เว็บไซต์
balavi.com เป็นหน้าต่างหนึ่ง ที่เปิดให้ผู้รักสุขภาพเข้ามาหาความรู้
รับรู้กิจกรรมทางสุขภาพต่างๆที่มีอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
แต่ละวันมีคนเข้ามาเยี่ยมเราเป็นจำนวนมาก และนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คอลัมน์สำคัญที่คนเข้ามากันมาก คือช่องเว็บบอร์ด ถามปัญหาสุขภาพทางเน็ต
และผมพยายามเชื่อมโยงผู้รักสุขภาพจากหลายสื่อให้เชื่อมโยงสู่กัน
กล่าวคือ แนะนำผู้อ่านมติชนสุดสัปดาห์ให้รู้จักเว็บไซต์
แนะนำผู้อ่านเว็บไซต์ให้รู้จักรายการ "บัลวีบำบัด" ทาง
Wisdom radio FM 105 วันเสาร์อาทิตย์เวลา 11 โมง และแนะนำผู้ฟัง
wisdom radio ไปรู้จักรายการโทรทัศน์ "ธรรมชาติบำบัดกับบัลวี"
ทาง h+ channel วันเสาร์อาทิตย์เวลา 6 โมงเย็น แล้วแนะนำคนท่องเน็ต
ผู้ฟังและผู้ชมทางวิทยุโทรทัศน์ให้มาอ่านมติชนสุดสัปดาห์
ทั้งนี้เพราะว่าสื่อแต่ละประเภทล้วนมีรสชาติและความหลากหลายที่แตกต่างกัน
ควรที่ผู้รักสุขภาพจะได้แสวงหาความรู้ได้ครบเครื่อง เพิ่มแฟนเพิ่มผู้อ่านให้กับแต่ละสื่อ
กลายเป็นเครือข่ายรักสุขภาพ
วันนี้ขอดึงเอาบางคำถามจากเว็บไซต์มาตอบในมติชนสุดสัปดาห์บ้าง
ถามnbsp;
nbsp; nbsp; คุณสาวก360 ถามมาว่า "ปวดตามข้อครับ ทั้งแขนและขามา
5-6 เดือนแล้ว บางทีก็เวียนหัวไปเลย บางครั้งก็ชาตามมือครับ
ไปตรวจมาหลายแห่งแล้วยังวินิจฉัยไม่ได้ครับ"
ตอบnbsp;
nbsp; nbsp;ปวดตามแขนขาตรวจทางแพทย์แบบแผนหาสาเหตุไม่ได้
ขืนไปตรวจอีกบ่อยๆ หมอมักจะหาว่าเป็นโรคประสาท พาลจะถูกจ่ายยาระงับประสาทให้กิน
อาการนี้ทางธรรมชาติบำบัดถือว่าเป็นภาวะที่ร่างกายคั่งสารพิษ
บางทีก็มีอาการประกอบอื่นๆเช่น เวียนหัว ชามือเท้า สารพิษมีตั้งแต่กรดแล็กติกจากการทำงานของกล้ามเนื้อ
สารเคมีจากสิ่งแวดล้อมที่รับเข้ามาจากสารแต่งสี แต่งกลิ่น
สารกันบูด ตัวสำคัญอีกชนิดหนึ่งคือผงชูรสที่คนไทยถูกยัดเยียดให้กินกันทั่วประเทศ
ด้วยวัฒนธรรม "บริโภคนิยม" ร้านอาหารใส่สารล่อลิ้นให้ลูกค้ากิน
หรือแม่บ้านบางทีก็เอามาใส่ในอาหารให้ลูกบ้าน โดยหารู้ไม่ว่า
สารเคมีที่ใส่ในอาหารเป็น "ความรัก" หรือ "ความชัง" กันแน่
เราสามารถรักษาภาวะคั่งพิษได้ ด้วยการล้างพิษนั่นเอง
ปกติร่างกายจะพยายามล้างพิษ
(Detoxification) ตัวเองตลอดเวลา อาศัยช่วงเวลาที่พักจากการกินการย่อยปล่อยให้ท้องว่างสัก
6 ชั่วโมงขึ้นไป จึงจะเกิดภาวะการอด (Fasting) กระบวนการขับพิษจะเริ่มเกิดขึ้น
นั่นก็คือพอเรากินอาหารเย็นแล้ว ก็ไม่กินอะไรอีกตลอดคืน
พอหลังเที่ยงคืนการขับพิษก็เกิด และดำเนินต่อไปถึงรุ่งเช้า
ทีนี้พอตื่นเช้าร่างกายเราตกอยู่ในสภาพซ่านพิษ
เพราะอยู่ในภาวะอดระหว่างชั่วโมงที่ 6-12 จึงมีอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว
ปวดตามข้อ เหมือนไม่อยากตื่น ซึ่งใครที่มีอาการแบบนี้เวลาตื่นเช้า
แสดงว่าในร่างกายกำลังมีสารพิษเยอะ และกลไกร่างกายกำลังขับออก
ซึ่งมันควรจะต้องการเวลามากกว่านั้นพิษจึงสลายไปได้ดี
แต่เนื่องจากคนเรามักไม่ได้สังเกต
พอตื่นเช้าก็กินอาหารเช้า ซึ่งฝรั่งเรียกว่า Breakfast
แบบตามศัพท์คือ หยุดการอด เมื่อภาวะการอดหมดไป การขับพิษก็ถูกระงับไปด้วย
จึงหายเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว คนเราก็เลยกินอาหารเช้ากันเป็นประจำ
ตกลงพิษจึงยังวนเวียนอยู่ในร่างกายไม่สิ้นสุด
ทีนี้ถ้าจะขับพิษได้ดี
เราก็ต้องปล่อยให้ท้องว่างนานกว่า 12 ชั่วโมงขึ้นไป จึงเป็นที่มาของการอดเพื่อล้างพิษ
ซึ่งมีหลายแบบ
แบบที่
1 คือ การอด 18 ชั่วโมง นั่นคือการกินอยู่อย่างพระ
เข้าใจว่าเป็นพระปรีชาญาณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งทรงแนะนำไว้ให้พระสงฆ์ไม่ฉันอาหารยามวิกาล นั่นคือหลังมื้อเที่ยงแล้วปล่อยให้ท้องว่างไปจนถึงเช้าวันใหม่
ร่างกายจึงขับพิษตัวเองไปได้สม่ำเสมอ
แบบที่
2 คือ อด 24 ชั่วโมง ซึ่งก็คือหลักการอดล้างพิษ 1
วัน อย่างที่ผมแนะนำบ่อยๆ ในระหว่างอดถ้าเป็นมือใหม่หัดขับ
ก็ให้ประทังท้องด้วยการกินผลไม้อย่างเดียวทั้งวัน
แบบที่
3 คือ อด 3 วัน เป็นการอดด้วยน้ำผลไม้ 3 วัน แต่ละวันกินแต่น้ำผลไม้ชนิดเดียว
วิธีนี้ต้องอาศัยความมีวินัยกับตัวเองอีกระดับหนึ่ง
แบบที่
4 คือ อด 10 วัน เป็นการอดด้วยผลไม้ 2 วันแรก แล้วกินผักสดผลไม้สดอีก
8 วัน ซึ่งเป็นการอดระดับใช้รักษาโรคได้เลย อย่างกรณีของคุณสาวกเป็นต้น
ระหว่างอดล้างพิษ
เราอาจใช้การสวนล้างลำไส้มาช่วยลดสารพิษให้เร็วขึ้น สวนลำไส้มี
2 แบบ
แบบที่
1 สวนกาแฟ ใช้กาแฟธรรมชาติ instant ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
กับน้ำ 750 ซีซี ผสมน้ำอุ่นที่ใช้อาบในบ้าน ก่อนสวนให้กินขมิ้นชัน
5 เม็ด โสม 1 เม็ด เพื่อช่วยตับขับพิษได้หมดจด ถ้าเราสวนกาแฟในวันอดจะพบว่า
อาการซ่านพิษน้อยลงไปเยอะมาก
แบบที่
2 สวนด้วยน้ำอุ่น 5 แกลลอนโดยเครื่อง Colon น้ำจะค่อยๆทยอยเข้าและออก
พร้อมกับนวดหน้าท้องเพื่อขับคราบตะกรันออกจากลำไส้ใหญ่
คุณสาวกอาจเพิ่มวิตามินเพื่อปรับสภาพร่างกาย
เช่น
วิตามิน
C1000 กิน 1 เม็ด 3 เวลา
วิตามิน
E 400 iu /วัน
น้ำมันปลา
6 กรัม/วัน หรือน้ำมัน Flaxseed 2 กรัม/วัน
โคเอนไซม์คิวเทน
90 มก./วัน
แคลเซียม+แมกนีเซียม
4 เม็ด/วัน
การฝึกชี่กงก็ระบายสารเสียทางลมหายใจได้ดี
ฝึกชี่กงพร้อมกับเปล่งเสียงระเหิดอารมณ์ การปวดตามข้อตามกล้ามเนื้อถือว่า
มีพิษคั่งที่ตับ ให้หายใจเข้ายาวที่สุด แล้วเปล่งเสียงว่า
"ฉื่อ" ให้ยาวที่สุด สักหลายๆครั้ง เป็นการระบายสารเสียจากตับได้ดี
โดยอาศัยคลื่นสั่นสะเทือนของเสียงดังกล่าวที่มีคลื่นตรงกับการทำงานของตับมาช่วย
ธรรมชาติบำบัดยังมีอีกวิธีหนึ่ง
คือให้ออกซิเจนทางเลือด เรียกว่า Hematogenous Oxygen
Therapy (HOT) เทคนิคคือ แพทย์จะเจาะเอาเลือดออกมาสัก
80 ซีซี มาอยู่ในขวดสะอาดที่ปิดสนิท แล้วให้เลือดจำนวนนั้นรับออกซิเจนไหลผ่าน
จนเลือดแดงดีแล้ว จากนั้นหยอดเข้าเส้นคืนกลับเข้าไปในตัวอีกครั้งหนึ่ง
ผลก็คือ ร่างกายจะรับออกซิเจนจากเลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะข้อต่างๆที่มีเส้นเลือดเล็กและการหมุนเวียนเลือดมักจะไม่ค่อยดี
เมื่อใช้วิธีนี้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนดีขึ้น อาการปวดต่างๆจะหายเร็วมาก
เราใช้วิธีนี้กับคนที่ปวดข้อบ่อยๆ
โรครูมาตอยด์ โรคเข่าเสื่อมที่กำลังปวดและอักเสบ คนที่มีอาการมึนศีรษะ
เวียนหัวบ่อยๆ เพราะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง
คุณสาวกหรือใครอีกหลายคนที่มีอาการแบบนี้
ลองทำดูแล้วได้ผลเป็นอย่างไร ส่งข่าวมาด้วยนะครับ