 |
บทความจากมติชน |
ฉบับที่
1413 ,14-9-50 |
นพ.บรรจบ
ชุณหสวัสดิกุล |
แต่ไหนแต่ไรน้ำมันมะพร้าวถูกตราหน้าว่าเป็นตัวเสี่ยงที่ทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดสูง
เริ่มจากความรู้ที่ว่าน้ำมันมะพร้าวมีปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวถึง
86% ซึ่งเป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดโคเลสเตอรอลสูงในเลือด
จากนั้นก็เกิดโรคหัวใจ อัมพาตตามมา
ดร.บรูซ
ไฟฟ์จากสถาบันวิจัยมะพร้าวของฟิลิปปินส์เริ่มให้ข้อคิดใหม่ๆในเรื่องนี้ว่า
"ในทางตรงกันข้ามมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นใน 40 ปีที่ผ่านมาว่าการกินน้ำมันมะพร้าวไม่ได้ทำให้โคเลสเตอรอลสูง"
เริ่มจากงานวิจัยของฮาชิมและคณะเมื่อปี 1959 เขาเติมน้ำมันมะพร้าวลงไปในอาหารถึง
21% ของแคลอรีรวมให้กับคนที่มีโคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว
ผลปรากฏว่าไม่ได้เพิ่มโคเลสเตอรอลของคนเหล่านั้น แต่ตรงกันข้ามมีอยู่
29 คนที่โคเลสเตอรอลลดลง(Hashim, S.A., et al. Effect
of mixed fat formula feeding on serum cholesterol level
in man. Am J of Clin Nutr 1959; 7:30-34)
ดร.ไฟฟ์วิเคราะห์ว่า
"เรื่องของปริมาณน้ำมันสมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าคนเราควรกินน้ำมันได้ไม่เกิน
30% ของแคลอรีรวม และในนั้นควรเป็นไขมันอิ่มตัวไม่เกิน
10% ดังนั้นการใช้น้ำมันมะพร้าวถึง 21% ให้กินก็ถือว่ามาก
แต่โคเลสเตอรอลกลับลดลง"
อย่างไรก็ดีมีข้อสังเกตว่างานวิจัยไม่ได้ให้ปริมาณไขมันเกิน
30% ของแคลอรีรวม
การวิจัยอีกชิ้นเป็นของ
บีเรนบวมและคณะซึ่งติดตามคน 100 คนที่มีประวัติโรคหัวใจเป็นเวลา
5 ปี คนเหล่านี้ควบคุมอาหารไขมันที่ 28% โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
ครึ่งหนึ่งของไขมันที่กิน(14%)ของกลุ่มทดลองเป็นไขมันประเภทใดประเภทหนึ่งใน
2 ประเภท ประเภทแรกกินน้ำมันข้าวโพดกับน้ำมันทานตะวัน
50/50 อีกประเภทหนึ่งกินน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันถั่วลิสง
50/50 พอเวลาผ่านไป 5 ปีก็พบว่าเลือดของคนทั้งสองกลุ่มล้วนมีระดับโคเลสเตอรอลลดลง
ได้ดีกว่ากลุ่มควบคุม (Bierenbaum, J.L., et al. Modified-fat
dietary management of the young male with coronary disease:
a five year report.JAMA 1967; 202:1119-1123)
มีข้อสังเกตว่า
งานวิจัยนี้มีน้ำมันมะพร้าวในปริมาณ 7% เท่านั้น
อีกงานวิจัยหนึ่งของไพรเออร์และคณะ
ตรวจโคเลสเตอรอลในเลือดของชาวเกาะโพลีนีเชียน 2 เกาะ ซึ่งชนพื้นเมืองเหล่านี้กินมะพร้าวมากอยู่แล้ว
มากกว่า 50% ของแคลอรีรวมในอาหารมาจากน้ำมันมะพร้าว พบว่าแม้จะกินน้ำมันมะพร้าวมากขนาดนั้นก็ไม่ปรากฏมีระดับโคเลสเตอรอลสูง(Prior,
I.A., et al. Cholesterol, coconuts and diet in Polynesian
atolls-a nutural experiment; the Pukupuka and Toklau
islands studies. Am J Clin Nutr 1981; 34: 1552-1561)
มีข้อสังเกตว่าชีวิตของชาวเกาะเหล่านี้คงไม่ถูกปนเปื้อนด้วยการกินอาหารตะวันตก
นมและผลิตภัณฑ์นมเนย ทั้งคงทำมาหากินแบบใช้เรี่ยวแรงสม่ำเสมอ
ดร.ไฟฟ์ได้วิจารณ์งานวิจัยชิ้นต่างๆในอดีตในสัตว์ทดลองที่ให้กระต่าย
ไก่ และหนูทดลองกินน้ำมันมะพร้าวแล้วเกิดภาวะโคเลสเตอรอลสูงไว้อย่างน่าสนใจว่า
น้ำมันมะพร้าวถูกตราหน้าว่าทำให้เกิดโคเลสอเตอรอลสูงก็ด้วยการทดลองในสัตว์ทดลองเหล่านี้แหละ
แต่เขามีข้อคิดว่า น้ำมันมะพร้าวที่ให้สัตว์กินนั้นไม่ใช่น้ำมันมะพร้าวธรรมชาติ
แต่เป็นสูตรที่ใช้ในห้องทดลอง ซึ่งสูตรอาหารประกอบด้วยไขมัน
โปรตีน แป้ง น้ำตาล และเส้นใย สัดส่วนของไขมันและน้ำตาลที่ให้แตกต่างจากที่สัตว์กินโดยธรรมชาติ
ดังนั้นสัตว์เหล่านั้นจึงเกิด "โรคคนทำ" ขณะเดียวกันกลไกการหมุนเวียนไขมันในสัตว์กับคนก็แตกต่างกัน
อย่างกรณีการใช้กระต่ายโดยธรรมชาติแล้วกระต่ายเป็นสัตว์กินหญ้า
เมื่อให้อาหาร "คนทำ" ย่อมเกิดภาวะผิดธรรมชาติขึ้นได้
การใช้หนูแฮมสเตอร์ซึ่งถ้าป้อนน้ำมันปลาให้มันกินก็จะเกิดภาวะโคเลสเตอรอลสูงได้เสียยิ่งกว่าการกินน้ำมันมะพร้าวเสียอีก
ถ้าเชื่องานวิจัยแบบนั้นก็ต้องตีความว่าน้ำมันปลาก็ทำให้คนเราไขมันเลือดสูงได้
งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งเป็นของอาห์เรนส์และคณะซึ่งเป็นหลักไมล์ที่ชี้นำความเชื่อว่ากินน้ำมันมะพร้าวทำให้โคเลสเตอรอลสูง
เขาป้อนอาหารควบคุมให้กับชนเผ่าบันตูในแอฟริกาใต้ โดยให้ไขมันผสมจำนวน
100 กรัม(ครึ่งถ้วย)แก่ผู้ถูกทดลอง เขาพบว่าน้ำมันมะพร้าวทำให้โคเลสเตอรอลสูง
ขณะที่น้ำมันข้าวโพดลดโคเลสเตอรอล เกี่ยวกับงานวิจัยนี้ดร.ไฟฟ์วิจารณ์ว่าน่าจะมีจุดที่ไม่ถูกต้อง
กล่าวคือ น้ำมันที่อาห์เรนส์นั้นไม่ใช่น้ำมันมะพร้าวธรรมชาติ
กล่าวคือเป็นน้ำมันที่ไฮโดรจีเนตแล้ว ผู้ถูกทดลองถูกจับให้กินน้ำมันมะพร้าวที่ถูกทำให้กลายเป็นไขมันอิ่มตัวทั้งหมดวันละครึ่งถ้วยทุกวัน
แน่นอนว่าการกินน้ำมันอิ่มตัวทุกชนิดย่อมทำให้โคเลสเตอรอลสูง
ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพดก็ตาม และจากงานวิจัยนี้ทำให้เกิดกระแสความเชื่อเรื่องผลร้ายของน้ำมันมะพร้าว
การทำไฮโดรจีเนตคือการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในกรดไขมันไม่อิ่มตัวให้กลายเป็นไขมันอิ่มตัว
ผลของกระบวนการนี้ให้เกิดภาวะเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์แก่ไขมัน
ทำให้มันจับตัวเป็นไขแข็ง ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ให้น้ำมันเกิดการบิดตัวทางโครงสร้างเรขาคณิตของโมเลกุล
คือเปลี่ยนจาก cis form เป็น trans form ในโลกสุขภาพทุกวันผู้รักสุขภาพจะได้ยินข่าวเรื่อง
ไขมัน trans fat ก่อให้เกิดโรคหัวใจ ไขมันสูง ไม่เฉพาะแต่น้ำมันที่ถูกทอดซ้ำๆในกระบวนผลิตอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ทำให้เกิด
trans fat เท่านั้น แม้กระทั่ง น้ำมันทานตะวันที่ถูกไฮโดรจีเนต
หรือน้ำมันถั่วลิสงที่รู้จักกันในนาม peanut butter ซึ่งเราเคยใช้ทาขนมปังกินกันนั้น
ก็เป็นน้ำมันที่ถูกเติมไฮโดรเจน กลายเป็นพิษภัยต่อสุขภาพ
หลังเดือนกันยายน 2000 น้ำมันสองชนิดหลังนี้ถูกขึ้นบัญชีดำในตารางอาหารของชาวอเมริกันไปเรียบร้อยแล้ว
ด้วยเหตุนี้ชนเผ่าบันตูในงานวิจัยของอาห์เรนส์น่าจะเป็นชนเผ่าแรกๆที่ถูกป้อนด้วยน้ำมัน
trans fat และเกิดโรคไขมันเลือดสูงและหลอดเลือดแข็งตัว
ข้อสรุปน่าจะเป็นอย่างนี้ มากกว่าการไปสรุปที่น้ำมันมะพร้าว
อีกประการหนึ่งสัตว์ทดลองของอาห์เรนส์เกิดโรคขึ้นเพราะภาวะขาดกรดไขมันจำเป็นด้วย
ดร.ไฟฟ์ได้ชี้ถึงความสำคัญของกรดไขมันจำเป็น
(essential fatty acid) ซึ่งได้แก่กรดไขมันโอเมก้า 3,
6 และ 9 (ได้แก่น้ำมันปลา น้ำมันพืชชนิดต่างๆ และน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันเมล็ดชา)
ว่ามีความสำคัญที่ทำให้คนเราสุขภาพดี ถ้าขาดกรดไขมันจำเป็นเหล่านี้ก็เกิดโรคได้
โมรินและคณะได้วิจัยอีกชิ้นหนึ่งให้สัตว์ทดลองกลุ่มที่หนึ่งกินอาหารขาดไขมันโดยไม่มีกรดไขมันจำเป็นเลย
กลุ่มที่สองกินอาหารที่มีกรดไขมันจำเป็นครบ เมื่อกินไป
16 สัปดาห์ก็ให้ทั้งสองกลุ่มหันมากินน้ำมันมะพร้าวไฮโดรจีเนต
ปรากฏว่าหนูกลุ่มแรกเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว ขณะที่หนูกลุ่มที่สองไม่เกิดโรคเลยแม้แต่ตัวเดียว(Morin,
R.J., et al. Effects of essential fatty acid deficiency
and supplementation on atheroma formation and regression.
J Atheroscler Res 1964; 4:387-396) ข้อสรุปชี้ให้เห็นว่าภาวะขาดกรดไขมันจำเป็นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรค
ถ้าเป็นเหตุเพราะน้ำมันมะพร้าวแล้ว ย่อมต้องเกิดโรคในสัตว์ทั้งสองกลุ่ม
เหล่านี้คือ
ข้อมูลและการตีความใหม่ๆว่าด้วยความเชื่อเรื่องน้ำมันมะพร้าวกับโรคไขมันและหัวใจหลอดเลือด
สำหรับคนไทยที่จะหันมานิยมน้ำมันมะพร้าวก็ต้องพิจารณาอย่างเป็นกลาง
นั่นคือกินอาหารไขมันไม่ให้ล้นเกิน คือกินอยู่แบบชาวเกาะ
แถมกินน้ำมันแบบหมุนเวียนหลากหลาย หลีกเลี่ยงน้ำมันทอดซ้ำไม่ใช่ว่าเห่อกินน้ำมันมะพร้าวแล้วยังคงกินฟาสต์ฟู้ด
ดื่มนม กินอาหารตะวันตกอย่างมูมมาม แถมไม่ออกกำลังกาย
แล้วจะหวังว่าจะมีของวิเศษหล่นมาจากยอดมะพร้าว มาช่วยให้คุณอยู่รอดปลอดภัยได้
หนังสือแนะนำ |
-
กินข้าวกล้อง
ไม่ต้องกินยา |
-
หัวใจดี 22 วิธีใหม่ |
-
ล้างพิษ 30 วันไขมันลด |
| |
|
|
|
|