บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 207: ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 มิถุนายน 2557 ::::: บัลวีเปิดบริการคลินิกพิเศษทุกวันอังคารเวลา 8:30 น. – 19:00 น. เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป :::::: Hydro Fitness Balavi Signature บริหารในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณน้องอ้วนท้วน คุณยายเข่าเสื่อม โดย อ.อรพิม ไชยมงคล อาจารย์ Sport Sciences สนใจสอบถามโทร 02-615-8822 ต่อ 134 ::::: บัลวี ดิลิเวอรี มีบริการจัดส่งอาหารเพื่อสุขภาพต้านมะเร็ง รักษาเบาหวาน ลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการล้างพิษ หรือดูแลสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา บริการจัดส่งถึงบ้าน หรือโรงพยาบาลของผู้ป่วย โทร.02-615-8822 ::::: คอร์สออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด หรือผู้สนใจการออกกำลังกายในน้ำ ทุกวันเวลา 16.00 – 17.00 น. โทร.02-615-8822 ต่อ 133, 134 :::::
 
     
 
สูตรโยเกิร์ต+มะนาว+น้ำผึ้ง-พิสูจน์ดีร้ายด้วย dark field

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล


มีสูตรบำบัดอาการท้องผูกอยู่สูตรหนึ่ง ซึ่งระยะหลังเห็นนิยมกันแพร่หลาย โดยแนะนำกันว่าให้ใช้โยเกิร์ตผสมมะนาวบวกเข้ากับน้ำผึ้ง กินแล้วระบายดี ถ่ายสะดวก

ผมได้ยินมานาน ได้แต่เฝ้าระวังด้วยใจระทึก เพราะนั่นไม่น่าจะเป็นสูตรที่ดีเลยสำหรับการแก้ปัญหาท้องผูก ผลร้ายน่าจะมากกว่าผลดี ก็ได้แต่เตือนๆกันไปแก่คนใกล้ชิดหรือผู้รักสุขภาพที่เดินเข้าออกเพื่อมาปรึกษาปัญหาสุขภาพ

แน่นอนว่า การกินทั้งโยเกิร์ต ใส่มะนาว และน้ำผึ้งย่อมเกิดการระบายถ่ายท้องกว่าร้อยละเจ็ดแปดสิบของคนที่กิน เพราะมะนาวย่อมมีทั้งกรดมะนาวทั้งวิตามินซีอยู่พอควร ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวได้อยู่แล้ว ส่วนน้ำผึ้งที่ใส่เข้าไปในสูตรนี้ก็คงหวังรสหวานมากลบรสเปรี้ยวของทั้งมะนาวและโยเกิร์ต แถมน้ำผึ้งย่อมมีแว็กซ์อยู่จำนวนไม่น้อย แว็กซ์หรือขี้ผึ้งที่มีปะปนอยู่ในน้ำผึ้ง ช่วยการระบายอีกส่วนหนึ่ง

แต่เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้สูตรนี้มีอยู่ 3 ประการคือ:

1.ความหวานจากน้ำผึ้งที่ใส่เข้าไป ธรรมชาติของความหวานในน้ำผึ้งก็คือความหวานของน้ำตาลนั่นเอง การผสมน้ำผึ้งเข้าไปเพื่อสร้างความกลมกล่อม อาจทำให้ผู้บริโภคสบายใจ นึกว่าได้ความหวานจากธรรมชาติ แทนการกินน้ำตาล แต่แท้ที่จริงแล้วแคลอรีจากความหวานของน้ำผึ้ง ก็ใกล้เคียงกับแคลอรีจากความหวานของน้ำตาลเช่นกัน กินน้ำผึ้งไม่ได้ปลอดภัยกว่าการกินน้ำตาลแต่อย่างใด

ความหวานของน้ำผึ้งเข้มข้นมีอานุภาพถึงกับเปลี่ยนธรรมชาติของโปรตีนที่มันสัมผัสด้วย (de-nature) ทำให้โปรตีนจับก้อน ถ้าเป็นโปรตีนของแบคทีเรีย แบคทีเรียที่สัมผัสถูกน้ำผึ้งก็ตายได้ ดังนั้นเราสามารถใช้น้ำผึ้งทำแผลเปื่อย โดยน้ำผึ้งจะฆ่าเชื้อโรคบริเวณแผลนั้นได้ดี แต่น้ำผึ้งก็จะทำให้โปรตีนของเนื้อเยื่อตรงนั้นเปลี่ยนไปจากธรรมชาติด้วย

ด้วยเหตุผลเดียวกัน คนจีนสมัยก่อนจึงใช้น้ำผึ้งดองเนื้อเยื่อ กล่าวกันว่าที่แต้จิ๋ว เคยเกิดการวิวาทกันระหว่างคนแซ่ลิ้มกับคนแซ่แต้ จากการทะเลาะก็ถึงขั้นลงหมัด แล้วก็ใช้มีดดาบ คมทวนรบพุ่งกัน ภายหลังหญิงแซ่แต้ที่ใจนักเลงก็เข้าสนามรบด้วย โดยลากปืนคาบศิลาซัดใส่ชายแซ่ลิ้มที่ฆ่าพี่ชายของตน ผลก็คือต่างฝ่ายต่างตายฝ่ายละหลายศพ พวกแซ่ลิ้มซึ่งเป็นตระกูลใหญ่แต่ใจนักเลงน้อยกว่า ไปหาผู้ใหญ่แซ่ตั้งมาเจรจาหย่าศึก มีการแลกเปลี่ยนศีรษะของคู่อริที่ตัดมาไว้เวลารบชนะ คืนให้แก่ญาติพี่น้องของอีกฝ่าย ศีรษะเหล่านั้นล้วนดองไว้มิให้เน่าเปื่อยในโหลน้ำผึ้ง ครานั้นฝ่ายแซ่แต้เหยียดหยามชาวแซ่ลิ้มถึงกับปลอมแปลงเอาหัวสุนัขดองใส่ไว้ในโหลน้ำผึ้ง ส่งไปให้แก่ญาติพี่น้องคนแซ่ลิ้ม เมื่ออีกฝ่ายเปิดเจอ ถึงกับบันดาลโทสะกรีฑาทัพตระกูลลิ้ม เข้าห้ำหั่นกันนองเลือดอีกหนใหญ่

น้ำผึ้งเข้มข้นดองเนื้อเยื่อได้ถึงขนาดนั้น ในทางยาไทยจึงไม่แนะนำให้กินน้ำผึ้งพร่ำเพรื่อ เพียงกินวันละ 1 ช้อนชา โดยส่วนใหญ่ใช้ปั้นยาลูกกลอน

2.โยเกิร์ต เป็นสิ่งบริโภคที่ไม่พึงประสงค์สำหรับชนชาวเอเชีย เหตุเพราะโยเกิร์ตก็คือผลิตผลของนมวัว ซึ่งคนเอเชียร้อยละ 50-80 แพ้โปรตีนในนม (ตัวเลขของเปอร์เซนต์แตกต่างกันตามงานวิจัย) เรื่องนมวัวก่อให้เกิดภูมิแพ้มีงานวิจัยรองรับมาเนิ่นนานนับสิบๆชิ้นทั้งจากต่างประเทศ และจากผู้รู้ในประเทศไทย อาทิเช่น ชมรมรณรงค์เพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เปิดเผยว่านมและผลิตภัณฑ์นมวัวทำให้เด็กไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้เป็นจำนวนมาก การรณรงค์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วง 5 ปีหลัง เกิดการสัมฤทธิ์ผลขึ้นอีกมาก หลังสุดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ศกนี้ หนังสือพิมพ์ข่าวสดลงข่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีใจความว่า ให้คุณแม่ปริโภคนมวัวให้น้อยลง เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่ออาการภูมิแพ้ในเด็ก

อย่างไรก็ดี การกินโยเกิร์ตก็ทำให้คนกินเกิดอาการระบายถ่ายท้อง นั่นเป็นของแน่ แต่หาใช่จะเป็นเรื่องดีแต่อย่างใดไม่ เพราะนั่นคือปฏิกิริยาภูมิแพ้ของผู้บริโภคคนนั้นต่อโปรตีนในนมวัวนั่นเอง พูดง่ายๆว่า พอคนที่แพ้นมวัวกินโยเกิร์ตเข้าไป โปรตีนนมวัวก็ทำให้เยื่อบุลำไส้ของคนนั้นเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้นมา เซลล์เยื่อบุจะเกิดภาวะบวมน้ำ แล้วปล่อยสารคัดหลั่งออกมาเป็นจำนวนมากด้วยความระคายเคือง เกิดเป็นปริมาณน้ำจำนวนหนึ่งออกมาอยู่ในทางเดินลำไส้ แล้วก็ขับถ่ายเป็นน้ำเหลวๆออกไป

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ให้นึกถึงเยื่อบุตาของเรา เวลาโดนควันไฟ เราจะแสบตามาก แล้วมีน้ำตาไหลพรากออกมา ลำไส้ของคนเราที่แพ้นมวัวหรือโยเกิร์ตก็เกิดการระคายเคืองแล้วหลั่งน้ำแห่งการระคายเคืองออกมานั่นเอง เพียงแต่ว่าลำไส้ของเราไม่มีประสาทรับรู้อาการปวดแสบ เราจึงไม่รู้สึกรู้สา ไม่เหมือนกับตาของเราเวลาถูกควันไฟ แต่ขอให้เจ้าตัวรับทราบว่า โยเกิร์ตกำลังสร้างความระคายเคืองอย่างแรงกับลำไส้ของคุณ

ถ้าปล่อยให้ระคายเคืองซ้ำๆอยู่เช่นนั้นเรื่อยๆ ในที่สุดภูมิต้านทานจะเพี้ยนไปทุกที คนที่ท้องผูกนั้นก็จะไต่ระดับอาการแพ้จากแค่ลำไส้ระคายเคือง กลายเป็นลมพิษ ผื่นคัน ไปจนถึงหอบหืด หรือเกิดภูมิเพี้ยนกับเยื่อบุลำไส้กลายเป็นโรคลำไส้เรื้อรังได้อีกเยอะ

3.การกินสูตรนี้แล้วระบายท้อง เป็นการบิดเบือนประเด็นปัญหาของคนท้องผูก เพราะแท้ที่จริงท้องผูกจะแก้ไขได้ ต้องกินอาหารเส้นใยให้มาก กินข้าวกล้อง กันผัก ผลไม้ ถ้าคนท้องผูกมาพึ่งพาการกินโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาวกันอย่างง่ายๆ จึงเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด สุดท้ายลำไส้ของคนผู้นั้นอาจเกิดโรคอีกมากจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าตัว

ผมติดตามผลร้ายของการโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาวมานาน จนกระทั่งมาพบหลักฐานการเกิดผลร้ายอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการตรวจ dark field เมื่อไม่นานมานี้เอง เรื่องมีอยู่ว่าคุณศรีรัตน์ อดีตกรรมการชมรมอยู่ร้อยปีฯท่านหนึ่ง เธอเป็นคนชอบลองเรื่องใหม่ๆอยู่เรื่อย เธอเคยตรวจ dark field ดูภาพลักษณ์ของเม็ดเลือดเมื่อ 2 เดือนก่อน ปรากฏผลเป็นที่น่าภาคภูมิใจได้ว่า เธอมีเลือดที่สะอาดหมดจดจากสิ่งตกค้างทั้งหลาย เพราะเธอกินข้าวกล้อง กินผัก กินปลาตามวัฒนธรรมไทยมาตลอด ดังที่ชมรมอยู่ร้อยปีฯเคยแนะนำมาตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา

 


มาเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง เธอบอกผมว่า "อ่านผลเลือด dark field ให้พี่หน่อยซิ"

ผมดูภาพเลือดของเธอด้วยความแปลกใจ "พี่ไปทำอะไรมาน่ะ..." ผมถามเธอเพราะที่ผ่านมามั่นใจมากว่าเธอดำเนินชีวิตกินอยู่อย่างไทยอย่างเหมาะสมมาโดยตลอด แต่ภาพที่ปรากฏต่อหน้าผมกลับเป็นภาพที่มี chylous คือคราบไขมันที่กำลังจะจับตัวเป็นก้อน รวมกันอยู่เป็นกลุ่มๆมากมาย ผิดกับเลือดของเธอเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

"พี่ไปกินโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาวมา....อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง" เธอสารภาพ "มันก็ระบายท้องดีนะ แต่พี่ไม่คาดคิดเลยว่า ในเลือดจะเปลี่ยนเป็นน่ากลัวขนาดนี้ ทั้งๆที่พี่กินอาหารตามแบบเดิมมาตลอด"


"แล้วระดับไขมันเลือดของพี่เป็นยังไง"

"ไขมันเลือดก็สูงด้วยแหละ จากเดิมต่ำกว่า 200 แต่พอกินสูตรนี้ได้เดือนที่สองโคเลสเตอรอลก็สูง 260 มก.%แล้ว พี่เลยอยากรู้ภาพเลือดของตัวเอง เห็นอย่างนี้เชื่อแล้วละว่า สูตรนี้น่ากลัวจริงๆ คงมีคนหลงผิดอีกเยอะ หมอช่วยเอาไปเขียนบอกชาวบ้านชาวเมืองด้วยซิ เห็นเผยแพร่กันกว้างมาก"

ครับ คนไทยนิยมอะไรมักจะเห่อตามกันไป คงต้องพิสูจน์ให้เห็นผลตรงหน้านี้แหละครับ