|
ปวดศีรษะไมเกรนเหมือนกัน
แต่รักษาไม่เหมือนกัน
นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล
คุณธรณินแวะมาหาผมด้วยปัญหาปวดศีรษะไมเกรนทั้งนี้เนื่องจากผมเคยรักษาแฟนของคุณธรนินที่มี
อาการปวดศีรษะบ่อยๆ จนหายสนิท คุณธรณินจึงมารักษากับผมมั่ง
"พอดีเลยครับหมอ พวกเรา 2 คนมีอาการปวดศีรษะกันบ่อยๆ พอเธอบอกว่าเธอหายปวดศีรษะแล้ว
ผมก็เลยอยากลองมารักษาในแนวนี้ดูบ้าง" ผมพยักหน้าหงึกๆ
พร้อมยิ้มในใจเพราะรู้ว่า กว่าที่แฟนของคุณธรณินจะเกลี้ยกล่อมจนคุณธรณินมาหาผมได้นั้นเธอใช้ความพยายามตั้งหลายครั้ง
โดยคิดว่าจะให้มาเริ่มรักษาพร้อมๆ กัน แต่คุณธรณินก็ยังไม่ยอมมาซักที
จนเธอรักษาฝังเข็มจนครบและหายจากอาการปวดศีรษะแล้วนั่นแหละ
คุณธรณินจึงตัดสินใจได้ว่าจะมารักษาแบบธรรมชาติบำบัด
"ผมส่งแฟนผมมาลองรักษาดูก่อนน่ะครับ
พอเธอหายผมค่อยมั่นใจขึ้นมาหน่อย" คุณธรณินพูดทีเล่นทีจริง
"ฮ่าๆ ครับ ระวังแฟนคุณธรณินได้ยินอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวเธอเคืองคุณแย่ที่ในฐานที่ส่งเธอมาลองยาดูก่อน"
ว่าแล้วผมก็เริ่มทำการซักประวัติอาการปวดศีรษะของคุณธรณินอย่างละเอียด
ได้ความว่า คุณธรณินเป็นวิศกรหนุ่มไฟแรง ทำงานเอกสารใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวัน
ว่างๆ พักจากการงานก็เล่นกีฬากับเพื่อนๆ ไม่ใช่เล่นแบบธรรมดา
แต่เล่นแบบเอาจริงเอาจังเสียด้วย
ในวันหยุดสุดสัปดาห์คุณธรณินจะขับรถกลับจากชลบุรีมาหาครอบครัวผ่านมาทาง
Motor Way คุณธรณินให้ข้อสังเกตุว่า ถ้าแสงแดดส่องข้างหลัง
รู้สึกร้อนๆ ที่หลังทีไร อาการปวดศีรษะเป็นได้กำเริบหนักทุกที
กลายเป็นว่าสุดสัปดาห์ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน เพราะมัวแต่นอนปวดศีรษะอยู่ที่บ้าน
"ร้อนๆ
แล้วปวดศีรษะหรือเปล่าล่ะครับ" ผมชักจะติดใจประเด็นนี้ของคุณธรณินซะแล้ว
"ไม่ค่อยได้สังเกตุแฮะ จะว่าไปมันก็มีส่วนอยู่บ้างเหมือนกันนะครับ"
คุณธรณินตอบ ผมฟังแล้วก็ขอแมะชีพจรของคุณธรณินดู พร้อมกับขอดูลักษณะของลิ้นคุณธรณินด้วย
ในระหว่างที่แมะชีพจรของคุณธรณินไปผมก็ซักประวัติต่างๆ
เพิ่มเติมไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้ก็คือ ลักษณะชีพจรของคุณธรณินนั้นเต้นค่อนข้างแรง
โดยเฉพาะในตำแหน่งที่เป็นของธาตุตับนั้น ดูเหมือนว่าชีพจรจะเต้นแรงเป็นพิเศษ
ในขณะเดียวกัยอัตราการเต้นของชีพจรนั้นก็ค่อนๆ จะเร็วอยู่สักหน่อย
ลักษณะดังกล่าวตรงตามตำราแพทย์แผนจีนเลยว่า คุณธรณินเป็นคนที่มีธาตุไฟในตับคั่ง
ในระหว่างแมะชีพจรที่ผมซักประวัติเพิ่มเติมไปด้วย
ยิ่งซักผมยิ่งพบว่าคุณธรณินไม่ค่อยถูกกับอากาศร้อนนัก
เพราะไม่เพียงจะทำให้อาการปวดศีรษะกำเริบเท่านั้น แต่คุณธรณินไม่ชอบอากาศร้อนๆ
เอาเสียเลย เพราะมันทำให้เขาเหงื่อแตกมาก ขมปากขมคอ บางทีมีกลิ่นปากกลิ่นตัวมากด้วย
เวลาอ้าปากดูลิ้นก็พบว่าลิ้นของคุณธรณินแดงจัด และมีคราบเป็นฝ้าที่ลิ้นสีออกเหลืองๆ
หนาๆ ซึ่งบ่งบอกว่าธาตุไฟเกิน
เมื่อได้ข้อมูลเท่านี้
ผมจึงสรุปอย่างค่อนข้างมั่นใจว่าอาการปวดศีรษะของคุณธรณินนั้น
มาจากการที่มีธาตุไฟในตับเกินนั่นเอง การรักษาที่ควรให้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดธาตุไฟในตับลง
ซึ่งทำได้หลายวิธีตั้งแต่การปรับอาหารการกิน ไปจนถึงการใช้สมุนไพร
การฝังเข็ม และการทำ Blood letting
"ผมแนะนำให้คุณธรณินไปหัดอดล้างพิษด้วยตนเองแบบ
1 วันทุก 1 สัปดาห์ดูก่อน เพราะการอดล้างพิษที่อาศัยการกินผลไม้อย่างเดียวทั้งวันนั้น
เป็นการปรับธาตุให้เย็นลงได้ หรือถ้ามองในมุมมองของวิทยาศาสตร์แผนตะวันตก
การอดล้างพิษจะช่วยให้ตับสามารถขจัดเอาสารพิษอันเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะออกมาได้มากขึ้น
จนอาการปวดศีรษะสามารถคุมได้ในที่สุด" คุณธรณินรับปากว่าจะไปทำดู
"ส่วนวันนี้
ผมจะเริ่มทำการฝังเข็ม และทำ Blood letting ให้ด้วย เพื่อลดธาตุไฟในตับของคุณธรณินลงไปบ้าง"
"ครับ
ฝังเข็มน่ะพอรู้อยู่ เพราะแฟนผมเขาก็มาฝังเข็มเหมือนกัน
แต่ไอ้ Blood letting นี่มันคืออะไรกันครับหมอ ไม่เห็นแฟนผมเขาต้องทำเลยนี่นา"
"คืออย่างนี้นะ
หมอจะอธิบายให้ฟัง การทำ Blood letting เป็นเทคนิคการฝังเข็มวิธีหนึ่ง
นั่นคือเริ่มต้นฝังเข็มลงไปที่จุดฝังเข็มควบคุมธาตุของตับ
แล้วแทนที่จะคาเข็มเอาไว้นาน 20 นาที ผมจะถอนเข็มออกเลยทันที
เพื่อให้เลือดหยดซึมออกมาจากจุดฝังเข็ม การที่เลือดหยดซึมออกมา
เลือดในทางการแพทย์แผนจีนจะพาเอาธาตุหยางหรือธาตุความร้อนออกมาด้วย
เป็นการลดธาตุไฟในตับลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดี
ผมจะใช้ครอบแก้วลนไฟให้ร้อนก่อนที่จะครอบลงไป ทำให้ภายในครอบแก้วเป็นสูญญากาศ
ทำให้เลือดออกมาจากจุดฝังเข็มได้ดีขึ้น การรักษาก็จะมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น"

หลังจากที่ฝังเข็มและทำ
Blood letting เสร็จ ผมจึงให้คุณธรณินไปรับยาที่เคาน์เตอร์จ่ายยา
ส่วนผมก็นั่งเขียนบันทึกการรักษาอยู่ในห้องตรวจอีกสักครู่หนึ่ง
สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมๆ กับที่คุณธรณินโผล่หน้าเข้ามาถามว่า
"หมอครับ ทำไมสมุนไพรที่ผมได้ ไม่เห็นเหมือนกับที่แฟนผมได้เลยล่ะครับ?
ผมชักจะสงสัยแล้วสิว่าทำไมแฟนผมมารักษาด้วยเร่ืองปวดศีรษะไมเกรนเหมือนกัน
หมอกลับรักษาไม่เหมือนกันล่ะครับ"
"อ๋อ
คืออย่างนี้ครับ
แม้ว่าด้วยหลักการทางการแพทย์แผนตะวันตกจะวินิจฉัยออกมาว่าคุณและแฟนของคุณจะเป็นโรคไมเกรนเหมือนกัน
แต่ในทางการแพทย์แผนจีนแล้ว อาการปวดศีรษะไมเกรนของคุณกับแฟนคุณธรณินนั้นแตกต่างกันครับ
กรณีของคุณธรณินนั้นชัดเจนว่าอาการเป็นสืบเนื่องมาจากการที่มีภาวะธาตุไฟในตับเกิน
การรักษาทั้งฝังเข็ม Blood letting และยาสมุนไพรตัวนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดธาตุหยางของตับทั้งหมด"
"แต่ในส่วนของแฟนคุณธรณินนั้น
มาหาหมอด้วยอาการปวดศีรษะก็จริง แต่อาการประกอบกลับชี้บ่งไปทางภาวะพร่องของพลังไตเสียมากกว่า
เช่น เธอมีอาการหนาวง่าย ปัสสาวะบ่อย ปวดบั้นเอว และวิงเวียนศีรษะ
การรักษาด้วยการฝังเข็มและให้ยาสมุนไพรของเธอจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มพลังงานให้กับไตเป็นหลัก
ทำให้การเลือกใช้ยาสมุนไพรก็จะแตกต่างกันไปด้วย แถมการฝังเข็มบางจุดผมจะต้องทำการรมยาสมุนไพรโกฏจุฬารัมภาให้ด้วย
เพื่ออาศัยความอุ่นของสมุนไพรเข้าไปช่วยเสริมพลังไตที่พร่องไป
ส่วนการทำ Blood letting ในกรณีแฟนของคุณธรณินนั้นจะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเลย
จึงไม่ได้ทำให้"
"อ๋อ
อย่างนี้นี่เอง ผมก็เข้าใจว่าโรคไมเกรนเหมือนกันจะต้องรักษาเหมือนกันเสียอีก"
"ใช่แล้วครับ คนทั่วไปมักคิดเช่นนั้น ทั้งนี้โดยยึดเอาอาการแสดงทางกายภาพเป็นหลัก
แต่ในทางการแพทย์แผนจีนเราจำเป็นจะต้องให้การรักษาตามหลักการทางหยินและหยางซึ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งกว่าแค่อาการทางกายภาพครับ
และนี่คือสาเหตุที่หมอจีนจะต้องซักประวัติ แมะชีพจร
และดูลิ้นของผู้ป่วยประกอบกัน จึงจะให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้
ไม่ใช่สักแต่ว่าจ่ายยาสมุนไพรให้" ผมสรุป ส่วนผลการรักษาพบว่า
หลังจากนั้น 2-3 อาทิตย์ คุณธรณินก็สามารถควบคุมอาการปวดศีรษะให้หายสนิทไปได้ในที่สุด
หนังสือแนะนำ |
-
คู่มือบำบัดอาการ
ปวดศีรษะไมเกรน |
-
ปวดศีรษะหายได้ด้วย
การรักษาตนเอง |
-
โรคหายด้วยปลายนิ้ว |
| |
|
|
|
|
|