เรากำลังคุยกันถึงศาสตร์ใหม่ของการแพทย์แผนธรรมชาติว่าด้วยเซลล์กับคลื่นพลังงาน
ซึ่งกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบำบัดโรคด้วยอุปกรณ์เครื่องมือทันสมัย
แบบที่สถาบันธรรมชาติบำบัดในต่างประเทศมีใช้กันอย่างแพร่หลาย
และเป็นตัวบ่งบอกความแตกต่างระหว่างธรรมชาติบำบัดของตะวันออกกับตะวันตก
กล่าวคือ
ธรรมชาติบำบัดของตะวันออกเป็นเรื่องของการปรับชีวิตเปลี่ยนอาหาร
เช่น กินอาหารสุขภาพแนวทางต่างๆ ร่วมกับการปฏิบัติกายและจิตเช่น
ฝึกสมาธิ ชี่กง โยคะ ส่วนธรรมชาติบำบัดของตะวันตกจะเน้นเรื่องวิตามินและสารเสริมอาหารที่สกัดออกมาเป็นเม็ด
ง่ายแก่การบริโภค พร้อมทั้งเน้นอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆที่ช่วยปรับสมดุลร่างกายและคลื่นพลังของคนเรา
สมัยนี้โลกมันแคบ
การไหลบ่าของวัฒนธรรมสองซีกโลกเป็นไปได้ชั่วข้ามคืนเดียว
ธรรมชาติบำบัดระดับโลกาภิวัตน์จึงต้องเชื่อมโยงศาสตร์และศิลป์ทั้งสองฟากฝั่งเข้าหากัน
และเรากำลังคุยกันในส่วนทฤษฎีของ Cell Frequency Medicine
ศาสตร์นี้บอกว่า
สุขภาพที่ดีหมายถึงเซลล์ทั่วร่างกายได้รับสารอาหารและคลื่นพลังงานที่ดีไปพร้อมๆกัน
การจะได้อาหารและคลื่นพลังงานที่ดีนั้นประกอบด้วย 3 ขั้นตอนคือ
1.กลไกการลำเลียงอาหารและพลังงานไปให้เซลล์
การลำเลียงนี้อาศัยการปั๊มของหัวใจเพียง 10% แต่อาศัยกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอีก
90%
2.คุณภาพของอาหารและคลื่นพลังงาน
อาหารคุณภาพดีคือ อาหารธรรมชาติ อาหารอุตสาหกรรมถูกกำหนดเป็นอาหารขยะ
ขณะเดียวกันคลื่นพลังของโทรทัศน์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งบั่นทอนสุขภาพของเซลล์
3.การดูดซับอาหารและใช้อาหารให้เป็นประโยชน์
แม้ร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างดี แต่อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงคือ
การดูดซับอาหารเหล่านั้นผ่านร่างกายเข้าสู่เซลล์ ดังได้ดูจากกล้อง
Dark Field แล้วว่า คนจำนวนไม่น้อยมีภาวะพร่องเอนไซม์
แม้ว่าจะกินอาหารจรรโลงสุขภาพเข้าไปวันแล้ววันเล่า แต่กลับพบว่าอาหารเหล่านั้นไม่ได้ถูกย่อยจนเหลือโมเลกุลเล็กสุดที่ร่างกายจะดูดซึมเอาไปใช้
แต่ตรงกันข้ามกลับหลุดเข้าสู่ร่างกายทั้งยวง กลายเป็นเศษซากโปรตีนหรือไขมันแขวนลอยอยู่ในเลือด
นอกจากร่างกายเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว ยังเป็นก้อนโปรตีนคอมเพล็กซ์คอยแหย่เย้าให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองเกิดเป็นโรคภูมิแพ้
หรือภูมิต้านทานต่อร่างกายตัวเอง เช่น:
แพ้อากาศ
หอบหืด
ลมพิษ ผื่นคัน
รูมาตอยด์
SLE
สะเก็ดเงิน
เป็นต้น
การรักษาโรคกลุ่มนี้
ถ้าพบเศษซากไขมันโปรตีนในเลือด ต้องอาศัยเติมเอนไซม์เข้าสู่ร่างกาย
เข้าไปย่อยสลายเศษซากอาหารเหล่านี้
นอกจากเอนไซม์แล้ว
การใช้อาหารให้เป็นประโยชน์ยังเกี่ยวข้องกับบทบาทของออกซิเจนอีกด้วย
ความรู้เรื่องออกซิเจนบำบัดก้าวไปไกลกว่าการให้สูดออกซิเจนในโรงพยาบาลอย่างธรรมดา
แต่เป็นเรื่องราวของ Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งเป็นออกซิเจนคุณภาพใหม่ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย
ใช้ร่วมรักษาอาการต่างๆได้อีกหลายอย่าง
อากาศที่เราหายใจซึ่งมีออกซิเจนอยู่
20% นั้น เวลาที่เราสูดเข้าไปใช่ว่าจะเอาไปใช้ทั้งหมด
ที่แท้แล้วเราใช้มันเพียง 25% เท่านั้นเอง ที่เหลืออีก
75% เราหายใจทิ้งไป ดังนั้น ขอเพียงแต่เราพัฒนาคุณภาพของโมเลกุลออกซิเจนในอากาศที่เราหายใจให้ดี
ก็อาจเอาไปใช้ประโยชน์แก่เซลล์ร่างกายได้อีกมาก
ออกซิเจนในอากาศมีสภาพเป็น
2 โมเลกุลอยู่ด้วยกันเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ออกซิเจนจะร่วมในกระบวนการสันดาปคือ
เผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ในระหว่างนั้นออกซิเจนจะถูกแตกเป็น
Singlet ออกซิเจนซึ่งเป็นอะตอมเดี่ยว หรือเป็นอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง
มันจะเที่ยวไขว่คว้าหาประจุอิเล็กตรอนที่ขาดไป อาจจะไปแย่งจากโมเลกุลของน้ำ
แล้วทำให้น้ำกลายเป็นอนุมูลไฮดร็อกซิซึ่งเป็นพิษกับเซลล์
นั่นคือกระบวนการเคมีในเซลล์ที่แย่งชิงอิเล็กตรอนซึ่งกันและกันนั้นทำให้เซลล์ร่างกายเสื่อม
เกิดโรคเสื่อมต่างๆ รวมทั้งอาการอักเสบต่างๆ ไปจนถึงเกิดโรคมะเร็งด้วย
ทีนี้มีนักวิทยาศาสตร์ทางสวีเดนกลุ่มหนึ่งนำโดย
Lillemor M. Hulten อยู่ที่มหาวิทยาลัย Goteborg ในสวีเดนมีความคิดว่า
ถ้าเราผลิตออกซิเจนศักดาสูง (ROS) จากภายนอกแล้วปล่อยให้กับเซลล์ซะเลย
จะสามารถลดกระบวนการแย่งชิงอิเล็กตรอนในเซลล์ ช่วยลดกระบวนการเสื่อมทำลายของเซลล์จากอนุมูลอิสระได้หรือไม่
เขาทำการทดลองโดยใช้เครื่องมือสร้าง
ROS ขึ้นโดยเติมพลังงานเข้าไปกับออกซิเจนในอากาศ ทำให้อิเล็กตรอนชั้นในของออกซิเจนเลื่อนระดับชั้นพลังงานขึ้นแล้วแตกตัวเป็นออกซิเจนอะตอมเดี่ยว
แล้วปล่อยอากาศแบบนี้ให้กับเซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วตรวจวัดปฏิกิริยาการเกิดอนุมูลอิสระของเซลล์
ปรากฏว่าเซลล์เกิดปฏิกิริยาสร้างอนุมูลอิสระน้อยลง ซึ่งแปลว่า
ความเสื่อมของเซลล์น้อยลงกว่าเดิม (Free Radical Biology
& Medicine, Vol 27, No 11/12 pp., 1203-1207, 1999)
เขาให้ความเห็นว่า
เป็นเรื่องแปลกที่ออกซิเจนอะตอมเดี่ยวที่สร้างขึ้นมา ก็เป็นอนุมูลอิสระเหมือนกัน
แต่สร้างสามารถไปลดการสร้างอนุมูลอิสระของเซลล์ได้ อาจเป็นเพราะออกซิเจนนี้มีพลังงานมากกว่าเดิม
เมื่อเข้าสู่เซลล์จะปลดปล่อยพลังงานที่ได้รับนั้นให้เซลล์
วัดได้พลังงานที่ความยาวคลื่น 634 nm
จากงานวิจัยนี้
Jorg Klemm ในเยอรมันได้ผลิตเครื่องสร้างออกซิเจนศักดาสูงนี้ขึ้นมา
ชื่อว่า Airnergy ใช้กันแพร่หลายในสถานสุขภาพต่างๆทั่วยุโรปและอเมริกา
ทราบมาว่าเมืองไทยก็มีเข้ามาให้ใช้กันแล้ว ในเว็บไซต์ของบริษัทนี้กล่าวว่า
ด้วยกลไกการยับยั้งปฏิกิริยาเกิดอนุมูลอิสระของสิ่งมีชีวิตต่างๆ
เราพบว่าถ้าเอาไปใช้สำหรับการปลูกพืช ก็ได้พืชที่เติบโตดีกว่า
เอาไปเพาะเลี้ยงปลาในอ่าง ก็จะได้ปลาที่มีโตและแข็งแรงกว่า
กล่าวสำหรับสุขภาพแล้ว ออกซิเจนศักดาสูงน่าจะมีบทบาทร่วมบำบัดอีกหลายปัญหาสุขภาพ
เช่น
การปวดเรื้อรัง
ไขมันเลือดสูง
โรคผิวหนังผื่นแพ้
ภาวะนอนไม่หลับ
ปวดข้อ
รูมาตอยด์
โรคหัวใจ
ความดันเลือดสูง
เบาหวาน
โดยสรุปก็คือโรคทั้งหลายที่เกิดจากกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระนั่นเอง
นับเป็นเรื่องใหม่ที่เขาพาดหัวในเว็บไซต์ของเขาว่า "ออกซิเจนอะตอมเดี่ยวที่น่าจะเป็นอันตราย
กลับเกิดประโยชน์กับสุขภาพ"