การแก้ปัญหานอนไม่หลับ
โดยทั่วไป ถ้าไม่หนักหนาสาหัสมากก็จะไม่ไปหาหมอ อาจจะทนๆ
เอา ถ้าไม่หลับหลายๆ คืนเข้าเดี๋ยวก็คงหลับไปได้เอง แต่เมื่ออาการหนักขึ้น
นอนก็หลับไม่สนิท ตื่นเช้ามาก็งัวเงียง่วงโงก ทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ
สมองมันเบลอไปหมด ในที่สุดก็คงต้องวิ่งไปหาหมอให้ช่วยจนได้
ซึ่งการรักษาของหมอส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นการจ่ายยานอนหลับมาให้คนไข้กิน
พร้อมกับกำชับมาด้วยความหวังดีว่า "อย่ากินบ่อยนะ ไม่จำเป็นอย่ากิน
เดี๋ยวติด"
แต่ลำพังความหวังดีที่ว่าไม่ได้ช่วยอะไรคนป่วยสักเท่าไหร่
เพราะส่วนใหญ่ก็จะนอนไม่หลับกันต่อไปถ้าไม่ได้กินยา วันไหนกินก็หลับ
วันไหนไม่กินยาก็ไม่หลับ สรุปแล้วในที่สุดก็ติดยานอนหลับกันทุกคน
ซ้ำร้าย ติดยานอนหลับไปนานๆ ในที่สุดก็ดื้อยา กินยามากขึ้นก็ยังนอนไม่หลับ
กลับไปหาหมอถามว่า "ทำยังไงดีล่ะหมอ" หมอบางคนก็เกาหัวแกรกๆ
ตอบว่า ไม่ทราบเหมือนกัน หมอเองก็กินยานอนหลับเหมือนกัน
อ้าว...เป็นงั้นไป
ครับ จากประสบการณ์การรักษาคนไข้ของผม
ส่วนใหญ่คนไข้ที่มาหาก็มักจะเป็นเช่นที่กล่าวมา ถ้าหากว่าใครพึ่งยานอนหลับมาก่อน
จะยิ่งเป็นการพาตัวเองเข้าสู่วงจรการนอนไม่หลับที่ยิ่งทำให้รักษายากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
เมื่อเทียบกับคนที่ยังไม่เคยกินยานอนหลับแล้วหันมาใช้วิธีทางธรรมชาติบำบัด
ตามธรรมชาติของคนเรา
การนอนหลับจะขึ้นอยู่กับความสมดุลของฮอร์โมนเมลาโทนินและเซราโทนินที่ขึ้นลงสลับสับเปลี่ยนกันอย่างสมดุล
แต่กับคนที่นอนไม่หลับ สมดุลดังกล่าวผิดเพี้ยนไปจนหมดทำให้การนอนหลับไม่ลึกพอ
ร่างกายจึงไม่ได้พักผ่อนและอ่อนเพลีย
การแก้ไขอาการนอนไม่หลับทางธรรมชาติบำบัดจึงเน้นไปที่การปรับสมดุลฮอร์โมนทั้งสองตัว
และเมื่อแก้สมดุลฮอร์โมนทั้งสองได้แล้ว อาการนอนหลับก็จะกลับไปเป็นปกติ
ในขณะเดียวกันก็จะไม่มีอาการติดการรักษา ซึ่งก็มีวิธีเหล่านี้การที่หลากหลายให้เลือกใช้ดังต่อไปนี้
1. การแก้ไขด้วยการสั่งจิตใต้สำนึก
ซึ่งอาศัยเวลาหัดเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำเองได้ทุกคน พบว่าการสั่งจิตใต้สำนึกเป็นการระเหิดเอาความเครียดระดับลึกในจิตใจออกไป
ทำให้เวลานอนหลับของเราไม่มีความฝันตกค้างมาคอยกวนใจให้นอนไม่หลับ
2. การฝึกสมาธิ
การฝึกหายใจเข้าออกยาวๆ หลายๆ ครั้งก่อนนอน มีการศึกษาเปรียบเทียบโดยการตรวจวัดระดับเมลาโทนินก่อนและหลังการฝึกหายใจ
พบว่า หลังจากหายใจเข้าออกยาวๆ แล้วพบว่าในเลือดเราจะมีระดับเมลาโทนินสูงขึ้น
ทำให้เราง่วงนอน (และนั่นอาจเป็นสาเหตุให้คนหัดสมาธิมือใหม่ง่วงนอนง่าย)
เมื่อเราเอาความรู้ตรงนี้มาฝึกการหายใจก่อนนอน พบว่าทำให้หลายๆ
คนนอนหลับได้ลึกและดีขึ้น
3. การกินอาหารบางประเภทที่มีสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปสังเคราะห์เป็นเมลาโทนินได้
จะช่วยให้ร่างกายมีสารเมลาโทนินมากขึ้น การนอนก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
อาหารเหล่านี้ได้แก่ ผลไม้ประเภทกล้วยเป็นต้น
4. การกดจุดและฝังเข็ม
พบว่า มีจุดฝังเข็มหลายๆ จุดที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนการนอนหลับได้
ถ้าเริ่มแรกอาจใช้เข็มปักกระตุ้นจุด แต่เมื่อรักษาจนเริ่มเข้าที่แล้ว
เราอาจจะเปลี่ยนมาเป็นการกดจุดด้วยตนเองเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นก็เป็นการดูแลตนเองได้อีกด้วย
5. การใช้สารสกัดเมลาโทนิน
กินก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง พบว่าสารสกัดเมลาโทนินมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นได้
6. การใช้วิตามินบำบัด
พบคนที่มีปัญหาการนอนไม่หลับส่วนหนึ่งมาจากความเครียด
โดยเฉพาะนักบริหารหลายคนที่ต้องใช้สมองคิดเรื่องธุรกิจค่อนข้างหนัก
ทำให้สมองใช้วิตามินบีจนพร่อง และภาวะพร่องวิตามินบีเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ
การใช้วิตามินบีเสริม พบว่าช่วยให้ผู้ป่วยนอนไม่หลับในกลุ่มนี้อาการดีขึ้นได้
7. ในคนที่สูงอายุขึ้นมากๆ
พบว่าสมองส่วนที่สร้างเมลาโทนินหรือต่อมไพเนียลจะทำงานได้แย่ลง
การซ่อมเสริมเซลล์ต่อมไพเนียลก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้สมดุลการนอนหลับดีขึ้นได้
ในกรณีนี้ การใช้เซลล์บำบัดมาช่วยก็พบว่าแก้ปัญหาการนอนไม่หลับในคนสูงอายุได้
8. การแพทย์แผนไทยพบว่าสมุนไพรชุมเห็ดไทยมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
เดี๋ยวนี้มีการผลิตออกมาเป็นชาชงดื่ม พบว่าหลายๆ คนที่มีปัญหานอนไม่หลับ
ลองใช้แล้วก็ติดใจครับ
9. ในทางการแพทย์แผนจีน
สมดุลอีกอันหนึ่งที่มักจะเสียไปแล้วทำให้นอนไม่หลับก็คือสมดุลหยินหยาง
บางคนธาตุหยางมากไปก็ร้อนรุ่มนอนไม่หลับ บางคนธาตุหยางหรือหยินพร่อง
ก็อ่อนแรงนอนหลับไม่สนิท แถมตื่นง่าย ในกรณีเช่นนี้การฝังเข็มปรับธาตุ
การใช้สมุนไพรปรับธาตุก็พบว่าช่วยแก้ปัญหาได้ดี
จะเห็นได้ว่าวิธีการรักษาอาการนอนไม่หลับแบบธรรมชาติบำบัดนั้นมีได้มากมายหลายวิธี
เหลือเกิน แต่จะเลือกใช้วิธีไหนให้เหมาะกับคนไหนนั้นก็เท่านั้นเองครับ
หนังสือแนะนำ |
-
หลับไม่ดี มีทางแก้ |
-
นอนไม่หลับ |
-
บำบัดอาการปวดศีรษะ
และไมเกรน |
| |
|
|
|
|