บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
ลำไส้รั่วซึม –ที่มาของภูมิแพ้ซ้ำซาก


นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

ลูกชายเป็นภูมิแพ้ จะแสดงออกกับระบบทางเดินอาหารค่ะ คือ เมื่อทานอาหารที่แพ้เข้าไป เขาจะท้องเสีย ถ่ายบ่อย แรงสุด คือมีเลือดสดๆ ปนออกมา ไม่ได้เป็นตั้งแต่แรกเกิด เพิ่งจะมีอาการตอนอายุได้ประมาณ 9 เดือนค่ะ ตอนตั้งครรภ์คุณแม่ทานนมวันละ 1-1.5 ลิตร

ปัจจุบันน้องอายุได้ 1 ขวบ 9 เดือน ทาน(ชื่อนมสังเคราะห์)วันละ 3x8oz ทานข้าวต้ม+เนื้อสัตว์+ผัก วันละ 3 มื้อค่ะ น้ำหนัก 15 ก.ก. สูงเกือบ 90cm อาหารที่ทดลองแล้วว่าแพ้ คือ นมวัว นมถั่ว กล้วย แครอต ปวยเล้ง(เมื่อก่อนกินได้ แต่ตอนนี้ทานแล้วถ่ายบ่อยมากค่ะ)

อาหารที่ทานทดลองแล้วทานได้ คือ เนื้อหมู ไก่ ปลาน้ำจืด ฟักทอง ผักกาด บร็อกโคลี บวบ สัปดาห์นี้คุณหมอที่รักษาให้เริ่มทดลอง(ชื่อนมสังเคราะห์)อีกชนิดหนึ่ง หลังจากทดลองครั้งล่าสุดเมื่อธันวาคมปีที่ผ่านมาค่ะ ผลของ 3 วันคือ ถ่ายปกติ วันเว้นวัน แต่ท้ายสุดของทุกครั้งจะมีกลิ่นเหม็นคาวคล้ายเมื่อตอนแพ้ และลองสังเกตดูหลังทานนมจะมีปื้นแดงขึ้นนิดหน่อย (ไม่แน่ใจเรื่องปื้นค่ะ เกรงจะวิตกจริตไปเอง เพราะน้องเป็นคนขาว นิดหน่อยก็จะมีปื้นแดงขึ้น ช่วงนี้ร้อนๆ เขาอาจจะมีเกาน่ะค่ะ)

อยากเรียนปรึกษาคุณหมอว่าอาการแบบนี้รักษาด้วยธรรมชาติบำบัดได้ไหมคะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ คุณแม่กังวลว่าน้องจะไม่หายขาดค่ะ เขาว่ากันว่าโอกาสหายขาดก็มี แต่บางรายก็แพ้ลดลง สุขภาพอย่างอื่นน้องปกติดีค่ะ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
คุณแม่เด็กดื้อ

คุณแม่เด็กดื้อถามเข้ามาในเว็บไซต์ ขอยกมาให้อ่านในมติชนสุดสัปดาห์เพราะเห็นว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของภาวะแพ้นมวัวที่พบมากขึ้นทุกทีในบ้านเรา ปัจจุบันมีการพิสูจน์มากขึ้นว่า คุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ที่ดื่มนมวัว มีโอกาสที่จะทำให้เด็กในครรภ์เป็นภูมิแพ้ได้ และเด็กบางคนเกิดมาอาจไม่ทันแสดงอาการภูมิแพ้ เมื่อคลอดมาแล้วดื่มนมวัวซ้ำๆไปอีกหลายๆเดือน ค่อยมาพบว่าแพ้ทีหลังอย่างกรณีของ "น้องเด็กดื้อ" คนนี้

และเป็นเรื่องที่น่าสงสารมาก เมื่อแพ้นมวัวจนเกิดอาการท้องเสียถึงขนาดถ่ายปนเลือด แสดงว่าเยื่อบุลำไส้ของน้องเด็กดื้อจะต้องเกิดการบวม แดง และอักเสบอย่างมากจากผลพวงของปฏิกิริยาภูมิแพ้ในลำไส้

คำถามต่อมาก็คือ นอกจากแพ้นมวัวแล้ว ทำไมน้องยังแพ้นมถั่ว กล้วย แครอต และปวยเล้งด้วย ในเรื่องนี้มีทฤษฎีอธิบายต่อมาว่า เกิดกรณี "ลำไส้รั่วซึม" ขึ้นมาจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ครั้งแรกๆนั่นเอง

ต้องรู้ก่อนว่า คนเราเกิดมาตัวเล็กนิดเดียวเป็นทารกแบเบาะ แต่นับวันร่างกายของเราก็โตขึ้น การที่ตัวเราโตขึ้นได้ ก็มาจากอาหารที่เรากินนั่นเอง สารอาหารสำคัญที่เอื้อให้เกิดการเจริญเติบโตก็คือ สารโปรตีน แต่เราต้องรู้ว่าโปรตีนจากอาหารไม่ว่าจะเป็น เนื้อไก่ เนื้อหมู นมวัว ถั่วเหลือง หรือโปรตีนจากพืชอื่นๆ ล้วนมีโครงสร้างโปรตีนที่แตกต่างกันไปเยอะแยะตามแต่ธรรมชาติของมัน ทำอย่างไรคนเราจึงจะเอาโปรตีนจากอาหารนอกร่างกายไปใช้ก่อร่างสร้างตัวของเราได้

โปรตีนนั้น เป็นสายโซ่ของกรดอะมิโนชนิดต่างๆมาร้อยเรียงกัน ในธรรมชาติมีกรดอะมิโนอยู่ 20 ชนิด และเจ้า 20 ชนิดนี้แหละมันจะเรียงตัวสลับกันไปมาตามรหัสที่กำหนดโดย DNA ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวของเซลล์ต้นฉบับ DNA จะผ่านรหัสไปสู่ RNA ซึ่งเป็นแม่พิมพ์สำหรับเรียกกรดอะมิโนแต่ละชนิดให้มาจัดอันดับตัวเองเรียงร้อยเป็นสายโปรตีนอีกทีหนึ่ง สัตว์และพืชแต่ละชนิดจะเรียงกรดอะมิโนเพื่อการใช้งานของมันเองตามรหัส DNA ของแต่ละพันธุ์

ทีนี้เมื่อคนเรากินโปรตีนจากสัตว์หรือพืชเข้าไป เราต้องการเอาไปสร้างโปรตีนของเราเองใหม่ ก็จำต้องย่อยสลายโปรตีนจากภายนอกเหล่านี้ให้กลายเป็นกรดอะมิโนเล็กๆแต่ละโมเลกุลเสียก่อน ตั้งแต่ที่มันอยู่ในช่องกระเพาะลำไส้ของเรา จากนั้นก็ดูดซึมส่งเข้ากระแสเลือด เมื่อกระแสเลือดหมุนเวียนกรดอะมิโนไปทั่วร่างกาย เซลล์ร่างกายของเราก็จะคว้าจับเอาไปเป็นวัตถุดิบ ส่งไปเข้าแม่พิมพ์ RNA ภายในเซลล์โดยจัดอันดับกรดอะมิโนแต่ละชนิดเสียใหม่ตามรหัสของเราเอง เกิดเป็นสายโปรตีนเฉพาะที่เซลล์ของเราเองต้องการใช้ ร่างกายก็ก่อร่างสร้างตัวโตวันโตคืน

อย่างไรก็ตามโปรตีนของสัตว์และพืชแต่ละอย่างมีความจำเพาะเจาะจงของแต่ละพันธุ์ ซึ่งต่างจะต้องไม่ล่วงล้ำเข้าสู่สัตว์อีกชนิดหนึ่ง ถ้ามีโปรตีนแปลกปลอมของสัตว์หรือพืชชนิดอื่นล่วงเข้าสู่ร่างกายทั้งยวง ภูมิต้านทานของร่างกายจะถือว่าเป็นสารแปลกปลอม ก็จะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน เพื่อขจัดโปรตีนแปลกปลอมนั้นให้หมดไป แต่บางกรณีขณะที่ภูมิต้านทานของเราไปจับกับโปรตีนแปลกปลอม ก็เกิดรวมตัวกันกลายเป็น "โปรตีนคอมเพล็กซ์" คือเป็นสารที่ซับซ้อนเหมือนกับคอมเพล็กซ์ของศูนย์การค้านั่นแหละ มันจะลอยไปลอยมาอยู่ในกระแสเลือด และยั่วเย้าให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ กระทั่งภูมิเพี้ยนคือกลุ่มโรคภูมิต้านทานไวเกินนั่นเอง

การเข้มงวดกวดขันไม่ให้มีโปรตีนแปลกปลอมหลุดเข้าสู่ร่างกายจึงสำคัญ

ทีนี้ โอกาสที่มีโปรตีนทั้งยวงหลุดเข้าสู่ร่างกายมีได้เหมือนกัน ประการหนึ่งคือเซลล์เขมือบซึ่งมีอยู่ในเยื่อบุลำไส้ของเราเอง มีบ่อยๆที่มันเขมือบเอาโปรตีนทั้งโมเลกุลส่งเข้าสู่ร่างกาย แล้วร่างกายก็เอาไปใช้เลย ตัวอย่างเช่น สารผักต่างๆ หลายตัวเป็นสารคล้ายฮอร์โมนในร่างกายเราเอง เมื่อกินพืชผักชนิดนั้นๆ ร่างกายก็ได้สารคล้ายเหล่านี้เอาไปใช้ประโยชน์ โปรตีนจากสัตว์ก็มีเช่น คนจีนจะบอกว่า คนเป็นโรคกระเพาะให้กินกระเพาะหมูต้มพริกไทยดำ คนหย่อนสมรรถภาพทางเพศให้กินตัวเดียวอันเดียว เพราะแพทย์จีนแต่โบราณสังเกตว่าเกิดผลในการบำบัดได้เหมือนกัน อาจเกิดจากกลไกนี้ได้หรือไม่

การที่โปรตีนเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว เราเอาไปใช้ประโยชน์หรือบางกรณีไปก่อปฏิกิริยาภูมิแพ้ซึ่งเป็นโทษ ก็แล้วแต่ปฏิกิริยาภายในร่างกาย การทำงานของเซลล์เขมือบนั้น คงต้องมีกลไกหรือ "ความฉลาด" ภายในตัวของมันเองอยู่ แต่การคว้าจับโปรตีนที่ไม่เป็นประโยชน์ก็เกิดขึ้นได้ ถ้าคนๆนั้นมีภาวะพร่องเอนไซม์ย่อยอาหาร ทำให้มีเศษซากโปรตีนแปลกปลอมผ่านมาในลำไส้มากมาย มันก็อาจคว้าผิดคว้าถูกได้

มีอีกประการหนึ่งที่โปรตีนหลุดเข้าสู่ร่างกายทั้งยวงแล้วเกิดโทษก่อภูมิแพ้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็คือการเกิด "ลำไส้รั่วซึม" อาจมีเหตุกระตุ้นสักครั้งใดครั้งหนึ่งที่เกิดการอักเสบที่ผนังลำไส้ เช่นเกิดการอักเสบติดเชื้อมาก่อน หรือเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ครั้งแรกที่รุนแรง จากนั้นผนังลำไส้ก็เสียการทำงาน ด่านปิดกั้นโปรตีนแปลกปลอมพังทลายไป ก็เป็นอันว่า โปรตีนแปลกปลอมจากอาหารอื่นก็หลุดสู่ร่างกายทั้งยวงได้เช่นเดียวกัน ดังกรณีของน้องเด็กดื้อ ทำให้น้องแพ้อาหารอีกหลายชนิดในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็นนมถั่ว กล้วย หรือปวยเล้ง เป็นต้น

เรื่องการรักษาให้หายขาดหรือไม่ ไม่อยากให้คุณแม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เพราะการแพ้นมวัวนั้นคนไทยเป็นกันมากอยู่แล้วทั้งเด็กผู้ใหญ่ เมื่อแพ้นมวัวก็ไม่ต้องดื่มนมวัวเท่านั้นเอง สำหรับทารกสมัยนี้มีผงโปรตีนสังเคราะห์อีกมากมายที่ใช้ในระดับรักษา ซึ่งไม่ใช่ทั้งโปรตีนวัวและถั่ว น้องก็เลยโตมาได้ในขนาดน้ำหนักที่สมวัย ไปสักระยะหนึ่งเมื่อน้องมีฟันก็กินข้าว กินหมู กินไก่ได้

สำหรับอาการ "ลำไส้รั่วซึม" แล้วนำไปสู่ภูมิแพ้ซิที่ควรแก้ไข วิธีการคือพิสูจน์ภาวะนี้ซะก่อนด้วยการตรวจเลือดแบบ Dark field ซึ่งจะพบคนจำนวนไม่น้อยที่มีโปรตีนแปลกปลอมลอยอยู่ในเลือดเป็นก้อนๆ ถ้าพบอย่างนี้ก็ให้กินเอนไซม์บำบัด ด้านหนึ่งเพื่อเข้าไปช่วยย่อย ด้านที่สองคือเอนไซม์จะถูกเขมือบเข้าไปย่อยสลายโปรตีนแปลกปลอมในกระแสเลือดเลย ทำลายโปรตีนคอมเพล็กซ์บางตัวที่ก่อภูมิแพ้ซะ ก็จะหายได้

หนังสือแนะนำ
- โรคภูมิแพ้ รักษาได้ด้วยธรรมชาติบำบัด
- แพ้อากาศกับการ
รักษาตนเอง
- คู่มือละเลิกการดื่มนม