มีสูตรบำบัดอาการท้องผูกอยู่สูตรหนึ่ง
ซึ่งระยะหลังเห็นนิยมกันแพร่หลาย โดยแนะนำกันว่าให้ใช้โยเกิร์ตผสมมะนาวบวกเข้ากับน้ำผึ้ง
กินแล้วระบายดี ถ่ายสะดวก
ผมได้ยินมานาน
ได้แต่เฝ้าระวังด้วยใจระทึก เพราะนั่นไม่น่าจะเป็นสูตรที่ดีเลยสำหรับการแก้ปัญหาท้องผูก
ผลร้ายน่าจะมากกว่าผลดี ก็ได้แต่เตือนๆกันไปแก่คนใกล้ชิดหรือผู้รักสุขภาพที่เดินเข้าออกเพื่อมาปรึกษาปัญหาสุขภาพ
แน่นอนว่า
การกินทั้งโยเกิร์ต ใส่มะนาว และน้ำผึ้งย่อมเกิดการระบายถ่ายท้องกว่าร้อยละเจ็ดแปดสิบของคนที่กิน
เพราะมะนาวย่อมมีทั้งกรดมะนาวทั้งวิตามินซีอยู่พอควร ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวได้อยู่แล้ว
ส่วนน้ำผึ้งที่ใส่เข้าไปในสูตรนี้ก็คงหวังรสหวานมากลบรสเปรี้ยวของทั้งมะนาวและโยเกิร์ต
แถมน้ำผึ้งย่อมมีแว็กซ์อยู่จำนวนไม่น้อย แว็กซ์หรือขี้ผึ้งที่มีปะปนอยู่ในน้ำผึ้ง
ช่วยการระบายอีกส่วนหนึ่ง
แต่เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้สูตรนี้มีอยู่
3 ประการคือ:
1.ความหวานจากน้ำผึ้งที่ใส่เข้าไป
ธรรมชาติของความหวานในน้ำผึ้งก็คือความหวานของน้ำตาลนั่นเอง
การผสมน้ำผึ้งเข้าไปเพื่อสร้างความกลมกล่อม อาจทำให้ผู้บริโภคสบายใจ
นึกว่าได้ความหวานจากธรรมชาติ แทนการกินน้ำตาล แต่แท้ที่จริงแล้วแคลอรีจากความหวานของน้ำผึ้ง
ก็ใกล้เคียงกับแคลอรีจากความหวานของน้ำตาลเช่นกัน กินน้ำผึ้งไม่ได้ปลอดภัยกว่าการกินน้ำตาลแต่อย่างใด
ความหวานของน้ำผึ้งเข้มข้นมีอานุภาพถึงกับเปลี่ยนธรรมชาติของโปรตีนที่มันสัมผัสด้วย
(de-nature) ทำให้โปรตีนจับก้อน ถ้าเป็นโปรตีนของแบคทีเรีย
แบคทีเรียที่สัมผัสถูกน้ำผึ้งก็ตายได้ ดังนั้นเราสามารถใช้น้ำผึ้งทำแผลเปื่อย
โดยน้ำผึ้งจะฆ่าเชื้อโรคบริเวณแผลนั้นได้ดี แต่น้ำผึ้งก็จะทำให้โปรตีนของเนื้อเยื่อตรงนั้นเปลี่ยนไปจากธรรมชาติด้วย
ด้วยเหตุผลเดียวกัน
คนจีนสมัยก่อนจึงใช้น้ำผึ้งดองเนื้อเยื่อ กล่าวกันว่าที่แต้จิ๋ว
เคยเกิดการวิวาทกันระหว่างคนแซ่ลิ้มกับคนแซ่แต้ จากการทะเลาะก็ถึงขั้นลงหมัด
แล้วก็ใช้มีดดาบ คมทวนรบพุ่งกัน ภายหลังหญิงแซ่แต้ที่ใจนักเลงก็เข้าสนามรบด้วย
โดยลากปืนคาบศิลาซัดใส่ชายแซ่ลิ้มที่ฆ่าพี่ชายของตน ผลก็คือต่างฝ่ายต่างตายฝ่ายละหลายศพ
พวกแซ่ลิ้มซึ่งเป็นตระกูลใหญ่แต่ใจนักเลงน้อยกว่า ไปหาผู้ใหญ่แซ่ตั้งมาเจรจาหย่าศึก
มีการแลกเปลี่ยนศีรษะของคู่อริที่ตัดมาไว้เวลารบชนะ คืนให้แก่ญาติพี่น้องของอีกฝ่าย
ศีรษะเหล่านั้นล้วนดองไว้มิให้เน่าเปื่อยในโหลน้ำผึ้ง
ครานั้นฝ่ายแซ่แต้เหยียดหยามชาวแซ่ลิ้มถึงกับปลอมแปลงเอาหัวสุนัขดองใส่ไว้ในโหลน้ำผึ้ง
ส่งไปให้แก่ญาติพี่น้องคนแซ่ลิ้ม เมื่ออีกฝ่ายเปิดเจอ
ถึงกับบันดาลโทสะกรีฑาทัพตระกูลลิ้ม เข้าห้ำหั่นกันนองเลือดอีกหนใหญ่
น้ำผึ้งเข้มข้นดองเนื้อเยื่อได้ถึงขนาดนั้น
ในทางยาไทยจึงไม่แนะนำให้กินน้ำผึ้งพร่ำเพรื่อ เพียงกินวันละ
1 ช้อนชา โดยส่วนใหญ่ใช้ปั้นยาลูกกลอน
2.โยเกิร์ต
เป็นสิ่งบริโภคที่ไม่พึงประสงค์สำหรับชนชาวเอเชีย เหตุเพราะโยเกิร์ตก็คือผลิตผลของนมวัว
ซึ่งคนเอเชียร้อยละ 50-80 แพ้โปรตีนในนม (ตัวเลขของเปอร์เซนต์แตกต่างกันตามงานวิจัย)
เรื่องนมวัวก่อให้เกิดภูมิแพ้มีงานวิจัยรองรับมาเนิ่นนานนับสิบๆชิ้นทั้งจากต่างประเทศ
และจากผู้รู้ในประเทศไทย อาทิเช่น ชมรมรณรงค์เพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เปิดเผยว่านมและผลิตภัณฑ์นมวัวทำให้เด็กไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้เป็นจำนวนมาก
การรณรงค์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วง 5 ปีหลัง เกิดการสัมฤทธิ์ผลขึ้นอีกมาก
หลังสุดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ศกนี้ หนังสือพิมพ์ข่าวสดลงข่าว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
โดยมีใจความว่า ให้คุณแม่ปริโภคนมวัวให้น้อยลง เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่ออาการภูมิแพ้ในเด็ก
อย่างไรก็ดี
การกินโยเกิร์ตก็ทำให้คนกินเกิดอาการระบายถ่ายท้อง นั่นเป็นของแน่
แต่หาใช่จะเป็นเรื่องดีแต่อย่างใดไม่ เพราะนั่นคือปฏิกิริยาภูมิแพ้ของผู้บริโภคคนนั้นต่อโปรตีนในนมวัวนั่นเอง
พูดง่ายๆว่า พอคนที่แพ้นมวัวกินโยเกิร์ตเข้าไป โปรตีนนมวัวก็ทำให้เยื่อบุลำไส้ของคนนั้นเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ขึ้นมา
เซลล์เยื่อบุจะเกิดภาวะบวมน้ำ แล้วปล่อยสารคัดหลั่งออกมาเป็นจำนวนมากด้วยความระคายเคือง
เกิดเป็นปริมาณน้ำจำนวนหนึ่งออกมาอยู่ในทางเดินลำไส้ แล้วก็ขับถ่ายเป็นน้ำเหลวๆออกไป
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ให้นึกถึงเยื่อบุตาของเรา เวลาโดนควันไฟ เราจะแสบตามาก
แล้วมีน้ำตาไหลพรากออกมา ลำไส้ของคนเราที่แพ้นมวัวหรือโยเกิร์ตก็เกิดการระคายเคืองแล้วหลั่งน้ำแห่งการระคายเคืองออกมานั่นเอง
เพียงแต่ว่าลำไส้ของเราไม่มีประสาทรับรู้อาการปวดแสบ เราจึงไม่รู้สึกรู้สา
ไม่เหมือนกับตาของเราเวลาถูกควันไฟ แต่ขอให้เจ้าตัวรับทราบว่า
โยเกิร์ตกำลังสร้างความระคายเคืองอย่างแรงกับลำไส้ของคุณ
ถ้าปล่อยให้ระคายเคืองซ้ำๆอยู่เช่นนั้นเรื่อยๆ
ในที่สุดภูมิต้านทานจะเพี้ยนไปทุกที คนที่ท้องผูกนั้นก็จะไต่ระดับอาการแพ้จากแค่ลำไส้ระคายเคือง
กลายเป็นลมพิษ ผื่นคัน ไปจนถึงหอบหืด หรือเกิดภูมิเพี้ยนกับเยื่อบุลำไส้กลายเป็นโรคลำไส้เรื้อรังได้อีกเยอะ
3.การกินสูตรนี้แล้วระบายท้อง
เป็นการบิดเบือนประเด็นปัญหาของคนท้องผูก เพราะแท้ที่จริงท้องผูกจะแก้ไขได้
ต้องกินอาหารเส้นใยให้มาก กินข้าวกล้อง กันผัก ผลไม้ ถ้าคนท้องผูกมาพึ่งพาการกินโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งมะนาวกันอย่างง่ายๆ
จึงเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด สุดท้ายลำไส้ของคนผู้นั้นอาจเกิดโรคอีกมากจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าตัว