ประการแรก
เกิดจากท่าร่างกายที่ผิดจากสรีระในชีวิตประจำวัน เมื่ออยู่ในท่านั้นนาน
ๆ ก็ทำให้ปวด เช่น ท่านั่งทำงานทั้งวัน เก้าอี้ที่ไม่เหมาะสม
ทำให้หลังก้มคุดคู้ ท่ารับโทรศัพท์ที่ใช้วิธีเอียงคอหนีบเอาหูโทรศัพท์ไว้
ท่าก้ม ๆ เงย ๆ ของแม่บ้านในการทำงานบ้าน ท่านั่งขับรถที่ไม่ถูกต้องนานครั้งละหลายชั่วโมง
ท่าของการทำงานที่ต้องยก หรือหิ้วของหนัก ๆ ที่นอนที่นิ่มเกินไปเวลานอนหลับสนิทนาน
ๆ จะทำให้หลังอยู่ในท่าโค้งงอตลอดเวลา หมอนหนุนที่เตี้ยเกินไปหรือสูงเกินไปทำให้คออยู่ในท่าก้มหรือเงยเกินไปทั้งคืน
ฯลฯ เหล่านี้มักเป็นสาเหตุหลังของอาการปวดหลัง ซึ่งน่าจะกินความตั้งแต่คอลงไปถึงเอว
หากใครมีอาการปวดหลังเรื้อรัง
ลองสำรวจท่าของตัวเองดู ท่าทางที่ดีถูกสุขลักษณะของร่างกายเรานั้น
หากนั่ง ลำตัวจะต้องตั้งตรงตั้งฉากกับสะโพกและขาท่อนบน
ขาท่อนล่างตั้งฉากกับขาท่อนบนในระดับเข่า เท้าต้องวางแนบพื้น
หากนอน ลำตัวจะต้องอยู่ในลักษณะตรงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
อีกประการหนึ่งที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังที่ต้องพูดถึงคือ
ความอ้วน ใครที่อ้วนจัด ๆ แล้วลงพุง พุงจะดึงกระดูกสันหลังส่วนเอวให้แอ่นมาด้านหน้า
เมื่อกล้ามเนื้อเอวถูกรั้งดึง จะทำให้ปวดหลังได้เช่นกัน
กรณีนี้จะเห็นได้ชัดกว่าในผู้หญิงท้องที่ต้องแอ่นหลังรับกับพุงเพื่อให้เกิดสมดุล
คนที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังควรสำรวจเก้าอี้
เบาะในรถ ที่นอน หมอน ฯลฯ แล้วจัดให้เหมาะสมเสีย หากอ้วนเกินไปก็ลดน้ำหนักลง
บางครั้งแก้ปัญหาง่าย ๆ เหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องกินยาให้กัดกระเพาะแล้ว
ประการที่สอง
เกิดจากความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลัง ที่วางอยู่สองข้างของกระดูกสันหลัง
ซึ่งอาจจะมาจากสาเหตุประการแรกด้วย เพราะท่าที่บิดเบี้ยวไปจะทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัว
หรือเกิดจากความเครียดก็ได้ หรือเกิดจากท่าของสรีระผิดไปประกอบกับความเครียดด้วยก็ได้
จะว่าไป
ความเครียดมักจะเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหลังโดยเฉพาะอาการปวดต้นคอและหลังส่วนบน
สังเกตดูซิว่าเวลาหมามันจะกัดกัน ไก่มันจะชนกัน มันเครียดขนาดที่แผงของขนที่คอตั้งชัน
เวลาเราเครียดก็เป็นอย่างนั้นแหละ กล้ามเนื้อหลังส่วนบนจะเกร็งเขม็งขึ้นมาเป็นพิเศษ
หากเครียดบ่อย ๆ กล้ามเนื้อก็จะไม่มีวันคลายตัวออก แถมอาการเกร็งของกล้ามเนื้อยังลามลงมาที่กล้ามเนื้อส่วนล่างเรื่อย
ๆ บางคนเครียดจนหลังแข็งทั้งหลังก็มี
นอกจากจะแก้ที่ท่าทางในชีวิตประจำวัน
หาทางคลายเครียดแล้ว อาหารก็มีส่วนในการบรรเทาอาการปวดหลังด้วย
ธรรมชาติบำบัดถือว่าความเป็นกรดเป็นด่างของอาหารมีความสำคัญต่ออาการเกร็งตัวหรืออักเสบของกล้ามเนื้อหลัง
ความเป็นกรดจะทำให้อาการปวดกำเริบ ในขณะที่ความเป็นด่างของอาหารจะช่วยบรรเทาอาการเกร็งเขม็งของกล้ามเนื้อหลัง
และแร่ธาตุที่สำคัญจำเป็นสำหรับการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อหลังที่จะขาดไม่ได้คือ
ควรมีแคลเซียมอยู่ด้วย
เมื่อเป็นดังนี้
อาหารที่ควรเลี่ยงคืออาหารจำพวกที่จะทำให้เกิดกรดในร่างกาย
ได้แก่ โปรตีนที่มากเกินไป อยากหายจากอาการปวดหลังควรกินเนื้อสัตว์แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวหมู ไก่ หรือปลา หันมากินโปรตีนจากพืชจำพวกเต้าหู้แทนสักระยะ
โดยเฉพาะในเวลาที่มีอาการมาก
ส่วนอาหารที่ควรกินที่จะทำให้ร่างกายเป็นด่างคือ
ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ หากกินสดได้ยิ่งดี ไม่ต้องกังวลว่าผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น
ส้ม มะม่วง กินเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายเป็นกรด เพราะเมื่อมันถูกย่อยแล้ว
สารอาหารที่ร่างกายได้รับเป็นด่างทั้งสิ้น การกินผักสดผลไม้สดให้มากขึ้นจะได้ผลลดน้ำหนักอีกทางหนึ่งด้วย
อาหารประเภทแคลเซียมในพืชจะพบมากในงาดำป่น
เต้าหู้ ผักกระเฉด ยอดแค สาหร่ายทะเลจะยิ่งดีเพราะในสาหร่ายทะเลมีแมกเนเซียมอยู่ด้วย
ทั้งแคลเซียมและแมกเนเซียมร่วมกันมีความจำเป็นต่อการคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างมาก
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างอาหารสำหรับคนที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง
|
| 
|
|
|
|
แกงจืดเต้าหู้ไข่
สาหร่ายใส่โหระพาู้ |
ธัญพืชรวม |
ข้าวเหนียวกล้องต้มห่วยซัว
|
โต่วต๋งตุ๋นกระดูกหมู |
|
หนังสือแนะนำ |
-
ปวดคอ หลัง เอว |
-
ปวดหลัง |
-
อดด้วยน้ำไม้ |
| |
|
|
|
|