ที่จริงอบเชยเป็นไม้พื้นถิ่นของทวีปเอเชีย
ต้นสูงถึง 20 เมตรใบรูปร่างรียาว ปลายใบแหลม ใบอ่อนมีสีชมพู
ใบแก่เหนียวเขียวเข้มเกลี้ยงเป็นมัน เปลือกไม้เป็นสีน้ำตาลอ่อนออกเทา
เปลือกเกลี้ยงบาง เปลือกชั้นในเป็นสีชมพู มีดอกช่อเล็ก
ๆ สีขาวหรือเหลืองอ่อน ผลเป็นรูปไข่เมื่อสุกมีสีม่วงออกดำ
ส่วนที่ใช้เป็นยาของอบเชยคือเปลือก กิ่ง และดอกของมัน
ประวัติการใช้อบเชยเป็นยามีค่อนข้างยาวนาน
เนื่องจากอบเชยเป็นหนึ่งในเครื่องเทศสำคัญที่ชาวอาหรับ
และชาวตะวันตกเดินเรือมาหาซื้อกันในแถบบ้านเรา โดยเชื่อกันว่าอบเชยมีคุณสมบัติใช้ถนอมอาหารได้ดี
แถมชาวยุโรปยังเชื่อกันว่าอบเชยมีต้นกำเนิดมาจากต้นไม้ในสวนอีเดน
เขาให้ความสำคัญกับอบเชยอย่างมาก ในสมัยก่อนอบเชยจึงมีค่ามหาศาล
มีบันทึกเอาไว้ว่าชาวอียิปต์ใช้อบเชยในการบูชาเทพเจ้า
ในสมัยโรมัน หลังจากจักรพรรดิเนโรสังหารภรรยาของตนเองแล้ว
จึงเอาอบเชยที่ได้มาจากการซื้อหาทั้งปีมาห่อหุ้มร่างกายนางไว้และสามารถรักษาเอาไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย
ประโยชน์ทางยาของอบเชยมีมาก
สมัยโบราณใช้รักษาอาการที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ในอบเชยมีสารอย่างหนึ่งช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้
จึงรักษาอาการท้องอืดเฟ้อได้ดี
สำหรับยาไทย
ใช้อบเชยปรุงในยาน้ำ แก้จุกเสียด แน่นท้อง นอกจากนี้ยังใช้ผสมในยาหอมและยานัตถุ์
ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย
ทุกวันนี้เราพบว่าตัวยาในอบเชยสามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ
เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และหากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้เลือดลมเดินได้ดี
ตัวยาฝาดสมานที่มีกลิ่นหอมในอบเชยใช้รักษาอาการท้องเสีย
สารกลุ่มคาเทอชินในอบเชยใช้แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน
น้ำมันหอมระเหยจากอบเชยเป็นยาชา
เป็นยาต้านเชื้อรา และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้
อบเชยมีกลิ่นหอม เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่นิยมเอามาปรุงอาหาร
เราจึงมีเมนูทั้งคาวและหวานที่ใช้อบเชยเพื่อเหตุผลต่าง
ๆ มากมาย ดังตัวอย่างข้างใต้นี้
| 
|
|
|
|
ตุ๋นเนื้อ |
กล้วยไข่เชื่อมอบเชย |
ขนมปังอบเชย |
ชาอบเชย |
|
หนังสือแนะนำ |
-
อาหารบำบัดโรค |
-
หายป่วยด้วยอาหาร |
-
อาหารเป็นยา |
| |
|
|
|
|