คนที่มีปัญหาดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ในสังคมอันเร่งรัดนี้ ถ้าเราไม่เข้าใจ บางทีเราจะอาจเผลอมองไปด้วยซ้ำว่าคนพวกนี้เป็นโรคอู้
เอาแต่นอน ไม่ยอมทำงาน
เมื่อเร็วๆ นี้ผมก็เพิ่งจะมีแหม่มชาวต่างชาติเข้ามาตรวจด้วยปัญหาเหนื่อยเพลียเรื้อรัง
2-3 คน แต่ละคนล้วนใช้งานร่างกายตัวเองอย่างหนักมาแล้วทั้งนั้น
มีอยู่รายหนึ่งเป็นสาวชาวอเมริกัน อายุ 30 นิดๆ มาทำงานในเมืองไทยได้พักหนึ่งแล้ว
มาปรึกษาด้วยเรื่องเจ็บชายโครงขวา
ตอนแรกซักประวัติแล้วผมก็ยังงงๆ อยู่ว่าเธอเป็นอะไรกันแน่
ตรวจร่างกายก็ไม่เจออะไรผิดปกติ ถ้าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบจริง
กดๆ ดูแถวตำแหน่งที่เจ็บ เธอก็น่าจะบอกว่าเจ็บบ้าง แต่นี่เธอบอกว่าเฉยๆ
ไม่รู้สึกเจ็บมากขึ้น ว่ากันตามตำราแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นอะไร
ข้อมูลตรงนี้สำคัญมาก และเป็นข้อมูลที่การตรวจร่างกายแบบการแพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้คำนึงถึง
สิ่งที่ข้อมูลชิ้นนี้บอกกับผมก็คือ คนๆ นี้มีภาวะพร่องพลังอะไรบางอย่าง
ซึ่งโดยมากทางการแพทย์แผนจีนจะจำแนกออกเป็นภาวะ พร่องหยิน
พร่องหยาง พร่องปราณ (Qi)
เมื่อได้แนวทางจากการแมะคร่าวๆ ผมจึงถามเธอเพิ่มว่า
การหายใจของเธอปกติดีหรือไม่ คำตอบก็คือ เธอบอกว่าหายใจเข้าลำบาก
เหมือนหายใจเข้าได้ไม่ลึก ต้องถอนหายใจบ่อยๆ แถมยังเหนื่อยๆ
เพลียๆ นอนมาก แต่ก็ไม่หายง่วงหายเพลีย
ตอนแรกผมเสนอว่า เธอน่าจะได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็มและด้วยยาสมุนไพรเสริมปราณ
(Tonify Qi) ก่อน แต่เนื่องจากเธอมีโปรแกรมไปทำงานที่เวียดนามประมาณ
2 สัปดาห์ ทำให้การฝังเข็มไม่สามารถทำได้ต่อเนื่องในช่วงแรก
ผมจึงให้แต่ยาสมุนไพรไปกิน แล้วนัดเธอมาฝังเข็มหลังจากเธอกลับมาจากเวียดนามแล้ว
ครับ สรุปแล้วอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นสภาวะหนึ่งที่คนเป็นกันมากในสังคมสมัยใหม่
ที่แม้ว่าการแพทย์แผนตะวันตกจะทำอะไรไม่ได้มากนัก
แต่กับการแพทย์แผนจีนและธรรมชาติบำบัดสามารถช่วยได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ
หนังสือแนะนำ |
-
ธรรมชาติบำบัด
ในมือแพทย์ |
-
ธรรมชาติบำบัด
พันธุ์แท้ไม่แฟชั่น 2 |
-
ธรรมชาติบำบัด
พันธุ์แท้ไม่แฟชั่น 1 |
| |
|
|
|
|