วัฒนธรรมการกินชามีหลากหลาย
คนจีนมีชาจีนดื่ม ญี่ปุ่นก็มีชาเขียวแบบญี่ปุ่นดื่ม อังกฤษก็มีชาแบบฝรั่ง
ศรีลังกาก็มีชาซีลอน อินเดียก็มีชาแบบแขก คนไทยทางเหนือเคี้ยวใบเมี่ยง
ซึ่งก็คือการรับคาเฟอีนจากใบชาในรูปแบบต่าง ๆ นั่นเอง
แต่ก่อนเรารู้ว่าชามีคาเฟอีนที่เป็นสารกระตุ้น
ซึ่งทำให้ดื่มชาแล้วกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวา แต่ชาก็มีแทนนินซึ่งอยู่ในความฝาดของมันทำให้ท้องผูก
แต่คอชาทั้งหลายจะรู้ว่าหากชงชาด้วยน้ำร้อนจัด (ไม่ถึงกับเดือด)
คาเฟอีนจะออกมาก่อน จากนั้น 2-3 นาที แทนนินจะซึมออกมา
ดังนั้นหากอยากดื่มชาแบบที่ต้องการฤทธิ์กระต้นอย่างเดียวแล้วไม่ต้องการท้องผูกละก็
อย่าแช่ชาไว้นานเกินกว่า 3 นาที ถ้าเอากากชาออกก่อนจะป้องกันอาการท้องผูกได้
ปัจจุบันนี้เรารู้ว่าชาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น
ชาดำ ชาแดง ชาเมี่ยง ไม่เฉพาะแต่เพียงชาเขียวเท่านั้นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ชาเขียวมีคาเอชิน ( Cathechin) ชาแดง ชาจีน ชาดำ มีสารที่เรียกว่า
ทีอาฟลาวินส์ (Theaflavins) และทีอารูบิจินส์ ( Thearubigins)
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเหมือนกัน ช่วยชะลอความชรา
ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันอัมพาต กระทั่งป้องกันมะเร็ง
สำหรับการบริโภคชา
นอกจากเครื่องชงดื่มเพื่อแสดงความมีวัฒนธรรมแล้ว เรายังสามารถเอาชามาทำกับข้าวได้ด้วย
ทั้งอาหารจีน อาหารไทย (ทางเหนือ) ก็มีการนำชามาทำกับข้าวคาว
แล้วรู้หรือยังว่า
เมล็ดของชายังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันชา (Camelia oil
หรือ camellia seed oil หรือ Tea seed oil แล้วแต่จะเรียก
) ใช้ปรุงอาหารเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพได้ด้วย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเพราะน้ำมันชาใช้กันเฉพาะในพระราชวังต้องห้ามของจักรพรรดิจีน
นัยว่าใช้ประกอบอาหารเพื่อความมีอายุวัฒนะ
สมัยนี้เรารู้จักน้ำมันชามากขึ้น
น้ำมันชาเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
หรือที่เรียกว่ากรดโอเลอิกหรือน้ำมันโอเมก้า 9 สูงมากคือสูงกว่า
80% ช่วยลดอัตราเสี่ยงของไขมันเลือดสูง แถมยังช่วยเพิ่มไขมัน
HDL ซึ่งเป็นไลโปโปรตีนตัวที่มีประโยชน์ช่วยลดไขมันในเลือดได้ด้วย
น้ำมันชาทนความร้อนสูง
มีอุณหภูมิจุดเดือดอยู่ที่ 250 องศาเซลเซียส ข้อมูลตรงนี้ทำให้น้ำมันชามีประโยชน์
เวลาเอาน้ำมันชาไปตั้งไฟ เอาไปทอด ไปผัด อนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นในกระทะน้อย
น้อยกว่าน้ำมันมะกอกเสียด้วยซ้ำ เพราะจุดเดือดของน้ำมันมะกอกอยู่ที่
180 องศาเซลเซียส
นอกจากนี้ในน้ำมันชายังมีคามีเลีย
กลัยโคไซน์ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ มีคามีเลีย ซาโปนินช่วยละลายการแข็งตัวของเลือด
ช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระทั้งวิตามินอี
และโพลีฟีนอล จึงทำให้น้ำมันชาไม่มีกลิ่นหืนง่าย ๆ
นับเป็นน้ำมันตัวใหม่ที่น่าใช้ทีเดียว
จนมีคนเรียกน้ำมันชาว่า "น้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก" (Eastern
Olive ) ต่อไปนี้เป็นเมนูที่ทำจากใบชาและน้ำมันชาค่ะ
|
|
|
|
ชาทรงเครื่อง |
สลัดซีฟู้ดน้ำมันชา |
ไก่ตุ๋นชาหลงจิ่ง |
ชาชุ่มคอ |