|
ภาวะฮอร์โมนผันผวน
นพ.ทีปทัศน์
ชุณหสวัสดิกุล
เพศหญิงเป็นเพศที่มีความซับซ้อนทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์
ซับซ้อนขนาดที่ว่าวงการแพทย์จะต้องตั้งแผนกสูตินรีเวชขึ้นมาเป็นแผนกเฉพาะอีกหนึ่งแผนกต่างหาก
ในขณะที่ไม่มีแผนกบุรุษเพศกับเขา ในแง่ของอารมณ์แล้ว เพศหญิงก็เป็นเพศที่มีอารมณ์ซับซ้อนอีกเช่นกัน
เท่านั้นยังไม่พอ
เวลามีอารมณ์เปลี่ยนแปลง ระบบร่างกายของเพศหญิงก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปด้วย
เช่น บางคนที่เครียดๆ ประจำเดือนก็ทำท่าจะหายไปดื้อๆ หรือบางคนประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
มาบ้างไม่มาบ้าง หรือบางคนประจำเดือนมา แต่ปวดประจำเดือนมากแทน
ในทางตรงกันข้าม
ผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลก็จะมีปัญหาทางอารมณ์ตามมา
อารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว บางคนจะถึงรอบเดือนอาจเกิดภาวะซึมเศร้าที่อาจรุนแรงถึงต้องกินยาแก้ซึมเศร้า
ก็พบมากไม่น้อย
คุณอัมพันธ์ก็เป็นคนไข้อีกคนหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสดูแลและพูดคุยถามไถ่อาการกันอยู่บ่อยครั้ง
ครั้งแรกที่คุณอัมพันธ์มาหานั้น คุณอัมพันธ์เล่าให้ฟังว่า
ตัวเองเป็นคนที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเลย มีอาการปวดประจำเดือนแต่ละครั้งแทบจะแย่
เรียกว่าไม่อยากให้วันนั้นของเดือนมาถึงก็ว่าได้ แต่ถึงจะมีปัญหาประจำเดือนขนาดนั้น
คุณอัมพันธ์ก็ยังไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติถึงขั้นที่จะต้องไปหาหมอ
แต่ที่สังเกตตัวเองได้คือ ช่วงนั้นจะมีอาการร้อนวูบวาบ
หงุดหงิดง่าย จนเพื่อนๆ แซวกันว่าอายุก็ไม่น่าจะถึงวัยทองเลยนะ
ทำไมถึงมีอาการอย่างนั้นได้
จนมาวันหนึ่ง
คุณอัมพันธ์ได้ไปนวดตัวตามประสาคนชอบนวด พนักงานนวดคลำไปคลำมาสังเกตว่าที่ท้องของคุณอัมพันธ์มีก้อนโตอยู่
จึงบอกกับคุณอัมพันธ์ว่า "หนูไม่กล้านวดท้องให้ พี่รีบไปตรวจกับหมอดีกว่ามั้ง"
ด้วยความตกใจ
คุณอัมพันธ์จึงไปตรวจกับแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์บอกว่ามีปัญหาช็อกโกแลตซีสต์
(Chocolate cyst) ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะของฮอร์โมนเพศไม่สมดุล
ทำให้เกิดพังผืดในช่องท้องเยอะ และเกิดกลายเป็นก้อนถุงน้ำขึ้นมา
ก้อนถุงน้ำของคุณอัมพันธ์ที่พบเจอในตอนนั้นใหญ่มากแล้ว
ประกอบกับมีอาการเบียดอวัยวะอื่นทำให้คุณอัมพันธ์มีอาการท้องผูก
ปัสสาวะบ่อย คุณหมอที่ดูแลคุณอัมพันธ์ในขณะนั้นจึงเชียร์ให้คุณอัมพันธ์ผ่าตัดเอาก้อนออกเลย
คุณอัมพันธ์ยังไม่แน่ใจก็เลยไปปรึกษากับหมออีก
2-3 ท่านว่า ควรจะผ่าเอาก้อนออกเลยดีหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ตรงกันหมดว่าผ่าเหอะ
"ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดค่ะ โดยหวังว่าหลังจากผ่าตัดไปแล้วอาการปวดท้องต่างๆ
จะหายไป"
หลังจากผ่าตัด
คุณอัมพันธ์ไปตรวจหลังผ่าตัดคุณหมอที่ผ่าตัดให้บอกว่าไม่มีก้อนเหลือแล้วนะ
คุณอัมพันธ์จึงคลายใจ กลับไปใช้ชีวิตตามปกติของตนเองต่อ
แต่ก็ยังสังเกตว่าอาการปวดประจำเดือนมากก็ยังคงมีอยู่
จนได้ไปตรวจซ้ำหลังผ่าตัด 3 เดือน หมอบอกว่าคลำได้ก้อนแข็งๆ
กลับขึ้นมาอีกแล้ว จะต้องฉีดฮอร์โมนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมน
"ตอนนั้นนะ
คิดว่าอะไรรู้ไหม... คิดว่าอะไรกัน อุตส่าห์ยอมผ่าตัดให้จบๆ
เรื่องกันไป ที่ไหนได้ อาการปวดประจำเดือนก็ยังเท่าๆ เดิม
พังผืดในท้องก็กลับเป็นขึ้นมาอีก นี่ยังไม่ทันครบปีเลย
แล้วต้องฉีดฮอร์โมนต่ออีก เท่าที่ทราบมา การฉีดฮอร์โมนนานๆ
เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอีกหลายโรคใช่ไหมคะหมอ" ผมนั่งฟังก็ได้แต่ผงกศีรษะเห็นใจ
คุณอัมพันธ์จึงตัดสินใจมารักษาแบบธรรมชาติบำบัดแทนการฉีดฮอร์โมน
ซึ่งเราเริ่มจากการสอนให้รู้ว่า สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงนั้นเสียไปได้ง่ายมากจากการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง
การกินอาหารมันๆ ทอดๆ การกินช็อกโกแลตมากๆ (ซึ่งเป็นของโปรดของคุณอัมพันธ์เลย)
และการดื่มกาแฟ และนมวัว ล้วนมีส่วนทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุลจนเป็นปัญหาปวดประจำเดือนและพังผืดในช่องท้องตามมาได้
เพราะฉะนั้นคุณอัมพันธ์จะต้องงดอาหารกลุ่มที่ว่ามาอย่างเด็ดขาด
และให้อดล้างพิษด้วยเพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนให้ได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้
ยังปรับสมดุลของฮอร์โมนให้เร็วขึ้นได้อีกด้วยการฝังเข็ม
การใช้ยาสมุนไพรจีน และการใช้เซลล์บำบัด ซึ่งคุณอัมพันธ์นำไปศึกษาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ผลปรากฏว่าพอคุณอัมพันธ์กลับไปตรวจกับหมอสูตินรีเวชอีกครั้งหนึ่งในเดือนถัดมา
หมอบอกว่าก้อนที่คลำได้นิ่มและเล็กลงแล้ว อาการปวดประจำเดือนก็น้อยลงจนเหมือนคนปกติแล้ว
จากการเฝ้าติดตามดูอาการคุณอัมพันธ์ในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา
พบว่าอาการต่างๆ ที่เกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุลของคุณอัมพันธ์นั้นหายไปหมดแล้ว
อาจมีบ้างบางช่วงที่ร้อนๆ วูบวาบสลับอ่อนเพลียบ้างแต่ก็ไม่มากเท่าแต่ก่อน
บวกกับการให้กินยาสมุนไพรจีนก็สามารถควบคุมอาการได้เป็นอย่างดี
"มีบางครั้งเหมือนกันที่เห็นช็อกโกแลตแล้วอดไม่ได้
ก็พยายามอดใจไม่กินทั้งแท่ง เอาแค่ชิมๆ พอหายอยาก แต่บางเดือนเผลอชิมบ่อยมากไปหน่อย
อาการปวดท้องประจำเดือนก็เริ่มจะเป็นมากขึ้น ก็เลยต้องรีบกลับตัวเสียใหม่
ตอนนี้อาการถือว่าดีมากๆ แล้วค่ะ ชีวิตมีความสุขกว่าแต่ก่อนเยอะ"
นี่คือข้อสรุปล่าสุดที่คุณอัมพันธ์เล่าให้ฟัง
สนใจสั่งซื้อ
เซลล์บำบัดได้ที่
|