บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
Cell Frequency Medicine (2)
บทความจากมติชน
ฉบับที่ 1396 ,18 พ.ค. 50
นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

เรากำลังคุยกันถึงศาสตร์ใหม่ของการแพทย์แผนธรรมชาติว่าด้วยเซลล์กับคลื่นพลังงาน ซึ่งกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบำบัดโรคด้วยอุปกรณ์เครื่องมือทันสมัย แบบที่สถาบันธรรมชาติบำบัดในต่างประเทศมีใช้กันอย่างแพร่หลาย และเป็นตัวบ่งบอกความแตกต่างระหว่างธรรมชาติบำบัดของตะวันออกกับตะวันตก

กล่าวคือ ธรรมชาติบำบัดของตะวันออกเป็นเรื่องของการปรับชีวิตเปลี่ยนอาหาร เช่น กินอาหารสุขภาพแนวทางต่างๆ ร่วมกับการปฏิบัติกายและจิตเช่น ฝึกสมาธิ ชี่กง โยคะ ส่วนธรรมชาติบำบัดของตะวันตกจะเน้นเรื่องวิตามินและสารเสริมอาหารที่สกัดออกมาเป็นเม็ด ง่ายแก่การบริโภค พร้อมทั้งเน้นอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายและคลื่นพลังของคนเรา

สมัยนี้โลกมันแคบ การไหลบ่าของวัฒนธรรมสองซีกโลกเป็นไปได้ชั่วข้ามคืนเดียว ธรรมชาติบำบัดระดับโลกาภิวัตน์จึงต้องเชื่อมโยงศาสตร์และศิลป์ทั้งสองฟากฝั่งเข้าหากัน และเรากำลังคุยกันในส่วนทฤษฎีของ Cell Frequency Medicine

ศาสตร์นี้บอกว่า สุขภาพที่ดีหมายถึงเซลล์ทั่วร่างกายได้รับสารอาหารและคลื่นพลังงานที่ดีไปพร้อมๆกัน การจะได้อาหารและคลื่นพลังงานที่ดีนั้นประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ

1.กลไกการลำเลียงอาหารและพลังงานไปให้เซลล์ การลำเลียงนี้อาศัยการปั๊มของหัวใจเพียง 10% แต่อาศัยกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอีก 90%

2.คุณภาพของอาหารและคลื่นพลังงาน อาหารคุณภาพดีคือ อาหารธรรมชาติ อาหารอุตสาหกรรมถูกกำหนดเป็นอาหารขยะ ขณะเดียวกันคลื่นพลังของโทรทัศน์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งบั่นทอนสุขภาพของเซลล์

3.การดูดซับอาหารและใช้อาหารให้เป็นประโยชน์ แม้ร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างดี แต่อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงคือ การดูดซับอาหารเหล่านั้นผ่านร่างกายเข้าสู่เซลล์ ดังได้ดูจากกล้อง Dark Field แล้วว่า คนจำนวนไม่น้อยมีภาวะพร่องเอนไซม์ แม้ว่าจะกินอาหารจรรโลงสุขภาพเข้าไปวันแล้ววันเล่า แต่กลับพบว่าอาหารเหล่านั้นไม่ได้ถูกย่อยจนเหลือโมเลกุลเล็กสุดที่ร่างกายจะดูดซึมเอาไปใช้ แต่ตรงกันข้ามกลับหลุดเข้าสู่ร่างกายทั้งยวง กลายเป็นเศษซากโปรตีนหรือไขมันแขวนลอยอยู่ในเลือด นอกจากร่างกายเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว ยังเป็นก้อนโปรตีนคอมเพล็กซ์คอยแหย่เย้าให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ หรือภูมิต้านทานต่อร่างกายตัวเอง เช่น:

แพ้อากาศ
หอบหืด
ลมพิษ ผื่นคัน
รูมาตอยด์
SLE
สะเก็ดเงิน เป็นต้น
การรักษาโรคกลุ่มนี้ ถ้าพบเศษซากไขมันโปรตีนในเลือด ต้องอาศัยเติมเอนไซม์เข้าสู่ร่างกาย เข้าไปย่อยสลายเศษซากอาหารเหล่านี้

นอกจากเอนไซม์แล้ว การใช้อาหารให้เป็นประโยชน์ยังเกี่ยวข้องกับบทบาทของออกซิเจนอีกด้วย ความรู้เรื่องออกซิเจนบำบัดก้าวไปไกลกว่าการให้สูดออกซิเจนในโรงพยาบาลอย่างธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวของ Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งเป็นออกซิเจนคุณภาพใหม่ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ใช้ร่วมรักษาอาการต่างๆได้อีกหลายอย่าง

อากาศที่เราหายใจซึ่งมีออกซิเจนอยู่ 20% นั้น เวลาที่เราสูดเข้าไปใช่ว่าจะเอาไปใช้ทั้งหมด ที่แท้แล้วเราใช้มันเพียง 25% เท่านั้นเอง ที่เหลืออีก 75% เราหายใจทิ้งไป ดังนั้น ขอเพียงแต่เราพัฒนาคุณภาพของโมเลกุลออกซิเจนในอากาศที่เราหายใจให้ดี ก็อาจเอาไปใช้ประโยชน์แก่เซลล์ร่างกายได้อีกมาก

ออกซิเจนในอากาศมีสภาพเป็น 2 โมเลกุลอยู่ด้วยกันเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ออกซิเจนจะร่วมในกระบวนการสันดาปคือ เผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ในระหว่างนั้นออกซิเจนจะถูกแตกเป็น Singlet ออกซิเจนซึ่งเป็นอะตอมเดี่ยว หรือเป็นอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง มันจะเที่ยวไขว่คว้าหาประจุอิเล็กตรอนที่ขาดไป อาจจะไปแย่งจากโมเลกุลของน้ำ แล้วทำให้น้ำกลายเป็นอนุมูลไฮดร็อกซิซึ่งเป็นพิษกับเซลล์ นั่นคือกระบวนการเคมีในเซลล์ที่แย่งชิงอิเล็กตรอนซึ่งกันและกันนั้นทำให้เซลล์ร่างกายเสื่อม เกิดโรคเสื่อมต่างๆ รวมทั้งอาการอักเสบต่างๆ ไปจนถึงเกิดโรคมะเร็งด้วย

ทีนี้มีนักวิทยาศาสตร์ทางสวีเดนกลุ่มหนึ่งนำโดย Lillemor M. Hulten อยู่ที่มหาวิทยาลัย Goteborg ในสวีเดนมีความคิดว่า ถ้าเราผลิตออกซิเจนศักดาสูง (ROS) จากภายนอกแล้วปล่อยให้กับเซลล์ซะเลย จะสามารถลดกระบวนการแย่งชิงอิเล็กตรอนในเซลล์ ช่วยลดกระบวนการเสื่อมทำลายของเซลล์จากอนุมูลอิสระได้หรือไม่

เขาทำการทดลองโดยใช้เครื่องมือสร้าง ROS ขึ้นโดยเติมพลังงานเข้าไปกับออกซิเจนในอากาศ ทำให้อิเล็กตรอนชั้นในของออกซิเจนเลื่อนระดับชั้นพลังงานขึ้นแล้วแตกตัวเป็นออกซิเจนอะตอมเดี่ยว แล้วปล่อยอากาศแบบนี้ให้กับเซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วตรวจวัดปฏิกิริยาการเกิดอนุมูลอิสระของเซลล์ ปรากฏว่าเซลล์เกิดปฏิกิริยาสร้างอนุมูลอิสระน้อยลง ซึ่งแปลว่า ความเสื่อมของเซลล์น้อยลงกว่าเดิม (Free Radical Biology & Medicine, Vol 27, No 11/12 pp., 1203-1207, 1999)

เขาให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องแปลกที่ออกซิเจนอะตอมเดี่ยวที่สร้างขึ้นมา ก็เป็นอนุมูลอิสระเหมือนกัน แต่สร้างสามารถไปลดการสร้างอนุมูลอิสระของเซลล์ได้ อาจเป็นเพราะออกซิเจนนี้มีพลังงานมากกว่าเดิม เมื่อเข้าสู่เซลล์จะปลดปล่อยพลังงานที่ได้รับนั้นให้เซลล์ วัดได้พลังงานที่ความยาวคลื่น 634 nm

จากงานวิจัยนี้ Jorg Klemm ในเยอรมันได้ผลิตเครื่องสร้างออกซิเจนศักดาสูงนี้ขึ้นมา ชื่อว่า Airnergy ใช้กันแพร่หลายในสถานสุขภาพต่างๆทั่วยุโรปและอเมริกา ทราบมาว่าเมืองไทยก็มีเข้ามาให้ใช้กันแล้ว ในเว็บไซต์ของบริษัทนี้กล่าวว่า ด้วยกลไกการยับยั้งปฏิกิริยาเกิดอนุมูลอิสระของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เราพบว่าถ้าเอาไปใช้สำหรับการปลูกพืช ก็ได้พืชที่เติบโตดีกว่า เอาไปเพาะเลี้ยงปลาในอ่าง ก็จะได้ปลาที่มีโตและแข็งแรงกว่า กล่าวสำหรับสุขภาพแล้ว ออกซิเจนศักดาสูงน่าจะมีบทบาทร่วมบำบัดอีกหลายปัญหาสุขภาพ เช่น

การปวดเรื้อรัง
ไขมันเลือดสูง
โรคผิวหนังผื่นแพ้
ภาวะนอนไม่หลับ
ปวดข้อ
รูมาตอยด์
โรคหัวใจ ความดันเลือดสูง
เบาหวาน

โดยสรุปก็คือโรคทั้งหลายที่เกิดจากกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระนั่นเอง นับเป็นเรื่องใหม่ที่เขาพาดหัวในเว็บไซต์ของเขาว่า "ออกซิเจนอะตอมเดี่ยวที่น่าจะเป็นอันตราย กลับเกิดประโยชน์กับสุขภาพ"