สำหรับการแพทย์แผนจีน
ก็มีการกล่าวถึงวิธีการรักษาอาการที่เกี่ยวเนื่องกับโรคความดันโลหิตสูงไว้ด้วยเช่นกัน
ก็อย่างที่เราทราบๆ กันดีว่า คนที่เป็นความดันโลหิตสูง
มักจะมีอาการปวดศีรษะ, วิงเวียนศีรษะ, หน้าแดงก่ำ, นอนหลับไม่ค่อยสนิท
เวลาจับชีพจรแล้วจะได้ชีพจรที่เต้นแรง พวกนี้เป็นอาการที่เมื่อเทียบเคียงกับการวินิจฉัยทางการแพทย์แผนจีนแล้วคืออาการที่เข้าได้กับการมีธาตุไฟเกิน
ยิ่งในรายที่เป็นมากๆ
อาจจะมีอาการตาพร่าเบลอ, ใจเต้นเร็ว, สมองเบลอ, ความจำไม่ค่อยดี
อาจมีอาการชา อาการเหล่านี้ทางการแพทย์แผนจีนบอกว่ามีธาตุไฟในตับมาก
อาจเกิดอาการแทรกซ้อน ธาตุไฟแตกหรืออาการอัมพฤกษ์อัมพาตตามมาได้
จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วน
ดังนั้น
วิธีการรักษาโรคความดันดลหิตสูงในการแพทย์แผนจีน จึงมุ่งเน้นไปที่การควบคุมและลดธาตุไฟลงมาให้ได้
การฝังเข็มจึงมีจุดที่เลือกใช้จุดสำหรับลดอาการไข้ (ลดธาตุไฟ)
หลายจุด เช่น จุด Quchi, Zhusanli เป็นหลัก
นอกจากนี้
อาการมึนตื้อ หนักหัวตาพร่า ที่ว่ากันตามหลักการแพทย์แผนจีนมาจากธาตุไฟในตับมาก
ก็จะใช้จุดฝังเข็มที่ช่วยลดธาตุไฟของตับอย่างเช่น Taichong
เพิ่มเติมขึ้นมา ถ้าอาการปวดศีรษะนั้นเป็นมาก อาจต้องเพิ่มจุดที่ศีรษะบริเวณกลางกระหม่อมและขมับเข้าไปด้วย
ในรายที่มีอาการของธาตุไฟมากๆ
อยากที่จะลดธาตุไฟให้ได้เร็วๆ เราก็จะใช้เทคนิคการทำ Blood
letting เข้ามาช่วย ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ในทางการแพทย์แผนจีนนั้น
เวลาที่คนเราเสียเลือดออกไป ความร้อนก็จะออกตามไปกับเลือดด้วย
การทำ Blood letting จึงเป็นวิธีการลดความร้อนที่คั่งค้างภายในได้เป็นอย่างดี
จุดที่เป็นที่นิยมในการทำ
Blood letting คือจุดบริเวณต้นคอ ซึ่งเป็นจุดพิเศษที่ว่ากันตามตำราแพทย์แผนจีนว่า
เป็นจุดศูนย์ควบคุมความร้อนของร่างกาย การทำ Blood letting
ที่บริเวณนี้ จึงเป้นการปรับสมดุลความร้อนของร่างกายได้เป็นอย่างดี
นอกจากจุดที่ต้นคอแล้ว
เราอาจเลือกการทำ Blood letting เสริมเพิ่มเติมเป็นพิเศษกับจุดบริเวณข้อพับขาด้านหลังเข่า
และจุดข้างขมับทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ลดอาการอั้นเลือดอั้นลมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนการแก้ทางอาหารและยาสมุนไพรนั้น
เราสามารถเลือกใช้อาหารและยาที่มีฤทธิ์ดับพิษร้อนก็ได้ผลพอสมควร
เท่าที่ผมเคยใช้มาก็ให้ผู้ป่วยงดอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน
อย่าง กระชาย ตังกุย และโสม ที่พบประปรายว่ามีผู้นิยมเอามาทำน้ำแกงประกอบอาหารโดยที่ไม่ทราบว่าอาหารในกลุ่มดังกล่าวส่งผลให้ความดันสูงขึ้นได้
พองดอาหารในกลุ่มดังกล่าวเพียงเวลาไม่นาน ความดันก็ลดลงได้เองโดยไม่ต้องทำอะไรมาก
นอกจากนี้
เราอาจเลือกใช้ยาสมุนไพรในกลุ่มยาเย็น เช่น ยาขม, เล่งเอี๊ยง,
ใบบัวบก พวกนี้พบว่าสามารถลดธาตุร้อนได้ดี อาการของโรคความดันโลหิตสูงในหลายรายก็จะดีขึ้นได้เมื่อใช้ไประยะเวลาหนึ่ง
นอกจากนี้
ในทางการแพทย์แผนจีน ยังมีการเอาการฝึกลมปราณ ฝึกชี่กง
เข้ามาช่วยลดความดันในดลหิตได้ด้วย มีการทำงานวิจัยหลายงานวิจัย
จนทราบได้ว่า ถ้าเอาคนที่เป็นโรคความดันดลหิตสูงมาฝึกชี่กงอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ
แล้วติดตามดูไป 3-4 ปี พบว่า กลุ่มคนไข้ที่ฝึกชี่กงเป็นประจำ
จะมีอัตราการตายและทุพพลและทุพพลภาพด้วยโรคอัมพฤกษ์อัมพาตน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ฝึกอย่างมีนัยยะสำคัญ
วิธีการหนึ่งของการฝึกชี่กงที่ท่านอาจทดลองนำไปฝึกด้วยตนเองได้ก็คือ
การฝึกชี่กงเปล่งเสียง โดยในช่วงเย็นๆ หรือหัวค่ำ ให้ไปยืนในที่โล่ง
หรือบริเวณสนามบ้าน หันหน้าเข้าหาดวงจันทร์ถ้าเป็นช่วงข้างขึ้น
เวลายืนให้ยืนขาตรง
แยกเท้าเท่ากับช่วงหัวไหล่ หายใจเข้าช้าๆ ยาวๆ พร้อมๆ
กับกางข้อศอกดึงฝ่ามือหงายขึ้นมาจนได้ระดับเดียวกับหัวไหล่
แล้วแหงนหน้าขึ้นเปล่งเสียงยาวๆ ว่า "ฉื่อ" พร้อมๆ กับดันฝ่ามือเหยียดแขนชูขึ้นเหนือหัวทั้ง
2 ข้างจนสุดแขน พอเปล่งเสียงลากเสียงยาวได้จนเกือบสุดลมหายใจแล้ว
ให้แอ่นตัวไปข้างหลังเล็กน้อย พร้อมๆ กับวาดแขน เอาแขนลงไปทางด้านข้างกลับมาแนบลำตัว
ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง
การเปล่งเสียง
"ฉื่อ" เป็นเทคนิคการระเหิดธาตุไฟที่คั่งค้างอยู่ในตับออกมา
เมื่อธาตุไฟที่คั่งค้างในตับลดลง ก็จะส่งผลให้อาการความดันโลหิตสูงลดลงได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม
พึงระลึกไว้เสมอว่า โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ถ้าควบคุมได้ไม่ดี
จะมีปัญหาโรคแทรกซ้อนตามมาได้ และบางคนอาจมีความดันเลือดสูงมากๆ
ได้โดยที่ไม่มีอาการอะไรให้สังเกตทราบได้ ไม่ว่าจะใช้การรักษาแบบการแพทย์แบบแผน
หรือการแพทย์ทางเลือก วีธีที่จะรู้ได้ว่าการรักษาได้ผลดีแค่ไหน
การติดตามตรวจด้วยเครื่องวัดความดันเป็นประจำก็ยังจำเป้นที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมออย่าได้ขาดนะครับ