เพื่อให้เรื่องมันง่ายเข้า
ผมขอแบ่งเกณฑ์การเลือกน้ำมันประกอบอาหารออกเป็น 6 ขั้น
เปรียบเสมือนลูกศิษย์วัดเส้าหลินจะลงจากวัดออกไปท่องยุทธภพจะต้องฝ่าด่าน
18 อรหันต์ทองคำให้ได้ก่อนอย่างไงอย่างงั้น ว้าว ! ด่านอรหันต์สำหรับน้ำมันประกอบอาหารมี
6 ด่านที่ต้องฝ่าดังนี้คือ
ด่านอรหันต์ที่
1 : "Cholesterol"
น้ำมันที่จะผ่านด่านนี้ไปได้
ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าจะต้องไม่มี Cholesterol แล้วน้ำมันอะไรเล่าที่ไม่มี
Cholesterol ? คำตอบก็คือน้ำมันพืช ส่วนเหตุผลนั้นค่อนข้างจะกำปั้นทุบดินหน่อยก็คือ
ก็เพราะพืชไม่มี Cholesterol เลยยังไงเล่า ทั้งนี้พึงทราบเอาไว้ว่า
Cholesterol เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์สารในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์เท่านั้น
ดังนั้น น้ำมันจากสัตว์เช่นน้ำมันหมูจึงมีปริมาณ Cholesterol
ที่สูง น้ำมันหมูจึงไม่สามารถผ่านด่านแรกของการคัดเลือกน้ำมันไปได้
เพราะ Cholesterol ที่มีปริมาณมากนี้ จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้
ด่านอรหันต์ที่
2 : "Triglyceride"
หลายคนเวลาไปเดินเลือกซื้อน้ำมัน
ก็จะคอยสังเกตแต่ว่า น้ำมันนั้นไม่มี Cholesterol หรือเปล่า
พอดีไปหยิบได้น้ำมันมะพร้าว กับน้ำมันปาล์ม เห็นเขียนเน้นข้างขวดเอาไว้ว่า
"ไม่มี Cholesterol" แถมถูกดีด้วย ก็ดีใจ รีบซื้อมาใช้
ปรากฏว่ากินไปกินมา ตรวจเลือดเจอภาวะไขมันในเลือดสูงซะงั้น
สาเหตุก็เพราะ
น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวเป็นพืช จึงไม่มี Cholesterol
อยู่วันยังค่ำ จึงผ่านด่านอรหันต์ที่ 1 มาได้ แต่ก็อย่าลืมว่าในน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวก็ยังมี
Triglyceride ในปริมาณมากอยู่ ซึ่ง Triglyceride ในน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มนี่แหละที่จะทำให้ไขมันในเลือดขึ้นสูงได้
ไม่ผ่านด่านอรหันต์ที่ 2 ของเรา จึงไม่จัดเป็นน้ำมันที่ปลอดภัยต่อสุขภาพครับ
ด่านอรหันต์ที่
3 : "Saturated fat"
ตอนนี้เท่ากับว่า
กว่าที่เราจะฝ่าเข้ามาถึงด่านอรหันต์ด่านนี้ได้ ก็มีน้ำมันที่ตกรอบไปแล้ว
3 ชนิดคือ น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ที่เหลือเข้ารอบมาก็คือน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ
ที่ไม่ใช่น้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันปาล์มและพวกน้ำมันปลา
ทีนี้น้ำมันแต่ละชนิดที่เหลือต่างกันตรงไหน
เพราะอย่างที่บอกว่า Triglyceride นั้นเปรียบเสมือน 3
ง่าม ที่น้ำมันทุกๆ ชนิดมีเหมือนกันหมด ที่จะต่างกันออกไปก็คือตัวกรดไขมัน
3 ตัวที่จะมาเกาะอยู่ที่ปลายของสามง่ามนั่นเอง
จากกระบวนการดังกล่าว
พบว่าสามารถขจัดกลิ่นหืนของน้ำมันที่มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวมากไปได้โดยสิ้นเชิง
จึงนิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรม มาการีน เนยเทียม เนยถั่วหลายชนิด
โดยเฉพาะที่ใช้กับอาหารกึ่งสำเร็จรูปเกือบทั้งหมด เพราะทำให้เก็บไว้ได้นานไม่หืน
คนผลิตชอบใช้คนไทยชอบซื้อ
แต่ที่เราลืมไปอย่างสนิทใจก็คือ
การที่กลิ่นหืนหายไปนั้น ก็เพราะไขมันทั้งหมดที่เคยเป็นไขมันไม่อิ่มตัว
ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นกรดไขมันอิ่มตัวหมดแล้วนั่นเอง ซึ่งก็ไม่แตกต่างอะไรกับการกินน้ำมันหมู
น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว ดังนั้น Hydrogenated oil
หรือ Trans fat จึงจัดเป็นน้ำมันหรือไขมันที่อันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
และที่สำคัญ มักหลอกให้คนเข้าใจว่าวัตถุดิบทำจากน้ำมันพืชจึงปลอดภัยเสียด้วย
จึงกินกันอย่างไม่ระวัง
ผ่านมาได้
4 ด่านแล้ว แต่ยัง... ยังมีด่านสำคัญที่เหล่าไขมันเพื่อสุขภาพจะต้องผ่านให้ได้อยู่อีก
แต่เนื้อที่สำหรับวันนี้หมดลงเสียก่อน เอาเป็นว่า เราจะมาต่อกันอีกทีในตอนหน้าก็แล้วกันนะครับ
หนังสือแนะนำ |
-
30 วัน ไขมันลด |
-
กินอยู่อย่างไรในสังคมปนเปื้อน |
-
น้ำมันปลาลดไขมัน |
| |
|
|
|
|