บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

บทความจากขวัญเรือน
พญ.ลลิตา ธีระสิริ


กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอาการปัสสาวะแสบขัดโดยเฉพาะตอนปัสสาวะจะสุด จะเจ็บมาก มีอาการปัสสาวะบ่อย บ่อยครั้งที่ปัสสาวะมีเลือดปน หรือเป็นสีเลือดและดูน่าตกใจ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มักจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เหตุผลคือ ท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่า ว่ากันว่าเชื้อแบคทีเรียจากภายนอกจึงผ่านเข้าไปถึงกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่าในรายของผู้ชาย ยิ่งใครที่ชอบกลั้นปัสสาวะด้วยแล้ว จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ทั้งนี้เป็นเพราะหากเผอิญแบคทีเรียเดินทางเข้าไปถึงกระเพาะปัสสาวะ แล้วคั่งค้างอยู่ในนั้นนาน ๆ จากการกลั้นปัสสาวะ แบคทีเรียก็จะมีโอกาสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นก็จะเกิดอาการอักเสบตามมา

ดังนั้น อยากจะบอกว่าการกลั้นปัสสาวะนั้นไม่ดีแน่ ทุกวันนี้ห้องน้ำในบ้านเราสะอาดพอใช้ได้ อย่าคิดว่าต้องกลั้นปัสสาวะหน้าเขียวหน้าเหลืองเพื่อกลับไปเข้าห้องน้ำที่บ้านเลย จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเสียเปล่า ๆ

แน่นอนในเมื่อโรคนี้มีสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียจำเป็นอยู่เองที่ต้องกินยาปฏิชีวนะ ซึ่งอย่างต่ำ ๆ ก็ต้องติดต่อกันนาน 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อให้หมด ที่สำคัญต้อง ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อล้างเอาแบคทีเรียที่ค้างอยู่ภายในให้ออกมากับน้ำปัสสาวะให้หมด จะกินสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะด้วยยิ่งดี

รายที่มีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังคือ เป็นบ่อยมาก ส่วนมากมักเป็นเพราะการกลั้นปัสสาวะ ต้องเลิกนิสัยไม่ยอมเข้าห้องน้ำเสีย เมื่อใดที่ปวดปัสสาวะต้องไปกำจัดเอาปัสสาวะออกทิ้งทันที แล้วหากกินสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการรักษาอาการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ เช่น หญ้าหนวดแมว โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่เป็นสารเคมีก็ได้หรือกินสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะควบคู่กันไปด้วย ก็จะทำให้อาการอักเสบเรื้อรังหายได้ในที่สุด

สำหรับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เช่น ตะไคร้โดยเฉพาะเหง้าตะไคร้จะมีฤทธิ์แรงกว่าต้นตะไคร้ กระเจี๊ยบแดง กระชาย อ้อยโดยเฉพาะอ้อยแดง (ที่มีลำต้นสีแดงและเล็กกว่าอ้อยทั่วไป ) ขลู่ รากหญ้าคา หญ้างวงช้าง เป็นต้น

วันนี้จะเสนอเมนูที่ทำจากสมุนไพรที่กล่าวมา แทนที่จะเห็นว่าสมุนไพรคือยา ก็นำมาทำเป็นอาหารเสียจะได้กินได้อร่อยและสะดวกใจขึ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้จะกินสมุนไพรเป็นอาหารแล้ว ใครที่มีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังก็ยังคงต้องดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อล้างเอาแบคทีเรียออกมาจากกระเพาะปัสสาวะให้หมดจด และที่สำคัญที่สุดต้องเลิกกลั้นปัสสาวะเสียด้วยจึงจะหายขาดจากโรคนี้ได้