บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

ตะลุยการแพทย์แดนมังกร (14) : ท้องผูก

น.พ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

ท้องผูกเป็นโรคยอดนิยมในสังคมปัจจุบัน ที่เกิดจากความเร่งรีบของการใช้ชีวิต และการกินอาหารไม่ถูกสัดส่วน กินแต่แป้งข้าวขัดขาวมีเส้นใยน้อย ทำให้อุจจาระมีส่วนประกอบของเส้นใยน้อยและเหนียว ซึ่งเราได้เคยคุยกันไปบ้างแล้วถึงหลักการรักษาว่า ต้องเน้นที่การปรับอาหาร กินข้าวกล้อง และฝึกนิสัยการขับถ่ายเสียใหม่ หรือถ้าเป็นมากก็อาจใช้การสวนล้างลำไส้แก้ไขอาการเป็นบางครั้ง

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกมาเป็นเวลานานหลายปี หรือบางคนท้องผูกหลังจากที่ได้ปรับอาหารไปแล้วก็ยังมีก้อนอุจจาระแข็งถ่ายอุจจาระลำบากอยู่ เช่น คนไข้ผมรายหนึ่งบอกว่า "ปรับอาหารแล้วก็ดีขึ้นบ้างนะหมอ แต่ต้องถ่ายอุจจาระวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าครั้งนึงตามปกติ ส่วนตอนเย็นไม่ได้ถ่ายเพราะปวดอุจจาระนะครับ ที่ถ่ายเพราะถ้าเก็บอุจจาระไว้ค้างคืน อุจจาระส่วนปลายๆ มันจะแห้งจนแข็งแล้วบาดก้นเวลาถ่ายอยู่ดีน่ะครับ อย่างนี้เรียกว่าเป็นคนธาตุแข็งใช่ไหมหมอ แล้วถ่ายอุจจาระมากกวันละ 2 ครั้งนี่มันถือว่าผิดปกติหรือเปล่า?"

จะเห็นได้ว่ากรณีหลังที่กล่าวมานี้ ไม่ได้มีปัญหาท้องผูกจากการกินเส้นใยน้อยอีกต่อไป แต่มีปัญหาของการที่อุจจาระสูญเสียความชื้นไปมากผิดปกติทำให้ท้องผูกตามมา การรักษาในทางการแพทย์แผนจีนหลายอย่างจะเข้ามาช่วยเสริมรักษาอาการท้องผูกเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น

แต่ก่อนอื่น ต้องทราบว่าการแพทย์แผนจีนแบ่งสาเหตุของอาการท้องผูกออกเป็นกลุ่มอาการย่อยๆ หลายกลุ่มดังนี้ คือ

1.Heat constipation หรืออาการท้องผูกจากการที่มีธาตุไฟในทางเดินอาหารมาก

2.Qi constipation หรืออาการท้องผูกที่เกิดจากการไหลเวียนพลังปราณ (Qi) ติดขัด

3.Deficiency constipation หรืออาการท้องผูกที่เกิดจากภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังของร่างกาย ไม่ว่าจะมาจากโรคประจำตัวหรืออะไรก็ตาม ส่งผลให้การทำงานของลำไส้ไม่ปกติตามไปด้วย

4.Cold constipation หรือภาวะท้องผูกที่เกิดจากการที่ร่างกายมีความเย็นมากเกินไป

สำหรับ Heat constipation อาการเด่นๆ ที่เราสามารถพบได้ในคนไข้กลุ่มนี้คือ ลักษณะอุจจาระที่ถ่ายออกมาจะแห้งมาก ถ่ายอุจจาระ 3-5 วันครั้ง หรือบางรายที่เป็นมาก อาจจะนานถึง 7 วันครั้งก็มี ที่สำคัญเนื่องจากมีภาวะร้อนคั่งในร่างกายเยอะ บางรายอาจจะมีอาการเหมือนมีไข้ ร่วมกับมีอาการกลิ่นปากลมหายใจเหม็นด้วย บางคนน้ำลายจะข้นและแห้ง รู้สึกขมปากขมคออยู่บ่อยๆ อาจจะมีหน้าแดงๆ ตาแดงๆ ปัสสาวะข้นสีเข้มร่วมด้วย สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาท้องผูกในคนไข้กลุ่มนี้คือ การกินอาหารที่มีธาตุร้อนมากเกินไป เช่น อาหารมัน อาหารทอด ขิง ข่า กระชาย โสม ตังกุย และแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ ภาวะร้อนยังส่งผลทำให้ความชุ่มชื้นของปอดลดลง บางคนอาจมีอาการกระหายน้ำมากร่วมด้วยก็เพราะเหตุนี้

หลักการรักษา Heat constipation คือ 1.ระเหิดความร้อนที่คั่งในช่องท้องออกไป 2.เพิ่มความชุ่ม ชื้นให้ลำไส้ ดังนั้น จุดฝังเข็มที่เลือกใช้จึงมักเป็นจุดที่เกี่ยวกับลำไส้ จุดที่ท้องและจุดที่ลดธาตุไฟของตับมาเป็นจุดหลัก ถ้ามีกลิ่นปากและกระหายน้ำก็อาจมีการเพิ่มจุดที่เกี่ยวกับลำคอต่างหากเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

อันดับต่อไป Qi Constipation หรือกลุ่มอาการท้องผูกที่มาจากลมปราณอุดกั้น กลุ่มนี้อุจจาระ กลับไม่แห้งแข็งนัก แต่มักมีอาการมากขึ้นสัมพันธ์กับอารมณ์ที่แปรปรวน มักมีอาการลมตีขึ้นเรอบ่อยๆ ร่วมกับอาการจุกแน่นแถวชายโครงและท้องอืด ถ้าได้ผายลมอาการอืดแน่นจะดีขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิด Qi Constipation หลักๆ คือเรื่องของความเคร่งเครียดทางอารมณ์ การนั่งๆ นอนๆ ไม่มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุหรือหลังการผ่าตัด

หลักการรักษาอาการท้องผูกประเภทนี้มี 2 ข้อคือ 1.เสริมการไหลเวียนของลมปราณ (Qi) ให้ เดินได้สะดวกขึ้น 2.ขจัดเลือดลมที่อัดอั้นให้หมดไป จุดฝังเข็มที่ฝังนอกจากจะเน้นที่จุด Zhongwan ที่เน้นการเพิ่มการหมุนเวียนพลังของอวัยวะกลวง (Fu Organ ที่รวมถึงลำไส้เล็กและใหญ่) แล้ว ยังมีจุดบริเวณข้างสะดือและชายโครงเพื่อลดอาการอืดแน่นของลมในช่องท้องด้วย

อันดับที่ 3 กลุ่ม Deficiency constipation กลุ่มนี้มักมีลักษณะเด่นคือ อุจจาระออกมาเป็นก้อน สั้นๆ ป้อมๆ และแห้ง การขับถ่ายยังถ่ายได้ทุกวัน แต่ต้องมีการเบ่งอย่างยากลำบาก บางรายถึงกับมีอาการเหงื่อแตกและหอบเหนื่อยในระหว่างการเบ่งถ่าย อาการที่อาจจะพบร่วมด้วยคือ อาการวิงเวียนศีรษะ ตาพร่า ก็มี สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาในกลุ่มนี้คือ ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังและอายุที่มากขึ้น หรือการเสียเลือดมากจากสาเหตุใดก็ตาม

หลักการรักษาคนที่มีอาการท้องผูกกลุ่มนี้คือ การเพิ่มพลังปราณ บำรุงเลือด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ ลำไส้ จุดที่ฝังเข็ม ส่วนใหญ่จึงเน้นตรงแนวกลางลำตัวด้านหน้า และหลังบริเวณบั้นเอว ซึ่งเป็นจุดที่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับการเสริมพลังปราณเป็นพิเศษ

กลุ่มสุดท้าย กลุ่มท้องผูกที่มาจากภาวะเย็นเกินไปของร่างกายหรือ Cold constipation อาการ เด่นๆ ที่พบก็คือ ถ่ายลำบาก ซึ่งอุจจาระอาจจะแห้งหรือไม่แห้งก็ได้ แต่อาการที่เด่นกว่าคือ อาการปวดท้องเป็นพักๆ ตัวดูซีดๆ และหนาวง่าย บางคนจะมีอาการปวดหนาวตามแนวกระดูกสันหลังร่วมด้วย ส่วนปัสสาวะจะใสและมีปริมาณมาก สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกในกลุ่มนี้ก็คือ การกินอาหารธาตุเย็นจนเกินไป หรือการเจ็บป่วยเรื้อรังมากๆ จนร่างกายพร่องพลังหยางหรือพลังความร้อน

หลักการรักษาคนป่วยในกลุ่มนี้คือ บำรุงพลังหยางของไต เพิ่มความชุ่มชื้นของลำไส้ และ กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ จุดที่ฝังเข็มจึงเน้นไปที่จุดเสริมพลังปราณของไตแทนที่จะเป็นจุดเกี่ยวกับลำไส้โดยตรง แถมเสริมด้วยการรมยาสมุนไพรให้ความอบอุ่นมากเป็นพิเศษ ส่วนสมุนไพรที่ใช้ก็เน้นสมุนไพรธาตุร้อนเป็นหลักก็จะช่วยแก้ไขอาการท้องผูกให้ดีขึ้นได้ครับ.