกใครหลานใครกินแต่อาหารขยะทั้งวันก็น่าเป็นห่วงว่าอาจจะเรียนรู้ได้ไม่ดีนัก
ที่จริงเด็กน่าจะสอบได้คะแนนดีกว่านี้ แต่กินอาหารขยะมากเกินไป
ทำให้ผลการเรียนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ยังมีรายงานจากสิงคโปร์
ประเทศใกล้บ้านเรา เขาบอกว่าเด็กอ้วนจะมีผลการเรียนไม่ดีเท่ากับเด็กที่มีน้ำหนักปกติ
เพราะความอ้วนของเด็กมักจะเกิดจากการกินหวาน และความอ้วนมักจะทำให้เด็กเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัว
ทำให้เสียเปรียบเด็กที่มีน้ำหนักตัวปกติ
ดังนั้นหากอยากให้ลูกหลานฉลาด
นอกจากต้องขยันสอน ขยันหาแววฉลาดของเขา ค้นหาสิ่งที่เขาสนใจแล้วส่งเสริมแล้ว
อาหารยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความฉลาดอย่างเลี่ยงไม่ได้
หากอยากให้ลูกหลานเก่ง เด็กต้องกินข้าวกล้องเป็นประจำ
กินผักสดและผลไม้สดพอสมควร งดอาหารขยะอย่างเด็ดขาด
กินผลไม้สดแทนขนมหวาน ดื่มน้ำคั้นผลไม้สดแทนน้ำหวาน
น้ำอัดลม เด็กก็จะมีความสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าเดิม
|
|
|
|
สลัดปู |
ข้าวกล้องสีชมพูอบลำไย |
แซลมอนตุ๋นไข่ |
น้ำหวานสารพัดผลไม้ |