-
การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ
- ยา เช่น
ยาแอสไพริน , ยาลดความดันบางกลุ่ม
โดยอาการของโรคหอบหืดคือ
ไอ หายใจมีเสียงวี้ด
ๆ มีอาการเหนื่อย โดยอาการดังกล่าวเกิดจากท่อลมภายในปอดเกิดการบวมเกร็งตัวแน่น
เหลือช่องให้อากาศผ่านน้อยทำให้หายใจลำบาก เมื่อเกิดอาการหอบหืดท่อลมเล็กที่สุด
(หลอดลม) จะหดเกร็ง ส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารเคมีอย่างฮิสตามีนที่ทำให้เกิดการอักเสบ
บวม และสร้างน้ำเมือกมากผิดปกติ ถึงแม้ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการเพียงเล็กน้อยและสามารถควบคุมอาการได้
แต่ถ้าเป็นรุนแรงอาจทำให้หายใจไม่ออกและถึงกับเสียชีวิตได้
การรักษา
โดยทั่วไปแพทย์จะใช้ยาพ่นขยายหลอดลม
กินยาระงับอาการ ถ้าเป็นมากอาจต้องฉีดยาให้อาการสงบลงในเบื้องต้นก่อน
การรักษาทางธรรมชาติบำบัด
หวังผลเพื่อฟื้นภูมิต้านทานของตัวเราเองให้แข็งแรงเพื่อลดความถี่ในการเกิดหอบหืดครั้งต่อไป
อีกทั้งหวังผลเพื่อลดความรุนแรง และถ้ามีอาการอีกควรต้องหายเร็วขึ้น
สิ่งที่ต้องทำคือ
1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้
ลองสังเกตดูว่าตัวคุณแพ้อะไร
ให้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้นระหว่างที่ร่างกายฟื้นภูมิต้านทานอยู่
พอร่างกายมีความสามารถที่จะทนต่อสิ่งที่แพ้ได้โดยไม่เกิดอาการนั่นคือภูมิต้านทานของคุณกลับมาทำงานได้ดีดังเดิมแล้ว
แต่ต้องระวังถึงอาการจะดีขึ้นก็ไม่ควรอยู่กับสิ่งที่เคยแพ้เป็นเวลานานๆ
2. ระวังการกิน
กินอาหารที่สะอาด
ปราศจากสารก่ออาการแพ้เช่นนม ผลิตภัณฑ์จากนม ผงชูรส
นอกจากนี้ในคนที่เป็นหอบหืดควรงดอาหารที่มีความมันเช่น
ของทอด ไขมันสูง กะทิ นม เนย เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดเมือกหรือเสมหะในระบบทางเดินหายใจได้
ถ้าเป็นไปได้ระยะแรก หมอแนะนำให้ล้างพิษ 10 วัน รักษาโรคหอบหืด
( รายละเอียดอยู่ในคู่มือล้างพิษ 10 วัน ตำรับบัลวี
ของสำนักพิมพ์รวมทรรศน์ )
3. สวนลำไส้เพื่อล้างพิษ
ในสมัยก่อนที่จะมียาพ่นรักษาโรคหอบ
การสวนกาแฟ เป็นวิธีการหนึ่งที่เคยใช้รักษาหอบหืด ในสมัยก่อน
ดังนั้นในคนที่เป็นหอบหืด เบื้องต้นหลังจากปรับอาหาร
ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้แล้ว การสวนกาแฟก็เป็นข้องบ่งชี้ทางธรรมชาติบำบัดที่สามารถทำได้
และควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ด้วย
4. ฝึกปราณ
เป็นการฝึกลมหายใจเพื่อเพิ่มสมรรถภาพปอดให้ขยายได้ดีขึ้น
อีกทั้งช่วยลดความถี่ในการเกิดหอบหืดได้เป็นอย่างดี
เช่น การฝึกโยคะ หรือชี่กง หรือถ้าเป็นวิธีการง่าย ๆ
คือการฝึกหายใจ
การฝึกหายใจ
- เริ่มโดย
นั่งในที่ที่สงบ ปราศจากเสียงดังรบกวน
- หลับตาเบา
ๆด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เอามือประสานกันที่ท้อง
- สูดลมหายใจเข้า
ช้าๆ ลึก ๆ เต็มปอด ท้องต้องป่องออก
- กลั้นลมหายใจชั่วครู่
นับ 123 ในใจ
- ปล่อยลมหายใจออกเบา
ๆ ทางปาก นับเป็น 1 ครั้ง
การฝึกหายใจต้องทำอย่างน้อย
30 ครั้งติดต่อกันจึงจะได้ผลดี ให้ทำได้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
จะพบว่า เหนื่อยน้อยลง หายใจโล่งขึ้น อาการหอบหืด ห่างขึ้นกว่าเดิม
5. พักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนแต่หัวค่ำไม่เกิน
3-4 ทุ่ม จะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานของเราฟื้นตัวได้ดี
6. วิตามินบำบัด
วิตามินซีชีวภาพ 4000 มก / วัน
แพนโทเทนิก แอซิด 300 มก/วัน
เบต้าแคโรทีน30-60 มก/วัน
ถ้าอาการยังไม่ดี
อาจต้องใช้การฝังเข็ม และให้วิตามินซีระดับสูงทางเส้น
ซึ่งต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา 02-6158822 ต่อ 105
เพียงเท่านี้
ถ้าคุณทำได้ ก็เท่ากับคุณเปิดโอกาสให้ภูมิต้านทานตัวเองฟื้นขึ้นมาเยียวยารักษาตัวคุณเองแล้ว
ถ้าสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเชิญฟังมหกรรมธรรมชาติบำบัด
เรื่องภูมิแพ้ภูมิเพี้ยน ได้ วันที่ 5 สิงหาคม 2550
สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 02-6158822 ค่ะ
Health tip
กดจุด หยุดหอบ
ถ้ามีคนใกล้ชิดเกิดอาการหอบ
หายใจมีเสียงวี๊ดๆ การประถมพยาบาลเบื้องต้นหากไม่มียาพ่นแก้หอบ
การกดจุดสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ในการแพทย์แผนจีน
จุดนี้เป็นจุดฝังเข็มที่ช่วยให้อาการหอบหายได้ โดยเปิดข้างหลัง
ใช้นิ้งโป้งกดจุดตามรูป บริเวณข้างกระดูกคอ ข้อที่ 7
กระดูกอก ข้อที่ 3 ,4 และ11 ตามรูป
กด ย้ำ
ๆ โดยใช้แรงพอประมาณ จุดละ 1 นาที สลับไล่ไปเรื่อย ๆ