Hyperthermia กับรังสีบำบัด
ที่เยอรมนีเมื่อปีค.ศ.2006
นี้เอง มีงานวิจัยของDr. James Bicher ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ด้านรักษามะเร็ง
(German Journal of Oncology 2006, 38: 116-122) ศึกษาการรักษามะเร็งเต้านม
มะเร็งศีรษะและลำคอ กับมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่ใช้การผสมผสานระหว่างรังสีบำบัดกับความร้อนระดับสูง
เป็นที่รู้กันว่า
การฉายรังสีด้วยโด๊สสูงๆมักมีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยทั้งเฉพาะที่และทั่วร่างกาย
ตั้งแต่การไหม้เกรียมของผิวหนัง อาการของเยื่อเมือกในช่องปาก
หรือลำไส้ใหญ่ที่ถูกทำร้ายจากรังสีไปด้วย อีกทั้งการกดไขกระดูก
และภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากผลของรังสีที่จะติดตามมา
แนวคิดจึงมีอยู่ว่า
ถ้าสามารถมีการร่วมรักษาอย่างหนึ่งอย่างใดที่ช่วยให้ผู้ป่วยรับโด๊สของรังสีลดลงแต่ให้เกิดผลดีกับการรักษาพอๆกันกับการใช้โด๊สสูงๆตามแบบฉบับ
ผลดีย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย คำตอบในเรื่องนี้คือการใช้ความร้อนระดับสูงมาร่วมรักษานั่นเอง
ในช่วงระยะเวลา 10 ปีให้หลังนี้ การร่วมรักษาแบบนี้เป็นที่แพร่หลายในเยอรมนีมาก
และงานวิจัยชิ้นนี้ก็แสดงผลดีให้เราเห็นดังนี้คือ
แพทย์ผู้รักษาใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะต้น
จาก Stage 1-3 เป็นมะเร็งเต้านมจำนวน 40 คน มะเร็งศีรษะและลำคอจำนวน
17 คน และมะเร็งต่อมลูกหมาก 15 คน กระบวนการรักษาของเขาก็คือค่อยๆลดโด๊สของรังสีที่ให้กับผู้ป่วยจาก
180-100 cGy หรือประมาณ 15-25% ของการรักษาปกติ ขณะเดียวกันก็ทดแทนด้วยการให้ความร้อนระดับสูงแก่ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว
ผลของการรักษาสามารถเกิดผลในการยุบก้อนได้หมดที่เรียกว่า
complete respond ในอัตราดังนี้คือ
-มะเร็งเต้านม
82%
-มะเร็งศีรษะและลำคอ
88%
-มะเร็งต่อมลูกหมาก
93%
และเมื่อติดตามอัตราการอยู่รอดเกิน
5 ปีในกลุ่มผู้ป่วยทั้งหมดที่ได้รับการรักษาก็พบว่า
-มะเร็งเต้านมที่รักษาแบบนี้อยู่รอดเกิน
5 ปี 80%
-มะเร็งศีรษะและลำคอ
88%
-มะเร็งต่อมลูกหมาก
87%
ทั้งนี้เมื่อประเมินด้านผลข้างเคียงของการรักษาก็พบว่า
วิธีนี้มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยกว่าการฉายรังสีอย่างเดียวอย่างชัดเจน
ผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงระดับ 4 ตาม Common Toxicity Criteria
นั้นไม่มีเลย
Hyperthermia กับเคมีบำบัด
กล่าวสำหรับการร่วมรักษากับเคมีบำบัดบ้างล่ะ
การวิจัยพบว่า
ถ้าใช้ความร้อนระดับสูงสามารถขยายผลของเคมีบำบัดให้เกิดผลกับก้อนมะเร็ง
หรืออีกนัยหนึ่งความร้อนระดับสูงสามารถเกิดผลการรักษามะเร็งได้โดยใช้ปริมาณยาเคมีบำบัดที่ลดโด๊สลง
ทั้งนี้โดยสรุปผลร่วมรักษากับเคมีชนิดต่างๆได้ผลดังนี้คือ:
การใช้ความร้อนระดับสูงเกิดผลส่งเสริมซึ่งกันและกัน
(Synergistic And Supra-Additive Effects) กับยา Bleamycin,
BCNU, Cisplatin, Cyclophosphamide, Melphalan, Mitoxantrone,
Mitomycin C, Thiotepa, Misonidazole และ 5-Thi-D-Glucose
Vinca Alkaloids
และ Metrotexate เกิดผลโดย เพิ่มประสิทธิผลการรักษาในบางระดับ
AMSA และ
Ara-C เพิ่มประสิทธิผลได้โดยการใช้ความร้อนระดับสูงๆขึ้นไป
Doxorubicin
และ Dactinomycin เพิ่มประสิทธิผลถ้าใช้ความร้อนตามเข้าไป
ยาบางชนิดซึ่งโดยปกติไม่มีผลฆ่าเซลล์มะเร็งที่อุณหภูมิปกติ
แต่เมื่อให้ความร้อนร่วมรักษาจะส่งผลฆ่าเซลล์มะเร็งได้
เช่น Alcohol, Amphotericin B, Cysteine, Cysteamine และ
AET
ส่วนยาที่ไม่แสดงบทบาทร่วมรักษากับความร้อน
คือกลุ่ม 5FU, Metrotexate และ Taxanes
การที่ความร้อนระดับสูงเกิดผลส่งเสริมเคมีบำบัดในการรักษามะเร็งเกิดจากกลไกอันสลับซับซ้อน
เช่น ความร้อนไปเปลี่ยนกระบวนการหมุนเวียนยาในร่างกาย
(เภสัชจลนวิทยา) เช่น ช่วยให้ยาละลายได้ดีขึ้น ในยากลุ่ม
Nitrosureas และ Alkylating Agents ไปเปลี่ยนภาวะจับตัวกันระหว่างโปรตีนกับยาในกลุ่ม
Cysplatin และกระตุ้นกระบวนการทางเอนไซม์ในกลุ่ม Anthracyclines
นอกจากนี้แล้วสารรักษามะเร็งตัวใหม่ๆเช่น
Interferon, TNF และ Lonidamine ก็ล้วนได้รับการเสริมฤทธิ์รักษามะเร็งให้สูงขึ้นโดยการใช้ความร้อนระดับสูง
การวิจัยยังพบว่า
การให้ความร้อนช่วยส่งเสริมเคมีในการฆ่าเซลล์มะเร็งโดยไม่ได้เพิ่มฤทธิ์การกดไขกระดูก
ทั้งในบางกรณียังเปลี่ยนสภาพของมะเร็งที่ดื้อต่อเคมีแล้ว
ให้กลับมาตอบสนองต่อเคมีได้ดีขึ้นอีกด้วย
ความก้าวหน้าใหม่ในการรักษามะเร็งด้วยการใช้
Monoclonal Antibody กล่าวคือการหาความจำเพาะของโปรตีนบางตัวที่แสดงอยู่บนเซลล์มะเร็ง
เสร็จแล้วนำเอายาเคมีบำบัดติดเข้าไว้กับแอนติบอดีต่อโปรตีนตัวนั้น
ส่งเข้าไปกำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยตรง งานวิจัยเรื่องความร้อนระดับสูงพบว่า
การให้ความร้อนเช่นนี้ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดโปรตีนเฉพาะบางตัวที่แสดงตัวขึ้นบนผิวหน้าของตัวเซลล์
ผลก็คือ วิธีการนี้ช่วยให้ Monoclonal Antibody สามารถเข้าสู่เซลล์มะเร็งโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
Hyperthermia รักษาปวด
การรักษามะเร็งไม่ใช่เพียงต้องการยุบก้อนอย่างเดียว
แต่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยก็เป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาใหญ่ของผู้ป่วยมะเร็งคืออาการปวด
คำว่า "ปวดมะเร็ง(Cancer pain)" เป็นคำที่น่ากลัวมาก เป็นความปวดที่ทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง
ชนิดที่ผู้ป่วยบางคนใช้คำว่า "เห็นนรกอยู่เบื้องหน้า"
ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยมะเร็งลดความปวด
จึงเป็นความประสงค์อีกอย่างหนึ่งของแพทย์ที่รักษามะเร็ง
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักสั่งยาแก้ปวดชนิดที่ผสมมอร์ฟีน
มีทั้งชนิดกิน ชนิดแผ่นแปะ แต่ผลข้างเคียงของยาเหล่านี้ก็คือ
อาการง่วงซึม ผู้ป่วยจะหลับไหล คุ้มครองสติตัวเองไม่ค่อยจะได้
และทำให้นอนข้ามวันข้ามมื้อ พลอยไม่ได้กินอาหารไปตลอดทั้งวัน
ครั้นจะลุกขึ้นมากินอาหารก็จะคลื่นไส้ อาเจียนเพราะฤทธิ์ยา
เรื่องรักษาปวดนี้
การแพทย์แผนธรรมชาติกลับมีคำตอบหลายวิธี
หนึ่งคือ
การฝังเข็ม ซึ่งถือเป็นข้อดี 1ใน 5ประการที่ WHO รับรองประสิทธิผลของการฝังเข็ม
สองคือ
การโปรแกรมจิตใต้สำนึก ซึ่งถ้าเตรียมตัวผู้ป่วยดีๆแล้ว
ช่วยได้ทั้งก่อนการให้รังสีหรือเคมีให้ผู้ป่วยรับต่อการรักษาดังกล่าวได้
โดยผลข้างเคียงน้อยที่สุด เรายังอาจใช้การโปรแกรมจิตมารักษาปวดมะเร็งได้อีกทางหนึ่งด้วย
สามคือ
การสวดมนต์ ฟังเสียงสวดมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการทำจิตให้สงบ
ลดอาการปวดได้
สี่คือ
วิธีให้ความร้อนระดับสูงที่กำลังกล่าวถึงนี่เอง วิธีนี้นิยมกันมากในเยอรมนีแม้สำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะ
4 ที่ทรมานจากความเจ็บปวด เมื่อให้ความร้อนระดับสูงก็ทำให้ผู้ป่วยสงบลง
และมีเรี่ยวแรงสำหรับดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพต่อไป
หนังสือแนะนำ |
-
มะเร็งพ่าย |
-
200 จานต้านมะเร็ง |
-
มะเร็งรักษาด้วยตนเอง |
| |
|
|
|
|