บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
สมการสุขภาพที่คนไทยควรรู้ (2)
นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล
เอาล่ะ วันนี้เราจะมาต่อกันด้วยสมการสุขภาพเกี่ยวกับ เรื่องอ้วนๆ และไขมันกันต่อ จากคราวที่แล้วที่ผมได้นำเสนอสมการสุขภาพไปรวมแล้ว 3 สูตร นั่นคือ

สูตร ส่วนสูงเป็นเซนติเมตร - น้ำหนักตัว

สูตร คำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือ ค่า BMI

สูตร การหา เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย หรือ %Body fat

ใครที่สามารถผ่านด่านการคำนวณทั้ง 3 ด่านมาได้แล้วมักจะถือว่าผ่านเกณฑ์สุขภาพดีหุ่นดีแล้วล่ะ แต่ปริมาณไขมันที่มีสะสมอยู่ในตัวนั้น ถ้าสะสมในตำแหน่งที่ต่างกัน ก็ยังมีผลต่อสุขภาพที่ต่างกันอยู่ดี วันนี้เราจะมาพูดถึงค่าอีกค่าหนึ่งกันนั่นก็คือ ค่าไขมันภายใน หรือ Visceral fat

อย่างที่เราทราบกันดีว่า คนที่อ้วนน้ำหนักเกินนั้นมักจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ผอม แต่ก็เกิดคำถามตามมาเหมือนกันว่า คนที่ไม่อ้วนมากแต่ลงพุงล่ะ? คนพวกนี้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่?

จากการวิเคราะห์และวิจัยกันมาอย่างยาวนาน เดี๋ยวนี้นักวิทยาศาสตร์สังเกตพบโรคกลุ่มหนึ่งที่มักจะไปด้วยกันเป็น Package กล่าวคือ โรคกลุ่มนี้คนที่เป็นโรคใดโรคหนึ่งแล้ว มักจะได้โรคอื่นๆ ในกลุ่มนี้แถมไปด้วยเหมือนซื้อ Package มือถือโทรคุ้มยังไงก็ยังงั้น โรคกลุ่มนี้ได้แก่

1. โรคอ้วนแบบลงพุง
2. โรคเบาหวาน
3. โรคไขมันในเลือดสูง
4. โรคความดันเลือดสูง
5. โรคหัวใจและหลอดเลือด

ทั้งกลุ่มนี้ถึงไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ เป็นชาวบ้านร้านตลาดเขาก็รู้กันทั่วว่า คนไหนที่ตรวจ พบว่าเป็น อีกไม่นานก็จะตรวจพบอีก 2-3 โรคด้วย เรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนกันไม่รู้จักจบจักสิ้นซะที

ชื่ออย่างเป็นทางการของโรคกลุ่มนี้เราเรียกว่า Metabolic Syndrome ซึ่งจะแปลว่าอะไรก็ช่างเถอะ แต่โดยรวมแล้วพบว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะพบร่วมกันก็คือการที่ผู้ป่วยมีการสะสมไขมันที่อวัยวะภายใน (Visceral Fat) หรืออวัยวะในช่องท้องมากเป็นพิเศษ ใครที่นึกไม่ออกให้นึกถึงมันเปลวเวลาเรากินเครื่องในหมูนั่นแหละ ในคนพวกนี้มักมีมันเปลวมากเป็นพิเศษ

มันเปลวนี้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากไขมันเซลลูไลต์ตามต้นขาก็คือ มันจะถูกย่อยสลายออกมาเป็นไขมันในเลือดได้ง่าย ทำให้บางทีไปอุดตันหลอดเลือดให้เราเดือดร้อนขึ้นมาได้ ในขณะที่ไขมันตามต้นขาต้นแขนนั้นไม่ค่อยจะละลายหลุดออกมา จนสาวๆ หลายคนบ่นว่าลดน้ำหนักแทบตายจนพุงเริ่มแฟบแล้ว แต่เจ้าไขมันตามต้นขานั้นยังไม่กระดิกซักเท่าไหร่ ซึ่งมองในทางตรงกันข้าม ไขมันตามต้นแขนต้นขาไม่ค่อยจะละลายออกมาอุดตันหลอดเลือดให้เป็นปัญหาสักเท่าไหร่

นอกจากนี้ จากความรู้ที่ว่า ถ้าผู้ชายอ้วน มักจะอ้วนแบบลูกแอปเปิล หรืออ้วนลงพุง แต่สำหรับผู้หญิงถ้าอ้วนจะอ้วนแบบลูกแพร์ หรืออ้วนจากไขมันที่ต้นขา จึงพบอุบัติการณ์ที่ว่า คนเพศชายโดยเฉลี่ยมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนเพศหญิง

ดังนั้นจึงมีการคิดกันว่า ถ้าหากเราสามารถตรวจหาปริมาณไขมันภายในหรือ Visceral Fat ได้ ก็จะพอทำนายถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้ ซึ่งในงานวิจัยเขาทำกันถึงขั้นเอาผู้ถูกทดลองเข้าไป X-ray คอมพิวเตอร์เพื่อดูชั้นไขมันเปลวกันเลยทีเดียว

แต่ในทางปฏิบัติ สำหรับคนทั่วไปคงสิ้นเปลืองกันไม่น้อยถ้าจะทำ X-ray คอมพิวเตอร์ราคาหลายพันบาทเพื่อที่จะรู้แค่ว่ามันเปลวเยอะแค่ไหน จึงมีการคิดวิธีการกะประมาณปริมาณไขมันภายในแบบง่ายที่คนทั่วไปทำได้ออกมา และเมื่อนำวีธีการวัดง่ายๆ นี้ไปทำงานวิจัยก็พบว่ามีความสามารถในการทำนายความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้แม่นยำในระดับหนึ่ง และนี่คือที่มาของสมาการสุขภาพ "วัดรอบเอว" นั่นเอง

สมการ

ผู้หญิงรอบเอว > 31 นิ้ว เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ชาย > 36 นิ้ว เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

วิธีการวัดและแปลผล วิธีการวัดให้ได้ค่าที่ถูกต้องมีความสำคัญพอสมควร เพราะถ้าเราวัดพุงต่ำหรือสูงเกินไปก็อาจจะได้ค่าที่น้อยเกินความเป็นจริง ดังนั้นหลักเกณฑ์ของการวัดรอบเอวนี้ จะทำการวัดโดยใช้สายวัดพาดผ่านตรงกลางสะดือ โดยให้ระดับสายวัดอยู่ในแนวระนาบ วัดสัก 2-3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย จึงจะได้ค่าที่ถูกต้องออกมา

ส่วนการแปลผลนั้นค่อนข้างจะตรงไปตรงมาครับ นั่นคือถ้าผู้หญิงคนใดรอบเอวมากกว่า 31 นิ้ว ผู้ชายคนใดรอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว บุคคลคนนั้นเป็นคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากเป็นพิเศษครับ

หนังสือแนะนำ
- ธรรมชาติบำบัดบัด
พันธุ์แท้1
- ธรรมชาติบำบัดบัด
พันธุ์แท้2