ฉันจึงพูดได้เต็มปากว่า
ฉันและสามีเป็นทั้งพ่อแม่ เป็นเพื่อน เป็นพี่ ของลูกๆ
มาตั้งแต่เล็ก ช่วงนั้น ผลการเรียนของลูกๆ ดีเลิศจนใครๆ
ชม ชนิดที่ว่า ได้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ทั้งคู่ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนพิเศษกันเลย
เพราะฉันและสามีถือว่า ประสบการณ์นอกห้องเรียนเป็นการเติมความรู้ให้กับเขาได้อย่างวิเศษที่สุดแล้ว
พอลูกโต
ฉันก็กลับไปทำงาน เพราะคิดว่า ลูกๆ สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว
ทำให้ไม่ค่อยเอาใจใส่เขาเหมือนเดิม ไม่มีเวลาพาลูกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมด้วยกันได้บ่อยอย่างเมื่อก่อน
แล้วฉันก็พบว่า สิ่งที่ตัวเองทำนั้น ผิดมาก...เพราะการเรียนของลูกๆ
ตกลง ลูกคนโตเหลือ 83% ส่วนลูกคนเล็กยิ่งแล้วใหญ่ ค่อยๆ
ตกลง จาก 92% เหลือ 87...85...81...จนถึง 77% แถมยังดื้อมากขึ้นอีกด้วย
จนเมื่อฉันได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ
"สอนลูกให้เรียนเก่ง" เขียนโดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
และ พญ.ลลิตา ธีระสิริ ฉันถึงรู้ว่า สิ่งที่ฉันทำในระยะหลังๆ
เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะการเลี้ยงลูกในแต่ละวัย ต้องใช้การดูแลเอาใจใส่ที่แตกต่างกัน
ในหนังสือบอกไว้ตั้งแต่การดูแลลูกตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง
แม่ต้องกินอะไรเพื่อช่วยพัฒนาเซลล์สมองลูก พอลูกคลอดออกมา
ต้องเลี้ยงยังไง ซึ่งในส่วนนี้ค่อนข้างเป็นทฤษฎีและข้อควรปฏิบัติสำหรับคุณแม่มือใหม่หรือคุณแม่ที่ลูกยังเล็ก
พอลูกโตขึ้น
คุณหมอก็เลี้ยงลูกด้วยการเล่นกับลูก พาลูกเที่ยว ทำกิจกรรมกับลูก
ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันเคยทำมาก่อน แต่คุณหมอไม่ได้เลิกทำเมื่อลูกเริ่มโตแบบฉัน
ฉันอ่านประสบการณ์คุณหมอ เช่น พาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าที่กาญจนบุรี
แล้วลูกคนเล็กเกิดอยากทำพิพิธภัณฑ์หินในบ้าน พ่อแม่ก็ไม่ห้าม
หรือลูกคนโตชอบวาดรูป พ่อแม่ก็ยุให้วาดรูปประกอบนิทานคำกลอน
(ที่ลูกต้องแต่งเองจนจบ แม้จะใช้เวลาเป็นปีก็ตาม) แถมยังสนับสนุนด้านอุปกรณ์ทุกอย่าง
เมื่อลูกทำๆ ไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากทำต่อ ก็ไม่ว่าอะไร
เพราะนั่นถือว่า เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ของลูก เป็นต้น
สิ่งที่ฉันได้อ่านในหนังสือเล่มนี้
ทำให้ฉันได้ข้อคิดและหันกลับมามองตัวเองว่า ระยะหลังๆ
ฉันให้เวลากับลูกพอหรือเปล่า และสนับสนุนลูกให้ทำในสิ่งที่อยากทำเหมือนเดิมหรือไม่
เมื่อคำตอบออกมาคือ ...ไม่... ฉันก็ปรับเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่
นำเอาวิธีการที่คุณหมอแนะนำไว้ในหนังสือมาประยุกต์ใช้
หันมาดูแลเอาใจใส่เขามากขึ้น เขาอยากเรียนดนตรีไทยก็ให้เรียน
ให้เวลากับเขามากขึ้น ทำงานให้น้อยลง
ช่วงเวลาไม่นาน
ฉันก็ได้ลูกคนเดิมกลับคืนมา การเรียนค่อยๆ ดีขึ้น คนโตได้เกรดเฉลี่ย
3.86 ส่วนคนเล็กได้เกรดเฉลี่ย 3.31 โดยไม่ต้องเรียนพิเศษ
และในงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ผ่านมา
ฉันพาลูกไปซื้อหนังสือ เพราะฉันถือว่า หนังสือเป็นอีกสื่อหนึ่งที่มีประโยชน์กับลูกมาก
เดินกัน 2 ชั่วโมงกว่า ได้หนังสือมาหลายสิบถุง และหนึ่งในจำนวนนั้นคือ
หนังสือชื่อ "ไอเดียวิ่งฉิว ไอคิวกระฉูด" ของ นพ.ทีปทัศน์
ชุณหสวัสดิกุล และ "Boost ไอคิว Build ไอเอีย" เขียนโดย
น.เดชอาจิณ ชุณหสวัสดิกุล ลูกชายทั้งสองของคุณหมอบรรจบและคุณหมอลลิตา
หนังสือทั้ง
2 เล่ม แม้ว่าจะเป็นหนังสือสำหรับคุณลูกๆ แต่ฉันผู้เป็นแม่ก็อ่านด้วย
เพราะจะได้รู้ว่า เขาแนะนำเด็กวัยนี้ไว้อย่างไรบ้าง เล่ม
"ไอเดียวิ่งฉิวฯ" สำหรับเด็กโตระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย
ว่าด้วยการพัฒนาตัวเองให้ครบทุกด้าน เป็นการต่อยอดมาจาก
"สอนลูกให้เรียนเก่ง" ว่า เมื่อพ่อแม่เริ่มต้นให้แล้ว
ลูกควรทำอย่างไร คุณหมอยกตัวอย่างเกมที่ควรเลือกเล่น เช่น
เกมปัญหาเชาวน์ เกม Puzzle ทั้งหลาย การเล่นตัวต่อเลโก้
ส่วนที่ฉันชอบมากก็คือ
พอลูกคนเล็กอ่านแล้ว พยายามแก้ปัญหาเชาวน์ที่คุณหมอยกตัวอย่างเอาไว้
พอสงสัยก็มาถาม มันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้เกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
คือ แม่ลูกอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน แชร์ไอเดียกัน อธิบายให้ฟังกัน
(มีหนังสือบางเล่มที่เป็นของลูก ฉันอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ถามลูกนั่นแหละ
ลูกก็อธิบายให้ฟัง)
แต่ส่วนที่ลูกชายคนโตได้ไอเดียจากหนังสือเล่มนี้ก็คือ
เทคนิคช่วยจำ ซึ่งคุณหมอใช้วิธีวาดรูปที่จะใช้จำชื่อสารต่างๆ
ในเชิงวิทยาศาสตร์ หรือใช้วิธีเอาข้อมูลที่ต้องจำมาแต่งเป็นกลอน
ลูกชายคนโตมีหัวในทางวาดรูปและแต่งกลอน (เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการวาดภาพและการแต่งกลอนสดในระดับโรงเรียนมาแล้ว)
เขาบอกว่าจะเอาเทคนิคพวกนี้ไปลองใช้กับวิชาต่างๆ ดูบ้าง
หนังสือทั้ง
3 เล่มนี้คือ สอนลูกให้เรียนเก่ง ไอเดียวิ่งฉิว ไอคิวกระฉูด
และ Boost ไอคิว Build ไอเดีย แม้จะเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาหนัก
(อาจเป็นเพราะหมอเป็นคนเขียน เนื้อหาก็เลยแน่นเอี้ยดแบบฉบับหมอๆ
) แต่ก็เป็นเนื้อหาที่มีเหตุมีผล มีการยกตัวอย่างประกอบให้อ่านเข้าใจง่าย
สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะสมัยนี้ที่เขานิยมให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Child Center คุณหมอบรรจบและคุณหมอลลิตาในสมัยนั้น
คงเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ล้ำยุคน่าดู เพราะนำเอาเทคนิคที่สมัยนี้เขาเพิ่งมาคิดได้ว่า
ควรนำมาใช้กับเด็กๆ มาใช้ จึงเชื่อว่า สมัยนั้นคงไม่ค่อยมีมีใครเลี้ยงลูกอย่างท่านแน่นอน
ได้ข่าวมาว่า
หนังสือชุดนี้เขาจำหน่ายในราคาพิเศษ ชุดละ 500 บาท จากราคาเต็ม
630 บาท แม้จะหมดงานสัปดาห์หนังสือไปแล้วก็ยังโทร.ไปสั่งซื้อได้ที่สำนักพิมพ์รวมทรรศน์
โทร. 02-930-1165-6
ก็อยากช่วยประชาสัมพันธ์ให้คุณพ่อคุณแม่ที่อยากช่วยให้ลูกเรียนเก่งได้โดยไม่ต้องเสียเงินไปเรียนพิเศษ
กับเด็กๆ ที่อยากเรียนเก่ง ทำคะแนนได้ดีๆ ได้ลองอ่านกันดูนะคะ
แม่ที่มีลูกชายวัยกำลังโต