จากความเดิมตอนที่แล้ว
หลังจากที่ศึกเจ้ายุทธจักรน้ำมันเพื่อสุขภาพของเราได้ดำเนินมาจนถึงด่านที่
4 เราจึงได้เลือกเอาน้ำมันที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ 4 ข้อนั่นคือ
1.Cholesterol ต่ำ 2.Triglyceride ต่ำ 3.กรดไขมันอิ่มตัว
(Saturated fat) ต่ำ และ 4.ไม่มีการดัดแปลงด้วยวิธี Hydrogenated
(Trans fat)
ที่จริงแล้ว
น้ำมันหรือไขมันประเภทใดที่ผ่านด่านได้ครบ 4 ข้อแล้ว ก็ถือว่าเป็นน้ำมันที่ค่อนข้างดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว
แต่ด่านที่ 5 และ 6 ต่อไปนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าน้ำมันเพื่อสุขภาพเหล่านี้มีข้อเด่นและข้อด้อยในที่ใด
ถ้าอันไหนผ่านเกณฑ์อันที่ 5 มากหน่อยก็จะดีกับการประกอบอาหารอย่างหนึ่ง
และถ้าอันไหนผ่านเกณฑ์อันที่ 6 มากหน่อย ก็จะดีกับวิธีการประกอบอาหารอีกอย่างหนึ่ง
เปรียบกับวิทยายุทธ์แล้ว เราสามารถแยกกันออกเป็น ท่าหมัดของฝ่ายเหนือ
และท่าเท้าของฝ่ายใต้ ว่าเข้าไปนั่น คิดว่ากำลังเขียนนิยายบู๊ลิ้มซะอีก
ด่านอรหันต์ที่
5 : "Mono/Polyunsaturated fat Ratio"
พูดแปลเป็นไทยอีกทีก็คือ
สัดส่วนระหว่างกรดไขมันไม่อิ่มตัว 1 จุดเทียบกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายจุด
เป็นอย่างไร มีงานวิจัยส่วนหนึ่งพบว่า การที่เราเอาไขมันหรือน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมาทอด
ในตำแหน่งที่ธาตุคาร์บอนจับกับธาตุคาร์บอนด้วยกันเป็นพันธะคู่นั้น
จะเป็นจุดที่อ่อนไหวกับการแตกตัวออกมาเป็นสารอนุมูลอิสระ
(Free radicals)
นอกเหนือไปจากนั้น
เรายังพบอีกว่าการที่ Monounsaturated fat มีพันธะคู่น้อยกว่า
ก็จะทำให้จุดเดือดของมันสูงกว่า เมื่อนำไปทอดจึงทำปฏิกิริยาได้ยากกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีพันธะคู่มากกว่าได้
น้ำมันในกลุ่มนี้ตัวที่เด่นมากๆ
คือ น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า และน้ำมันเมล็ดชา ซึ่งเมื่อเทียบแล้วจะมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
(Omega 9) มาก จึงเหมาะที่จะนำมาเป็นน้ำมันสำหรับทอดอาหารด้วยความร้อนสูง
แต่ข้อเสียก็คือ
น้ำมันมะกอกและน้ำมันคาโนล่ามีราคาค่อนข้างแพง การเลือกน้ำมันพืชที่ผลิตได้ในบ้านเรา
หรือนำเข้ามาในราคาที่ถูกกว่าเยอะเช่น น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันรำข้าว
น้ำมันดอกคำฝอย นั้นจึงเป็นคำแนะนำที่ทำกัน โดยเฉพาะน้ำมันเมล็ดชานั้น
เป็นตัวใหม่ที่น่าจับตาเลยทีเดียว เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในปริมาณที่สูงมากกว่าน้ำมันมะกอกเสียอีก
แถมราคาก็ถูกกว่าน้ำมันมะกอกอยู่หลายช่วงตัวด้วย
ด่านอรหันต์ที่
6 : "Omega type"
ในโค้งสุดท้ายของด่านทดสอบนี้
มีความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกตะลึงเกิดขึ้นในวงการอีกครั้งหนึ่ง
เพราะมีข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจเกิดขึ้น โดยมีการทดลองชื่อ
Lyon study เปรียบเทียบระหว่างอาหารโรคหัวใจแบบอเมริกันเดิมที่เน้นการจำกัดปริมาณพลังงานจากไขมันให้ไม่เกิน
20-30% เปรียบเทียบผลการรักษาคนไข้โรคหัวใจ กับอาหารของคนแถบเมดิเตอเรเนียน
ที่มีปริมาณพลังงานจากไขมัน 30-45% ว่าคนไข้โรคหัวใจขาดเลือดปริโภคอาหารกลุ่มไหนแล้วจะตายมากกว่ากัน
ตามการคาดเดา
เรามักจะคาดว่าคนที่บริโภคอาหารแบบเมดิเตอเรเนียนนั้นน่าจะตายเยอะกว่าอาหารจำกัดไขมันแบบอเมริกันเดิม
แต่ปรากฏว่าผลการศึกษากลับออกมาตรงกันข้าม เพราะพบว่าคนที่บริโภคอาหารจำกัดไขมันแบบอเมริกันเดิมกลับมีการตายจากโรคหัวใจมากกว่าคนที่บริโภคอาหารแบบเมดิเตอเรเนียนมาก
จึงเกิดแนวคิดใหม่ว่า
ปริมาณไขมันที่บริโภค ไม่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญเพียงปัจจัยเดียวที่กำหนดอัตราการตายของโรคหัวใจเสียแล้ว
แต่ขึ้นกับชนิดของกรดไขมันไม่อิ่มตัวด้วย นั่นคือ ถึงแม้ว่าอาหารแบบชาวเมดิเตอเรเนียนจะมีปริมาณไขมันมากกว่าอาหารโรคหัวใจแบบเดิม
แต่เนื่องจากชาวเมดิเตอเรเนียนนิยมบริโภคน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า
เนื้อปลา อาหารทะเล ซึ่งมีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายจุด
(Polyunsaturated fat) 2 ตัวคือ Omega3 และ Omega6 ในอัตราส่วนของ
Omega3 เยอะกว่า Omega6 มาก
ในขณะที่อาหารจำกัดปริมาณไขมันแบบอเมริกันเดิมนั้นเน้นแค่เลือกกรดไขมันไม่อิ่มตัวแบบจุดเดียวในสัดส่วนที่มาก
ในขณะที่มองข้ามความสำคัญของสัดส่วนกรดไขมัน Omega3:Omega6
ไป นั่นคือมีสัดส่วนของ Omega3 ใกล้เคียงกับ Omega6 ถึงแม้จะมีปริมาณไขมันโดยรวมน้อยกว่า
แต่ด้วยสัดส่วนของน้ำมันที่ใช้มีน้ำมัน Omega3 น้อยเกินไป
จึงทำให้อัตราการตายจากโรคหัวใจสูงกว่าแบบเมดิเตอเรเนียนมาก
และนี่คือที่มาถึงกระแสการบริโภคน้ำมันปลา
(Omega3) ที่ว่ามีส่วนในการช่วยลดปัญหาไขมันในเลือด และปัญหาโรคหัวใจนั่นเอง
ถ้าใครอยากปลอดจากปัญหาไขมันในเลือดจึงแนะนำให้กินปลา
อาหารทะเล ที่มีปริมาณไขมัน Omega3 มาก และเดี๋ยวนี้ก็ยังมีไข่ไก่เลี้ยงแบบพิเศษที่ให้สัดส่วนของไขมัน
Omega3 ที่สูง ที่ปลอดภัยกับคนสูงอายุที่ชอบกินไข่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม
ควรทราบว่า กรดไขมัน Omega3 นั้นเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายจุด
จึงไม่เหมาะกับการนำไปทอด เพราะจะแตกตัวให้อนุมูลอิสระออกมามากกว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
เราจึงมาถึงทาง 2 แพร่งให้เลือกระหว่างว่าจะเอาอะไรไปประกอบอาหาร
ระหว่างน้ำมันที่มี Omega9 (กรดไขมันไม่อิ่มตัวจุดเดียว)
เยอะหรือ Omega3 (กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายจุด) เยอะดี
คำตอบก็คือ
คุณจะใช้น้ำมันนั้นประกอบอาหารอะไรล่ะ? ถ้าคุณจะเอาน้ำมันนั้นไปทอด
แนะนำน้ำมันเมล็ดชา น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า ที่มี
Omega9 มากกว่า เพราะให้อนุมูลอิสระออกมาน้อยในขณะที่โดนความร้อนจัด
แต่ถ้าจะเอาไปทำน้ำสลัด
หรือการประกอบอาหารที่ใช้อุณหภูมิไม่สูงมาก น้ำมันรองๆ
ลงมาเช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าวก็เป็นตัวเลือกที่ดี
และที่สำคัญควรเลือกบริโภคอาหารที่มี Omega3 เช่นปลาและอาหารทะเลด้วย
ก็จะช่วยให้คุณสุขภาพดีได้ครับ
ชนิด |
Chol |
Trig |
Sat
fat |
Unsaturated
fat |
|
|
|
|
Trans
fat |
Omega9 |
Omega3 |
หมายเหตุ |
| น้ำมันหมู |
OK |
X |
X |
- |
- |
- |
เลิกใช้ |
| ปาล์ม |
OK |
X |
X |
- |
- |
- |
เลิกใช้ |
| มะพร้าว |
OK |
X |
X |
- |
- |
- |
เลิกใช้ |
| มาการีน |
OK |
- |
X |
X |
- |
- |
เลิกใช้ |
| เนยเทียม |
OK |
- |
X |
X |
- |
- |
เลิกใช้ |
| Hydrogenated |
OK |
- |
X |
X |
- |
- |
เลิกใช้ |
| ดอกคำฝอย |
OK |
OK |
OK |
OK |
พอใช้ |
พอใช้ |
หลีกเลี่ยงการทอด |
| ดอกทานตะวัน |
OK |
OK |
OK |
OK |
พอใช้ |
พอใช้ |
หลีกเลี่ยงการทอด |
| รำข้าว |
OK |
OK |
OK |
OK |
พอใช้ |
พอใช้ |
หลีกเลี่ยงการทอด |
| คาโนล่า |
OK |
OK |
OK |
OK |
ดีมาก |
พอใช้ |
ทอดดี |
| มะกอก |
OK |
OK |
OK |
OK |
ดีมาก |
พอใช้ |
ทอดดี |
| เมล็ดชา |
OK |
OK |
OK |
OK |
ดีมาก |
พอใช้ |
ทอดดี |
| น้ำมันปลา |
พอใช้ |
OK |
OK |
OK |
พอใช้ |
ดีมาก |
ไม่ใช้ทอด |
| อาหารทะเล |
พอใช้ |
OK |
OK |
OK |
พอใช้ |
ดีมาก |
ไม่ใช้ทอด |
|