บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
Hyperthermia กับเคมีและรังสีบำบัด

บทความจากมติชน
นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล


การรักษาด้วยความร้อนระดับสูงมีใช้กันมากแต่เดิมทีในเยอรมนี มาจนถึงปัจจุบันสหรัฐอเมริกาก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการร่วมรักษามะเร็งด้วยความร้อนระดับสูงกับรังสีหรือเคมีบำบัด

Hyperthermia กับรังสีบำบัด

ที่เยอรมนีเมื่อปีค.ศ.2006 นี้เอง มีงานวิจัยของDr. James Bicher ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ด้านรักษามะเร็ง (German Journal of Oncology 2006, 38: 116-122) ศึกษาการรักษามะเร็งเต้านม มะเร็งศีรษะและลำคอ กับมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่ใช้การผสมผสานระหว่างรังสีบำบัดกับความร้อนระดับสูง

เป็นที่รู้กันว่า การฉายรังสีด้วยโด๊สสูงๆมักมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยทั้งเฉพาะที่และทั่วร่างกาย ตั้งแต่การไหม้เกรียมของผิวหนัง อาการของเยื่อเมือกในช่องปาก หรือลำไส้ใหญ่ที่ถูกทำร้ายจากรังสีไปด้วย อีกทั้งการกดไขกระดูก และภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากผลของรังสีที่จะติดตามมา

แนวคิดจึงมีอยู่ว่า ถ้าสามารถมีการร่วมรักษาอย่างหนึ่งอย่างใดที่ช่วยให้ผู้ป่วยรับโด๊สของรังสีลดลงแต่ให้เกิดผลดีกับการรักษาพอๆกันกับการใช้โด๊สสูงๆตามแบบฉบับ ผลดีย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย คำตอบในเรื่องนี้คือการใช้ความร้อนระดับสูงมาร่วมรักษานั่นเอง ในช่วงระยะเวลา 10 ปีให้หลังนี้ การร่วมรักษาแบบนี้เป็นที่แพร่หลายในเยอรมนีมาก และงานวิจัยชิ้นนี้ก็แสดงผลดีให้เราเห็นดังนี้คือ

แพทย์ผู้รักษาใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะต้น จาก Stage 1-3 เป็นมะเร็งเต้านมจำนวน 40 คน มะเร็งศีรษะและลำคอจำนวน 17 คน และมะเร็งต่อมลูกหมาก 15 คน กระบวนการรักษาของเขาก็คือค่อยๆลดโด๊สของรังสีที่ให้กับผู้ป่วยจาก 180-100 cGy หรือประมาณ 15-25% ของการรักษาปกติ ขณะเดียวกันก็ทดแทนด้วยการให้ความร้อนระดับสูงแก่ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว

ผลของการรักษาสามารถเกิดผลในการยุบก้อนได้หมดที่เรียกว่า complete respond ในอัตราดังนี้คือ

-มะเร็งเต้านม 82%
-มะเร็งศีรษะและลำคอ 88%
-มะเร็งต่อมลูกหมาก 93%

และเมื่อติดตามอัตราการอยู่รอดเกิน 5 ปีในกลุ่มผู้ป่วยทั้งหมดที่ได้รับการรักษาก็พบว่า

-มะเร็งเต้านมที่รักษาแบบนี้อยู่รอดเกิน 5 ปี 80%
-มะเร็งศีรษะและลำคอ 88%
-มะเร็งต่อมลูกหมาก 87%

ทั้งนี้เมื่อประเมินด้านผลข้างเคียงของการรักษาก็พบว่า วิธีนี้มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยกว่าการฉายรังสีอย่างเดียวอย่างชัดเจน ผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงระดับ 4 ตาม Common Toxicity Criteria นั้นไม่มีเลย

Hyperthermia กับเคมีบำบัด

กล่าวสำหรับการร่วมรักษากับเคมีบำบัดบ้างล่ะ

การวิจัยพบว่า ถ้าใช้ความร้อนระดับสูงสามารถขยายผลของเคมีบำบัดให้เกิดผลกับก้อนมะเร็ง หรืออีกนัยหนึ่งความร้อนระดับสูงสามารถเกิดผลการรักษามะเร็งได้โดยใช้ปริมาณยาเคมีบำบัดที่ลดโด๊สลง ทั้งนี้โดยสรุปผลร่วมรักษากับเคมีชนิดต่างๆได้ผลดังนี้คือ:

การใช้ความร้อนระดับสูงเกิดผลส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Synergistic And Supra-Additive Effects) กับยา Bleamycin, BCNU, Cisplatin, Cyclophosphamide, Melphalan, Mitoxantrone, Mitomycin C, Thiotepa, Misonidazole และ 5-Thi-D-Glucose

Vinca Alkaloids และ Metrotexate เกิดผลโดย เพิ่มประสิทธิผลการรักษาในบางระดับ

AMSA และ Ara-C เพิ่มประสิทธิผลได้โดยการใช้ความร้อนระดับสูงๆขึ้นไป

Doxorubicin และ Dactinomycin เพิ่มประสิทธิผลถ้าใช้ความร้อนตามเข้าไป

ยาบางชนิดซึ่งโดยปกติไม่มีผลฆ่าเซลล์มะเร็งที่อุณหภูมิปกติ แต่เมื่อให้ความร้อนร่วมรักษาจะส่งผลฆ่าเซลล์มะเร็งได้ เช่น Alcohol, Amphotericin B, Cysteine, Cysteamine และ AET

ส่วนยาที่ไม่แสดงบทบาทร่วมรักษากับความร้อน คือกลุ่ม 5FU, Metrotexate และ Taxanes

การที่ความร้อนระดับสูงเกิดผลส่งเสริมเคมีบำบัดในการรักษามะเร็งเกิดจากกลไกอันสลับซับซ้อน เช่น ความร้อนไปเปลี่ยนกระบวนการหมุนเวียนยาในร่างกาย (เภสัชจลนวิทยา) เช่น ช่วยให้ยาละลายได้ดีขึ้น ในยากลุ่ม Nitrosureas และ Alkylating Agents ไปเปลี่ยนภาวะจับตัวกันระหว่างโปรตีนกับยาในกลุ่ม Cysplatin และกระตุ้นกระบวนการทางเอนไซม์ในกลุ่ม Anthracyclines

นอกจากนี้แล้วสารรักษามะเร็งตัวใหม่ๆเช่น Interferon, TNF และ Lonidamine ก็ล้วนได้รับการเสริมฤทธิ์รักษามะเร็งให้สูงขึ้นโดยการใช้ความร้อนระดับสูง

การวิจัยยังพบว่า การให้ความร้อนช่วยส่งเสริมเคมีในการฆ่าเซลล์มะเร็งโดยไม่ได้เพิ่มฤทธิ์การกดไขกระดูก ทั้งในบางกรณียังเปลี่ยนสภาพของมะเร็งที่ดื้อต่อเคมีแล้ว ให้กลับมาตอบสนองต่อเคมีได้ดีขึ้นอีกด้วย

ความก้าวหน้าใหม่ในการรักษามะเร็งด้วยการใช้ Monoclonal Antibody กล่าวคือการหาความจำเพาะของโปรตีนบางตัวที่แสดงอยู่บนเซลล์มะเร็ง เสร็จแล้วนำเอายาเคมีบำบัดติดเข้าไว้กับแอนติบอดีต่อโปรตีนตัวนั้น ส่งเข้าไปกำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยตรง งานวิจัยเรื่องความร้อนระดับสูงพบว่า การให้ความร้อนเช่นนี้ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดโปรตีนเฉพาะบางตัวที่แสดงตัวขึ้นบนผิวหน้าของตัวเซลล์ ผลก็คือ วิธีการนี้ช่วยให้ Monoclonal Antibody สามารถเข้าสู่เซลล์มะเร็งโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

Hyperthermia รักษาปวด

การรักษามะเร็งไม่ใช่เพียงต้องการยุบก้อนอย่างเดียว แต่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยก็เป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาใหญ่ของผู้ป่วยมะเร็งคืออาการปวด คำว่า "ปวดมะเร็ง(Cancer pain)" เป็นคำที่น่ากลัวมาก เป็นความปวดที่ทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ชนิดที่ผู้ป่วยบางคนใช้คำว่า "เห็นนรกอยู่เบื้องหน้า"

ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยมะเร็งลดความปวด จึงเป็นความประสงค์อีกอย่างหนึ่งของแพทย์ที่รักษามะเร็ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักสั่งยาแก้ปวดชนิดที่ผสมมอร์ฟีน มีทั้งชนิดกิน ชนิดแผ่นแปะ แต่ผลข้างเคียงของยาเหล่านี้ก็คือ อาการง่วงซึม ผู้ป่วยจะหลับไหล คุ้มครองสติตัวเองไม่ค่อยจะได้ และทำให้นอนข้ามวันข้ามมื้อ พลอยไม่ได้กินอาหารไปตลอดทั้งวัน ครั้นจะลุกขึ้นมากินอาหารก็จะคลื่นไส้ อาเจียนเพราะฤทธิ์ยา

เรื่องรักษาปวดนี้ การแพทย์แผนธรรมชาติกลับมีคำตอบหลายวิธี

หนึ่งคือ การฝังเข็ม ซึ่งถือเป็นข้อดี 1ใน 5ประการที่ WHO รับรองประสิทธิผลของการฝังเข็ม

สองคือ การโปรแกรมจิตใต้สำนึก ซึ่งถ้าเตรียมตัวผู้ป่วยดีๆแล้ว ช่วยได้ทั้งก่อนการให้รังสีหรือเคมีให้ผู้ป่วยรับต่อการรักษาดังกล่าวได้ โดยผลข้างเคียงน้อยที่สุด เรายังอาจใช้การโปรแกรมจิตมารักษาปวดมะเร็งได้อีกทางหนึ่งด้วย

สามคือ การสวดมนต์ ฟังเสียงสวดมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการทำจิตให้สงบ ลดอาการปวดได้

สี่คือ วิธีให้ความร้อนระดับสูงที่กำลังกล่าวถึงนี่เอง วิธีนี้นิยมกันมากในเยอรมนีแม้สำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะ 4 ที่ทรมานจากความเจ็บปวด เมื่อให้ความร้อนระดับสูงก็ทำให้ผู้ป่วยสงบลง และมีเรี่ยวแรงสำหรับดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพต่อไป


หนังสือแนะนำ
- มะเร็งพ่าย
- 200 จานต้านมะเร็ง
- มะเร็งรักษาด้วยตนเอง