สมการสุขภาพที่คุณควรรู้
(4)
นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล
ใน
2 ตอนแรกเราเล่ากันไปเกี่ยวกับสมการทีละสูตรบ้างสองสูตรบ้างจนจบเรื่องการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องอ้วนๆ
ผอมๆ กันไปแล้ว คราวนี้เรามาว่ากันต่อเรื่องสมการสุขภาพเกี่ยวกับการออกกำลังกายกันบ้างดีกว่า
การออกกำลังกายนั้นถ้าทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและสม่ำเสมอ
ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่เรียกว่า
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก แต่ว่าในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว
มีวิธีคำนวณหรือไม่ว่า คนแต่ละคนควรที่จะออกกำลังกายหนักหน่วงแค่ไหน?
คำตอบก็คือ มีครับ แต่ค่อนข้างจะเป็นสูตรคร่าว ๆ และซับซ้อนพอควร
เรามาดูกันเลยว่าสูตรเหล่านี้มีวิธีคิดกันอย่างไร
สูตรอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด
อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด
(Maximum Heart Rate) = 220-อายุ
ความหมายของสูตรนี้
คิดโดยสามัญสำนึกก็คือ เมื่อเราออกกำลังกายให้หัวใจทำงานหนักและเต้นเร็วเต้นแรงขึ้น
เราะพบว่า คนอายุน้อยหัวใจจะมีความสามารถที่จะเต้นเร็วได้มากกว่าคนแก่
ซึ่งแปลไทยเป็นไทยได้อีกทีว่า เอาคนแก่กับคนหนุ่มมาวิ่งแข่งด้วยความเร็วเท่ากัน
หัวใจของคนทั้งสองเต้นเร็วขึ้นเท่าๆ กัน หัวใจคนหนุ่มยังรู้สึกเฉยๆ
แต่หัวใจคนแก่จะวายซะแล้วเพราะสังขารไม่ให้
ประมาณกันว่าเมื่อแรกคลอดเด็กที่เกิดขึ้นมาอายุ
1 วันโดยเฉลี่ยหัวใจจะมีความสามารถในการเต้นได้สูงสุด
220 ครั้ง/นาที โดยที่หัวใจไม่วาย แต่เมื่ออายุของเด็กเหล่านั้นมากขึ้นทุกๆ
1 ปี ความสามารถในการเต้นของหัวใจจะลดลง 1 ครั้ง/นาที
นั่นคือเมื่อเด็กอายุได้
1 ขวบ หัวใจของเขาจะเต้นได้เร็วที่สุด 220 -1 = 219 ครั้ง/นาที
โดยที่หัวใจไม่วาย เมื่ออายุได้ 2 ขวบ หัวใจของเขาจะเต้นได้เร็วที่สุด
220-2 = 218 ครั้ง/นาที โดยที่หัวใจไม่วาย สำหรับคนอายุ
20 ปี หัวใจของเขาจะเต้นได้เร็วที่สุด 220-20 = 200 ครั้ง/นาที
นั่นคือที่มาของสูตรคำนวณ
Maximum Heart Rate = 220 - อายุ นั่นเอง และจากการทดลองแทนค่าอายุลงไปเล่นๆ
เราจะพบว่า
คนแก่อายุ
100 ปี หัวใจของเขาจะสามารถเต้นได้เร็วแค่ 120 ครั้ง ก็จะหัวใจวายได้ง่ายๆ
ในขณะที่คนอายุ
20 ปี หัวใจของเขาสามารถเต้นได้เร็วถึง 200 ครั้ง การที่ออกกำลังกายเท่าๆ
กับคนแก่อายุ 100 ปีจนหัวใจเต้นเร็ว 120 ครั้ง หัวใจของคนหนุ่มก็ยังรู้สึกสบายๆ
ไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่
อัตราการเต้นของหัวใจเมื่อออกกำลังกายแบบแอโรบิก
จากอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดหรือ
Maximum Heart Rate เราก็จะนำมาคำนวณต่อเพื่อหาอัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสมของคนแต่ละวัย
ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกนั้นส่งผลดีต่อร่างกายเรามาก
แต่ถ้าออกกำลังกายอย่างหักโหมจนเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว
ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน แล้วออกกำลังหนักแค่ไหนจึงจะพอเหมาะล่ะ
สมการสุขภาพเขาให้คำนวณดังนี้ครับ

ทั้งนี้โดยไอเดียของสูตรก็คือ
เวลาออกกำลังกายคงไม่มีใครที่ออกกำลังกายมากๆ จนหัวใจของตนเองเต้นเร็วจนเกือบสุด
เช่น คนที่อายุ 20 ปี คงไม่ออกกำลังกายจนหัวใจขึ้นไปเฉียดๆ
200 ครั้ง/นาที ใกล้ๆ หัวใจจะวาย เกิดวิ่งๆ ออกกำลังกายอยู่แล้วโดนรถบีบแตรใส่
หัวใจเต้นเร็วขึ้นไปเป็น 201 ครั้ง/นาที หัวใจวายตายขึ้นมาคงไม่สนุก
ดังนั้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกจึงเอาแค่
60% ของ Maximum Heart Rate ก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นการออกกำลังกายของคนอายุ
20 ปี จึงควรออกกำลังกายให้หัวใจเต้นเร็วประมาณ (220-20)
x 60 / 100 = 120 ครั้ง/นาที ก็นับว่าเพียงพอที่จะทำให้เกิดการออกกำลังกายแบบแอโรบิกได้แล้ว
นอกจากนี้
ข้อแตกต่างระหว่างการออกกำลังกายแบบแอโรบิกกับการออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิกก็คือ
การออกกำลังกายแบบแอโรบิกจะใช้ไขมันมาร่วมในการเผาผลาญด้วย
เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิกที่ใช้แต่ไกลโคเจนและฟอสโฟครีเอทีนเป็นหลัก
ดังนั้นในบางทีเราจะเรียกรูปแบบของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกว่าการเบิร์น
(Burn) ซึ่งก็คือการ Burn Fat หรือการออกกำลังกายที่เน้นการเผาผลาญไขมันนั่นเอง
จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่อะไร แท้ที่จริงก็คือการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว
60-70% Maximum Heart Rate นั่นเอง
ยิ่งบางคนอยากให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงขึ้นไปอีก
ก็จะออกกำลังกายให้หนักขึ้นไปอีกให้หัวใจเต้นเร็วถึงระดับ
80% Maximum Heart Rate หรือเรียกหรูๆ เป็นคำศัพท์ละตินว่า
Cardio นั่นเอง ดังนั้นไปเจอเทรนเนอร์ที่ไหนบอกว่าที่ฟิตเนสนี้พิเศษมีโปรแกรมออกกำลังกายแบบเบิร์นหรือคาร์ดิโอ
ก็ให้รู้กันว่าก็คือการออกกำลังกายแบบแอโรบิกแบบหนึ่งน่ะแหละ
พวกเราก็ไปเบิร์นหรือไปคาร์ดิโอกันเองที่สวนสาธารณะที่ไหนเองก็ได้
ได้ผลเหมือนกัน
หนังสือแนะนำ |
-
สวยใน 3 นาที |
-
กับดักสุขภาพ 11 ประการ |
-
ลดน้ำหนัก |
| |
|
|
|
|
|