บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 125:01-15 ส.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 01 สิงหาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: ทัวร์สุขภาพบัลวี - เวียงพิงค์ กินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายเสริมสุขภาพ แอโรบิกในน้ำ วันที่ 23-25 ตุลาคม 2551 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
ปวดศีรษะไมเกรนเหมือนกัน แต่รักษาไม่เหมือนกัน

นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล


คุณธรณินแวะมาหาผมด้วยปัญหาปวดศีรษะไมเกรนทั้งนี้เนื่องจากผมเคยรักษาแฟนของคุณธรนินที่มี อาการปวดศีรษะบ่อยๆ จนหายสนิท คุณธรณินจึงมารักษากับผมมั่ง "พอดีเลยครับหมอ พวกเรา 2 คนมีอาการปวดศีรษะกันบ่อยๆ พอเธอบอกว่าเธอหายปวดศีรษะแล้ว ผมก็เลยอยากลองมารักษาในแนวนี้ดูบ้าง" ผมพยักหน้าหงึกๆ พร้อมยิ้มในใจเพราะรู้ว่า กว่าที่แฟนของคุณธรณินจะเกลี้ยกล่อมจนคุณธรณินมาหาผมได้นั้นเธอใช้ความพยายามตั้งหลายครั้ง โดยคิดว่าจะให้มาเริ่มรักษาพร้อมๆ กัน แต่คุณธรณินก็ยังไม่ยอมมาซักที จนเธอรักษาฝังเข็มจนครบและหายจากอาการปวดศีรษะแล้วนั่นแหละ คุณธรณินจึงตัดสินใจได้ว่าจะมารักษาแบบธรรมชาติบำบัด

"ผมส่งแฟนผมมาลองรักษาดูก่อนน่ะครับ พอเธอหายผมค่อยมั่นใจขึ้นมาหน่อย" คุณธรณินพูดทีเล่นทีจริง "ฮ่าๆ ครับ ระวังแฟนคุณธรณินได้ยินอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวเธอเคืองคุณแย่ที่ในฐานที่ส่งเธอมาลองยาดูก่อน"

ว่าแล้วผมก็เริ่มทำการซักประวัติอาการปวดศีรษะของคุณธรณินอย่างละเอียด ได้ความว่า คุณธรณินเป็นวิศกรหนุ่มไฟแรง ทำงานเอกสารใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวัน ว่างๆ พักจากการงานก็เล่นกีฬากับเพื่อนๆ ไม่ใช่เล่นแบบธรรมดา แต่เล่นแบบเอาจริงเอาจังเสียด้วย

ในวันหยุดสุดสัปดาห์คุณธรณินจะขับรถกลับจากชลบุรีมาหาครอบครัวผ่านมาทาง Motor Way คุณธรณินให้ข้อสังเกตุว่า ถ้าแสงแดดส่องข้างหลัง รู้สึกร้อนๆ ที่หลังทีไร อาการปวดศีรษะเป็นได้กำเริบหนักทุกที กลายเป็นว่าสุดสัปดาห์ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน เพราะมัวแต่นอนปวดศีรษะอยู่ที่บ้าน

"ร้อนๆ แล้วปวดศีรษะหรือเปล่าล่ะครับ" ผมชักจะติดใจประเด็นนี้ของคุณธรณินซะแล้ว "ไม่ค่อยได้สังเกตุแฮะ จะว่าไปมันก็มีส่วนอยู่บ้างเหมือนกันนะครับ" คุณธรณินตอบ ผมฟังแล้วก็ขอแมะชีพจรของคุณธรณินดู พร้อมกับขอดูลักษณะของลิ้นคุณธรณินด้วย

ในระหว่างที่แมะชีพจรของคุณธรณินไปผมก็ซักประวัติต่างๆ เพิ่มเติมไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้ก็คือ ลักษณะชีพจรของคุณธรณินนั้นเต้นค่อนข้างแรง โดยเฉพาะในตำแหน่งที่เป็นของธาตุตับนั้น ดูเหมือนว่าชีพจรจะเต้นแรงเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกัยอัตราการเต้นของชีพจรนั้นก็ค่อนๆ จะเร็วอยู่สักหน่อย ลักษณะดังกล่าวตรงตามตำราแพทย์แผนจีนเลยว่า คุณธรณินเป็นคนที่มีธาตุไฟในตับคั่ง

ในระหว่างแมะชีพจรที่ผมซักประวัติเพิ่มเติมไปด้วย ยิ่งซักผมยิ่งพบว่าคุณธรณินไม่ค่อยถูกกับอากาศร้อนนัก เพราะไม่เพียงจะทำให้อาการปวดศีรษะกำเริบเท่านั้น แต่คุณธรณินไม่ชอบอากาศร้อนๆ เอาเสียเลย เพราะมันทำให้เขาเหงื่อแตกมาก ขมปากขมคอ บางทีมีกลิ่นปากกลิ่นตัวมากด้วย เวลาอ้าปากดูลิ้นก็พบว่าลิ้นของคุณธรณินแดงจัด และมีคราบเป็นฝ้าที่ลิ้นสีออกเหลืองๆ หนาๆ ซึ่งบ่งบอกว่าธาตุไฟเกิน

เมื่อได้ข้อมูลเท่านี้ ผมจึงสรุปอย่างค่อนข้างมั่นใจว่าอาการปวดศีรษะของคุณธรณินนั้น มาจากการที่มีธาตุไฟในตับเกินนั่นเอง การรักษาที่ควรให้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดธาตุไฟในตับลง ซึ่งทำได้หลายวิธีตั้งแต่การปรับอาหารการกิน ไปจนถึงการใช้สมุนไพร การฝังเข็ม และการทำ Blood letting

"ผมแนะนำให้คุณธรณินไปหัดอดล้างพิษด้วยตนเองแบบ 1 วันทุก 1 สัปดาห์ดูก่อน เพราะการอดล้างพิษที่อาศัยการกินผลไม้อย่างเดียวทั้งวันนั้น เป็นการปรับธาตุให้เย็นลงได้ หรือถ้ามองในมุมมองของวิทยาศาสตร์แผนตะวันตก การอดล้างพิษจะช่วยให้ตับสามารถขจัดเอาสารพิษอันเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะออกมาได้มากขึ้น จนอาการปวดศีรษะสามารถคุมได้ในที่สุด" คุณธรณินรับปากว่าจะไปทำดู

"ส่วนวันนี้ ผมจะเริ่มทำการฝังเข็ม และทำ Blood letting ให้ด้วย เพื่อลดธาตุไฟในตับของคุณธรณินลงไปบ้าง" "ครับ… ฝังเข็มน่ะพอรู้อยู่ เพราะแฟนผมเขาก็มาฝังเข็มเหมือนกัน แต่ไอ้ Blood letting นี่มันคืออะไรกันครับหมอ ไม่เห็นแฟนผมเขาต้องทำเลยนี่นา"

"คืออย่างนี้นะ หมอจะอธิบายให้ฟัง การทำ Blood letting เป็นเทคนิคการฝังเข็มวิธีหนึ่ง นั่นคือเริ่มต้นฝังเข็มลงไปที่จุดฝังเข็มควบคุมธาตุของตับ แล้วแทนที่จะคาเข็มเอาไว้นาน 20 นาที ผมจะถอนเข็มออกเลยทันที เพื่อให้เลือดหยดซึมออกมาจากจุดฝังเข็ม การที่เลือดหยดซึมออกมา เลือดในทางการแพทย์แผนจีนจะพาเอาธาตุหยางหรือธาตุความร้อนออกมาด้วย เป็นการลดธาตุไฟในตับลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดี ผมจะใช้ครอบแก้วลนไฟให้ร้อนก่อนที่จะครอบลงไป ทำให้ภายในครอบแก้วเป็นสูญญากาศ ทำให้เลือดออกมาจากจุดฝังเข็มได้ดีขึ้น การรักษาก็จะมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น"


หลังจากที่ฝังเข็มและทำ Blood letting เสร็จ ผมจึงให้คุณธรณินไปรับยาที่เคาน์เตอร์จ่ายยา ส่วนผมก็นั่งเขียนบันทึกการรักษาอยู่ในห้องตรวจอีกสักครู่หนึ่ง สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมๆ กับที่คุณธรณินโผล่หน้าเข้ามาถามว่า "หมอครับ ทำไมสมุนไพรที่ผมได้ ไม่เห็นเหมือนกับที่แฟนผมได้เลยล่ะครับ? ผมชักจะสงสัยแล้วสิว่าทำไมแฟนผมมารักษาด้วยเร่ืองปวดศีรษะไมเกรนเหมือนกัน หมอกลับรักษาไม่เหมือนกันล่ะครับ"

"อ๋อ… คืออย่างนี้ครับ

แม้ว่าด้วยหลักการทางการแพทย์แผนตะวันตกจะวินิจฉัยออกมาว่าคุณและแฟนของคุณจะเป็นโรคไมเกรนเหมือนกัน แต่ในทางการแพทย์แผนจีนแล้ว อาการปวดศีรษะไมเกรนของคุณกับแฟนคุณธรณินนั้นแตกต่างกันครับ กรณีของคุณธรณินนั้นชัดเจนว่าอาการเป็นสืบเนื่องมาจากการที่มีภาวะธาตุไฟในตับเกิน การรักษาทั้งฝังเข็ม Blood letting และยาสมุนไพรตัวนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดธาตุหยางของตับทั้งหมด"

"แต่ในส่วนของแฟนคุณธรณินนั้น มาหาหมอด้วยอาการปวดศีรษะก็จริง แต่อาการประกอบกลับชี้บ่งไปทางภาวะพร่องของพลังไตเสียมากกว่า เช่น เธอมีอาการหนาวง่าย ปัสสาวะบ่อย ปวดบั้นเอว และวิงเวียนศีรษะ การรักษาด้วยการฝังเข็มและให้ยาสมุนไพรของเธอจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มพลังงานให้กับไตเป็นหลัก ทำให้การเลือกใช้ยาสมุนไพรก็จะแตกต่างกันไปด้วย แถมการฝังเข็มบางจุดผมจะต้องทำการรมยาสมุนไพรโกฏจุฬารัมภาให้ด้วย เพื่ออาศัยความอุ่นของสมุนไพรเข้าไปช่วยเสริมพลังไตที่พร่องไป ส่วนการทำ Blood letting ในกรณีแฟนของคุณธรณินนั้นจะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเลย จึงไม่ได้ทำให้"

"อ๋อ… อย่างนี้นี่เอง ผมก็เข้าใจว่าโรคไมเกรนเหมือนกันจะต้องรักษาเหมือนกันเสียอีก" "ใช่แล้วครับ คนทั่วไปมักคิดเช่นนั้น ทั้งนี้โดยยึดเอาอาการแสดงทางกายภาพเป็นหลัก แต่ในทางการแพทย์แผนจีนเราจำเป็นจะต้องให้การรักษาตามหลักการทางหยินและหยางซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งกว่าแค่อาการทางกายภาพครับ และนี่คือสาเหตุที่หมอจีนจะต้องซักประวัติ แมะชีพจร และดูลิ้นของผู้ป่วยประกอบกัน จึงจะให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้ ไม่ใช่สักแต่ว่าจ่ายยาสมุนไพรให้" ผมสรุป ส่วนผลการรักษาพบว่า หลังจากนั้น 2-3 อาทิตย์ คุณธรณินก็สามารถควบคุมอาการปวดศีรษะให้หายสนิทไปได้ในที่สุด

หนังสือแนะนำ
- คู่มือบำบัดอาการ
ปวดศีรษะไมเกรน
- ปวดศีรษะหายได้ด้วย
การรักษาตนเอง
- โรคหายด้วยปลายนิ้ว