บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
หอบหืด รักษาได้ด้วยธรรมชาติบำบัด

พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป

วันอาทิตย์ ที่ 5 สิงหาคม นี้ จะมีมหกรรมธรรมชาติบำบัด หัวข้อ "ภูมิแพ้ - ภูมิเพี้ยน ดูแลรักษาแบบธรรมชาติบำบัด" ในงานจะมีการบรรยายสุขภาพ เกี่ยวกับโรค ภูมิแพ้ ภูมิเพี้ยน คนที่เป็นภูมิแพ้ ไซนัส หวัด หอบหืดไม่ควรพลาดเลย

พูดถึงหอบหืด คงนึกถึงการพ่นยาตามมา บางรายอาจเป็นมากถึงขั้นต้องพ่นยาและกินยาสเตียรอยด์เป็นประจำ สิ่งที่ตามมาคือ ผลข้างเคียงของยาอย่างเลี่ยงไม่ได้ จน ดร.แอนดรูว์ ไวล์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางธรรมชาติบำบัดกล่าวว่า " ร่างกายเรามีความสามารถและ มีพลังที่จะสยบโรคให้สงบได้ การหลงใช้แต่ยากดภูมิต้านทาน จะตัดโอกาสของร่างกายที่จะเยียวยาตัวเองให้หายขาด " เพราะว่าถ้าเรากินแต่ยา แต่ไม่ดูแลตนเองให้ห่างจากสาเหตุมีแต่จะเพิ่มยาขึ้นเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตที่แย่ลง หดหู่ ท้อแท้ สิ้นเปลืองเงินทองในการรักษาตนเอง

ผู้ป่วยโรคหอบหืดนั้น ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 60-80 มักมีโรคภูมิแพ้แฝงอยู่ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดได้มากกว่าคนปกติถึงสามเท่า และ จากสถิติโดยทั่วไป ในครอบครัวที่มีบิดามารดาเป็นโรคหอบหืดทั้งคู่ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดประมาณร้อยละ 50 และถ้าบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคหอบหืดแล้ว ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ร้อยละ 25 โรคหอบหืด จึงเป็นอีกโรคหนึ่งที่มีโอกาสดีขึ้นได้โดยใช้ยาน้อยลง แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุของหอบหืดเกิดจากอะไร ซึ่งโดยทั่วไปมีหลายสาเหตุได้แก่

- สารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น , ไรฝุ่น , ขนสัตว์ , ละอองเกสร
- สารระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ , มลพิษในอากาศ , กลิ่น , ควัน
- อาหาร เช่น อาหารทะเล , ถั่ว , ไข่ , นม , ปลา , สารผสมในอาหาร
- การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ความเครียด , ความโกรธ , ความกลัว , ความดีใจ
- การเปลี่ยนแปลงของอากาศ
- การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ
- ยา เช่น ยาแอสไพริน , ยาลดความดันบางกลุ่ม

โดยอาการของโรคหอบหืดคือ
ไอ หายใจมีเสียงวี้ด ๆ มีอาการเหนื่อย โดยอาการดังกล่าวเกิดจากท่อลมภายในปอดเกิดการบวมเกร็งตัวแน่น เหลือช่องให้อากาศผ่านน้อยทำให้หายใจลำบาก เมื่อเกิดอาการหอบหืดท่อลมเล็กที่สุด (หลอดลม) จะหดเกร็ง ส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารเคมีอย่างฮิสตามีนที่ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และสร้างน้ำเมือกมากผิดปกติ ถึงแม้ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการเพียงเล็กน้อยและสามารถควบคุมอาการได้ แต่ถ้าเป็นรุนแรงอาจทำให้หายใจไม่ออกและถึงกับเสียชีวิตได้

การรักษา
โดยทั่วไปแพทย์จะใช้ยาพ่นขยายหลอดลม กินยาระงับอาการ ถ้าเป็นมากอาจต้องฉีดยาให้อาการสงบลงในเบื้องต้นก่อน

การรักษาทางธรรมชาติบำบัด
หวังผลเพื่อฟื้นภูมิต้านทานของตัวเราเองให้แข็งแรงเพื่อลดความถี่ในการเกิดหอบหืดครั้งต่อไป อีกทั้งหวังผลเพื่อลดความรุนแรง และถ้ามีอาการอีกควรต้องหายเร็วขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือ

1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้
ลองสังเกตดูว่าตัวคุณแพ้อะไร ให้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้นระหว่างที่ร่างกายฟื้นภูมิต้านทานอยู่ พอร่างกายมีความสามารถที่จะทนต่อสิ่งที่แพ้ได้โดยไม่เกิดอาการนั่นคือภูมิต้านทานของคุณกลับมาทำงานได้ดีดังเดิมแล้ว แต่ต้องระวังถึงอาการจะดีขึ้นก็ไม่ควรอยู่กับสิ่งที่เคยแพ้เป็นเวลานานๆ

2. ระวังการกิน
กินอาหารที่สะอาด ปราศจากสารก่ออาการแพ้เช่นนม ผลิตภัณฑ์จากนม ผงชูรส นอกจากนี้ในคนที่เป็นหอบหืดควรงดอาหารที่มีความมันเช่น ของทอด ไขมันสูง กะทิ นม เนย เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดเมือกหรือเสมหะในระบบทางเดินหายใจได้ ถ้าเป็นไปได้ระยะแรก หมอแนะนำให้ล้างพิษ 10 วัน รักษาโรคหอบหืด ( รายละเอียดอยู่ในคู่มือล้างพิษ 10 วัน ตำรับบัลวี ของสำนักพิมพ์รวมทรรศน์ )

3. สวนลำไส้เพื่อล้างพิษ
ในสมัยก่อนที่จะมียาพ่นรักษาโรคหอบ การสวนกาแฟ เป็นวิธีการหนึ่งที่เคยใช้รักษาหอบหืด ในสมัยก่อน ดังนั้นในคนที่เป็นหอบหืด เบื้องต้นหลังจากปรับอาหาร ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้แล้ว การสวนกาแฟก็เป็นข้องบ่งชี้ทางธรรมชาติบำบัดที่สามารถทำได้ และควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ด้วย

4. ฝึกปราณ
เป็นการฝึกลมหายใจเพื่อเพิ่มสมรรถภาพปอดให้ขยายได้ดีขึ้น อีกทั้งช่วยลดความถี่ในการเกิดหอบหืดได้เป็นอย่างดี เช่น การฝึกโยคะ หรือชี่กง หรือถ้าเป็นวิธีการง่าย ๆ คือการฝึกหายใจ

การฝึกหายใจ
- เริ่มโดย นั่งในที่ที่สงบ ปราศจากเสียงดังรบกวน
- หลับตาเบา ๆด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เอามือประสานกันที่ท้อง
- สูดลมหายใจเข้า ช้าๆ ลึก ๆ เต็มปอด ท้องต้องป่องออก
- กลั้นลมหายใจชั่วครู่ นับ 123 ในใจ
- ปล่อยลมหายใจออกเบา ๆ ทางปาก นับเป็น 1 ครั้ง

การฝึกหายใจต้องทำอย่างน้อย 30 ครั้งติดต่อกันจึงจะได้ผลดี ให้ทำได้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส จะพบว่า เหนื่อยน้อยลง หายใจโล่งขึ้น อาการหอบหืด ห่างขึ้นกว่าเดิม

5. พักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนแต่หัวค่ำไม่เกิน 3-4 ทุ่ม จะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานของเราฟื้นตัวได้ดี

6. วิตามินบำบัด
วิตามินซีชีวภาพ 4000 มก / วัน
แพนโทเทนิก แอซิด 300 มก/วัน
เบต้าแคโรทีน30-60 มก/วัน
ถ้าอาการยังไม่ดี อาจต้องใช้การฝังเข็ม และให้วิตามินซีระดับสูงทางเส้น ซึ่งต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา 02-6158822 ต่อ 105

เพียงเท่านี้ ถ้าคุณทำได้ ก็เท่ากับคุณเปิดโอกาสให้ภูมิต้านทานตัวเองฟื้นขึ้นมาเยียวยารักษาตัวคุณเองแล้ว ถ้าสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเชิญฟังมหกรรมธรรมชาติบำบัด เรื่องภูมิแพ้ภูมิเพี้ยน ได้ วันที่ 5 สิงหาคม 2550 สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 02-6158822 ค่ะ

Health tip
กดจุด หยุดหอบ
ถ้ามีคนใกล้ชิดเกิดอาการหอบ หายใจมีเสียงวี๊ดๆ การประถมพยาบาลเบื้องต้นหากไม่มียาพ่นแก้หอบ การกดจุดสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ในการแพทย์แผนจีน จุดนี้เป็นจุดฝังเข็มที่ช่วยให้อาการหอบหายได้ โดยเปิดข้างหลัง ใช้นิ้งโป้งกดจุดตามรูป บริเวณข้างกระดูกคอ ข้อที่ 7 กระดูกอก ข้อที่ 3 ,4 และ11 ตามรูป


กด ย้ำ ๆ โดยใช้แรงพอประมาณ จุดละ 1 นาที สลับไล่ไปเรื่อย ๆ