บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

ตะลุยการแพทย์แดนมังกร (17) : โรคตามถิ่น

นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

ศาสตร์ต่างๆ ของจีนโบราณ ถือว่าคนเรามีความเกี่ยวพันอย่างแนบแน่นกับดวงดาว จักรวาลและธรรมชาติ จึงมักเห็นศาสตร์ที่อ้างอิงถึงอิทธิพลของธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินไปของกลไกต่างๆ บนโลกใบนี้ ศาสตร์หนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือศาสตร์ฮวงจุ้ยนั่นเอง

ต้องออกตัวก่อนว่าผมยังไม่ได้ศึกษาอะไรที่ลึกซึ้งนักเกี่ยวกับฮวงจุ้ย แต่เท่าที่พอทราบมาโดยสรุปก็คือ การสร้างบ้านเพื่อให้คนที่อยู่อาศัยในบ้านนั้น จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงทิศทางที่ตั้งของบ้านหลังนั้นเทียบกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ บ้าน เพราะทุกสิ่งที่อยู่ใกล้กัน ย่อมส่งผลกระทบที่อาจเป็นทั้งด้านดีและด้านร้ายต่อคนในบ้านด้วย ถ้าจัดความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ให้สอดคล้องต้องกันได้ ก็จะส่งผลให้คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนก็ยอมรับเช่นกันว่า สิ่งแวดล้อมและถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาตินั้นสามารถส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคนๆ หนึ่งได้ เพราะถิ่นที่อยู่ที่ต่างออกไป ย่อมมีสภาวะของธาตุที่ต่างกันออกไปด้วย

ถ้าเราแบ่งธาตุต่างๆ ตามธรรมชาติออกเป็นหลายชนิด การแพทย์แผนจีนจะแบ่งธาตุออกเป็น 5 ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ ไม้, ไฟ, ดิน, โลหะ และน้ำ แล้วนำเอาถิ่นที่อยู่ (ทิศทาง) มองดูลักษณะเด่นๆ ของแต่ละทิศ ก็จะพบว่าทิศแต่ละทิศมีลักษณะจำเพาะบางอย่างที่คล้ายกับธาตุทั้ง 5

ทิศแรก คือทิศตะวันออก ทิศนี้เป็นทิศที่ดวงตะวันจะขึ้น เพื่อส่องแสงให้กับโลก เมื่อแสงส่องไปถึงต้นไม้ ต้นไม้ก็จะสังเคราะห์แสงและผลิดอกออกผลได้ เป็นพลังแบบเดียวกับธาตุไม้ ดังนั้นคนที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศจีนทางตะวันออกที่มีธาตุไม้เด่น พวกนี้จึงมีโรคเกี่ยวกับธาตุไม้เยอะเป็นพิเศษ โรคที่ควรระวังได้แก่โรคตับ โรคความดันเลือดสูง

ทิศที่สอง คือทิศใต้ คนที่อยู่อาศัยในประเทศจีนทางใต้ตอนล่าง จะเป็นถิ่นที่มีภูมิอากาศร้อนกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศจีน ทางการแพทย์แผนจีนจึงถือว่าทิศนี้เป็นทิศที่มีธาตุไฟเด่นกว่าธาตุอื่น คนในแถบถิ่นนั้นจึงต้องระวังโรคเกี่ยวกับธาตุไฟเข้าแทรกให้มาก โรคพวกนี้ได้แก่โรคเกี่ยวกับหัวใจ เพราะหัวใจเป็นอวัยวะประจำธาตุไฟอยู่แล้ว

ทิศที่สาม ประเทศจีนตอนกลาง เป็นถิ่นที่มีปัญหาเรื่องความชื้นค่อนข้างมาก การแพทย์แผนจีนจึงถือว่าภาคกลางมีคุณสมบัติธาตุเทียบเท่ากับธาตุดิน โรคที่เกี่ยวกับความชื้นทั้งหลายมักเป็นมากในคนที่อยู่ในภาคกลาง อย่างไรก็ตาม ความชื้นมีคุณสมบัติที่ไปกับธาตุอื่นๆ ด้วย จึงมักพบประกอบกันกับ ธาตุอื่นๆ เช่น ถ้าไปกับธาตุร้อนก็จะบวกกันเป็นภาวะร้อนชื้น ถ้าไปกับธาตุเย็นก็จะเป็นภาวะเย็นและชื้น ทำให้พยาธิสภาพของโรคกินลึกลงไปอีก ขับออกได้ยาก รักษายากขึ้น

ภาคที่สี่ ภาคตะวันตก ภาคตะวันตก คนจีนจับเอาลักษณะของดวงตะวันกำลังตกหรือจมลงอันเป็นลักษณะสำคัญของธาตุโลหะที่มีความหนาแน่นค่อนข้างมาก ทำให้จมลง ดังนั้น คนที่มีถิ่นที่อยู่ในทิศตะวันตกของประเทศจีนจึงมักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคปอดได้ง่าย เพราะปอดมีธาตุประจำคือธาตุโลหะ เพราะปอดมีพลังปราณที่เคลื่อนลงเป็นหลัก

ภาคที่ห้า ภาคเหนือ คนจีนพบว่าภาคเหนือเป็นท้องถิ่นที่มีภูมิอากาศหนาวเย็นมาก ถ้าเปรียบก็เหมือนเป็นธาตุน้ำมีความเย็น คนที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศจีน จึงมีร่างกายที่ถูกกระทบต่อธาตุเย็นเป็นประจำ เกิดเป็นโรคเกี่ยวกับธาตุเย็นได้ง่าย อวัยวะที่จะโดนกระทบได้ง่ายได้แก่ไต เพราะไตมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการความคุมน้ำในร่างกาย โรคเกี่ยวกับไตในการแพทย์แผนจีนมีหลายโรคเช่น อาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ อาการปัสสาวะบ่อย ปวดหลัง ปวดข้อเข่า ประจำเดือนผิดปกติเป็นต้น

คนจีนจึงมีการสอนและบอกต่อกันมาว่า ให้ปรับตัวเข้ากับภูมิอากาศของท้องถิ่นต่างๆ จนเกิดเป็นอาหารการกินที่แตกต่างกันไปตามแต่ละธาตุประจำถิ่นนั้นๆ เพื่อปรับร่างกายเข้าสู่สมดุลของธรรามชาติ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าผมจะไล่ให้ทุกคนไปกินอาหารจีนตามภัตราคารตามเหลา เพราะการจะใช้อาหารจีนเป็นยาสำหรับเมืองไทย มีข้อควรคิดและพิจารณาในการปรับใช้อยู่บ้างเหมือนกัน ข้อพิจารณานั้นก็คือ อย่าลืมว่าประเทศไทยของเราตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศจีน อากาศของเราถือว่าทั้งร้อนและชื้นกว่า ดังนั้นธาตุประจำถิ่นที่เด่นของไทยก็คือธาตุไฟ และธาตุดิน เสียเป็นส่วนมาก การปรับอาหาร แทนที่จะกินมันๆ หน่อยแบบอาหารจีน กลับจะต้องกินอาหารประเภทผักและผลไม้ที่มีธาตุเย็นดับพิษร้อนแทน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตามประสบการณ์ตรวจรักษาคนไข้ในประเทศไทยเอง พบว่าคนส่วนใหญ่มักมาหาด้วยเรื่องภาวะร้อนเกินเสียมากกว่า

เช่นกัน ถ้าคุณไปอาศัยอยู่ในซีกโลกใต้ เช่นประเทศออสเตรเลีย การคิดเรื่องธาตุประจำถิ่นจะต้องคิดกลับกับทฤษฎีการแพทย์แผนจีน เพราะประเทศจีนตั้งอยู่บนซีกโลกเหนือ ภูมิอากาศและธาตุต่างๆ จึงต่างกัน

ดังนั้น ทางที่ดี ก่อนที่จะพิจารณาใช้การแพทย์แผนจีน ยาจีน หรือยาจีนก็ตาม เราไม่ควรคัดลอกหรือเอามาจากตำราที่เขียนไว้ทั้งดุ้น เพราะในความเป็นจริง จำเป็นที่จะต้องปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงด้วย ยาที่เหมาะกับถิ่นหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะกับอีกถิ่นหนึ่งก็เป็นได้ ถ้าใครแนะนำยาจีนมาให้ใช้ ก่อนใช้ปรึกษากับแพทย์ที่มีความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนซะหน่อยนึงจะดีกว่าครับ