
ถ้าคิดเป็นจำนวนร้อยละออกมาก็จะพบว่าคนไทยภูมิแพ้
20% และเป็นเด็กเสีย 10% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก สำหรับภูมิแพ้ในเด็กมักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กอายุได้
2-3 ปี ส่วนใหญ่ 70% จะหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่อีก
30% ยังจะคงมีอาการของภูมิแพ้ติดตัวตลอดไป ดังนั้นนับวันโรคภูมิแพ้ในไทยก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย
ๆ หากไม่ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตังอย่างภูมิแพ้ที่เพิ่มขึ้นนี้
ภูมิแพ้ในเด็กเองก็เพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นสถิติของบ้านเราในปี
2533 เด็กไทยแพ้อากาศและต้องไปหาหมอ 17.9% และเป็นโรคหอบหืดเสีย
4.2% แต่ภายในเวลา 5 ปีต่อมาคือในปี 2538 เด็กไทยแพ้อากาศมากขึ้นเป็น
33% และหอบหืดเพิ่มมากขึ้น 13% นี่คือสถิติเมื่อ 12 ปีก่อน
ในปี 2550 ตัวเลขของภูมิแพ้ในเด็กคงสูงกว่านี้มากนัก เพราะหันไปทางไหนก็จะเจอแต่เด็กคัดจมูก
ขี้มูกโป่ง เป็นหวัดทั้งปี เด็กหอบ เด็กผอมแกร็น ไม่โต
กินข้าวไม่ได้ มีแผลเต็มตัว แพ้น้ำลายยุง เป็นลมพิษง่าย
อะไรทำนองนี้
ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะโทษว่าเป็นเพราะมีสารกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้อยู่รอบตัวตั้งแต่ฝุ่นในบ้าน
ไรฝุ่น ขี้แมงสาบ ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ ละอองเรณูของต้นไม้บางประเภท
เชื้อรา ตลอดจนอาหาร
สำหรับธรรมชาติบำบัดมีมุมมองต่อภูมิแพ้แตกต่างออกไป
กล่าวคือสารกระตุ้นภูมิแพ้ดังกล่าวล้วนแล้วมีคู่โลกตลอดมา
อย่างไรฝุ่น ขี้แมงสาบ เกสรดอกไม้ ในสมัยของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่น่าจะมีมากกว่าสมัยนี้ด้วยซ้ำ
แต่ทำไมสถิติของภูมิแพ้ไม่ลดลง ยิ่งกลับเพิ่มมากขึ้นอีกเล่า
สาเหตุของภูมิแพ้ในสมัยนี้น่าจะอยู่ที่
ฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับคนเราโดยเฉพาะเด็กกินผักผลไม้
ซึ่งมีสารเสริมภูมิต้านทานน้อยลง แถมเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ยังถูกบังคับให้กินนมวัวเพราะเข้าใจผิดคิดว่านมเป็นอาหารที่ทดแทนอาหารอื่นได้
แต่ที่แท้แล้วนมวัวมีโปรตีนแล็กโตโกลบูลิน ที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ในเด็กไทยกว่า
50%
เมื่อเอาสาเหตุทั้งหมดมารวมกัน
จึงทำให้เด็กไทยป่วยด้วยโรคภูมิแพ้กันมากมาย
หากอยากให้ลูกหลานของเราหายจากโรคภูมิแพ้
ต้องทำดังนี้
1. ให้งดนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวอย่างเด็ดขาด
ลูกหลานของสมาชิกบัลวีคนไหนที่เป็นภูมิแพ้หากงดนมวัวเสีย
พ่อแม่เด็กจะรายงานว่าภายใน 6 เดือนเด็กจะไม่ต้องกินยาภูมิแพ้อีกเลย
และเด็กจะโตขึ้น สมัยนี้ใช้นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซี่ยมแทนก็สะดวกมากเลย
2. ให้กินผักและผลไม้เป็นประจำ
โดยกินผักสดวันละประมาณ 2 ฝ่ามือของเด็ก ...ซึ่งก็นิดเดียวเอง
กินผลไม้อะไรก็ได้เท่าแอบเปิลสัก 2 ลูก และน้ำผลไม้คั้นสดสัก
100-200 ซีซีแล้วแต่ว่าเด็กจะโตมากน้อยขนาดไหน
3. ให้ออกกำลังกายกลางแจ้งแทนการนั่งเฉย
ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์บ้าง
|
|
|
|
สลัดซีฟู้ด |
ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง |
ปีกไก่ทอดน้ำผึ้ง |
ลูกชิ้นย่างบาร์บีคิว |
ด้วยวิธีการทางธรรมชาติแท้
ๆ เช่นนี้ลูกหลานของท่านก็จะหายจากภูมิแพ้ได้เอง แต่การหัดให้เด็กกินผักหากอยากนักก็ส่งไปเข้าค่ายปิดเทอม
"ทัวร์เด็ก" กับบัลวีศูนย์ธรรมชาติบำบัดที่จะจัดขึ้น 18-25
มีนาคมนี้ที่อำเภอสะเมิง เชียงใหม่ โดยมีหมอลลิตาและทีมงานเดิมควบคุมตลอดรายการ
มีเด็กที่เตรียมตัวจะตัดทอนซิลเพราะอักเสบตลอดเวลา
และเด็กไม่โตเลย ถูกส่งไปทัวร์เด็ก กลับมาปรากฏว่าทอนซิลยุบเองโดยไม่ต้องผ่าตัด
ทุกวันนี้เป็นหนุ้มรูปร่างสูงใหญ่ไปแล้ว
สนใจขอรายละเอียด
ติดต่อที่ 02-6158822 , และ 02-6171671 ได้ค่ะ