บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 127:01-15 ก.ย.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 01 กันยายน 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: ทัวร์สุขภาพบัลวี - เวียงพิงค์ กินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายเสริมสุขภาพ แอโรบิกในน้ำ วันที่ 23-25 ตุลาคม 2551 โทร.02-615-8822
 
     
 
กับดักสุขภาพ 11 ประการ กับ กลลวงอนามัย 12 ข้อที่ไทยควรรู้

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

คุณรู้จัก กับดัก ไหม กับดักก็คือเครื่องล่อให้สัตว์หลงเดินเข้าไป แล้วก็ต้องหลวมตัวถูกจับเอาไว้ กับดักสุขภาพ ก็เช่นกัน คือเรื่องราวของความเชื่อทางสุขภาพที่ผิดๆ แล้วหลงเชื่อปฏิบัติกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายเสียแล้ว พลอยเสื่อมสุขภาพไปสุดๆ หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ผลดีกับสุขภาพสมดังที่ตั้งใจปฏิบัติซะแทบแย่

เมื่อปีที่แล้วผมเคยเรื่องกับดักสุขภาพไป 10 เรื่อง รู้สึกผู้คนให้ความสนใจ หลายคนนำไปโพสต์ขึ้นเน็ตส่งต่อๆกัน ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเผยแพร่ ก็เลยตั้งใจว่าจะรวบรวมกับดักสุขภาพ 10 ประการเดิม บวกกับข้อใหม่อีกบางข้อ จัดพิมพ์เป็นเล่มให้อ่านกัน อนึ่งตอนนี้ก็เข้าปีใหม่แล้ว ก็เลยขอถือโอกาสรวบรวม กลลวงอนามัย 12 ข้อที่ไทยควรรู้ มาเล่าสู่กันฟัง รับปีใหม่

กลลวงอนามัย ประการที่ 1 ไม่กล้ากินแก้วมังกร เพราะกลัวสารก่อมะเร็ง

มีงานวิจัยเล็กๆชิ้นหนึ่ง บอกว่าเม็ดสีดำๆของแก้วมังกรมีสารพิษอยู่ คล้ายสารก่อมะเร็ง แต่ท่านผู้เผยแพร่เรื่องนี้ก็บอกแถมท้ายไว้ว่า "...แต่แก้วมังกรกินดีนะ" คำพูดของนักวิชาการท่านนั้นจบเพียงแค่นั้น ตีความให้พอเข้าใจก็คือ ท่านต้องการพูดเป็น 2 นัย ให้คนเรารู้จักความเป็นสองด้านของสรรพสิ่ง แต่ดูเหมือนท่านจะบอกตอนท้ายทำนองว่า เมื่อชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว แก้วมังกรน่ะ...กินดี

แต่ผลปรากฏว่า คนเราฟังไม่ได้ศัพท์จับเอาไปกระเดียด พลอยลือกันไปใหญ่ว่า แก้วมังกรกินแล้วจะกลายเป็นมะเร็ง เรื่องนี้หนักหนาสาหัสกระทั่งว่าชาวสวนแก้วมังกรแถวภาคเหนือในระยะนั้น ขายผลิตผลไม่ออก ถึงขั้นต้องฟันต้นแก้วมังกรทิ้งเป็นสิบๆไร่ เพราะผลิตผลเหลือไว้ก็มีแต่จะเน่าเสีย

มีคนถามผมในงานบรรยายบ้าง เวลาออกโทรทัศน์บ้าง ถามเข้ามาบนเว็บบอร์ดก็มี ทำนองว่า "ตกลงแล้วมังกรกินดีหรือไม่ดีกันแน่" ผมก็เฝ้าวนเวียนตอบหลายครั้งหลายหน จนตอนนี้ต้องยกเอาประเด็นนี้ขึ้นมาเป็น กลลวงอนามัยประการที่ 1 ไปซะแล้ว

คำตอบในเรื่องนี้ก็คือ กินดีแน่นอน และให้สบายใจด้วยว่า ถ้าแก้วมังกรมีสารพิษขนาดก่อมะเร็งได้จริง ป่านฉะนี้คนเวียดนามทั้งประเทศก็คงตายไปด้วยมะเร็งไปครึ่งค่อนประเทศแล้ว เพราะเป็นผลไม้พื้นเมืองของเขา และกินกันทั่วประเทศ

พึงรู้อย่างหนึ่งว่า งานวิจัยในห้องแล็บกับความเป็นจริงของชีวิตชาวบ้าน บางทีมันก็คนละเรื่องกันงานวิจัยในหลอดทดลองแม้ว่าจะพิสูจน์มีสารพิษบางอย่างในของกินบางชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าในทางเป็นจริงกินเข้าไปแล้วจะเกิดผลอย่างนั้นจริงๆ เพราะบางกรณีปริมาณที่กินกันจริงๆ กับปริมาณที่เขาสกัดเข้มข้นไปวิจัยในหลอดทดลอง ปริมาณของสารก็อาจจะห่างกันลิบลับ จนในชีวิตจริงเราไม่อาจกินเข้าไปในปริมาณมากขนาดนั้นจนเกิดอันตรายได้

พูดถึงสารพิษในอาหารที่กิน จะยกตัวอย่างอีกกรณีคือ เมล็ดแอปเปิล มีงานวิจัยบางชิ้นบอกว่า เมล็ดแอปเปิลก็มีสารไซยาไนด์ เป็นยาพิษเช่นเดียวกัน แต่ทำไมเรากินได้ เพราะเราไม่ได้กินเมล็ดของมัน หรือบางทีผ่าเฉียดๆไป กินเมล็ดเข้าไปสัก ? เมล็ด ก็ไม่น่าจะเป็นอันตราย

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเมล็ดแอปปริคอต ก็มีไซยาไนด์เช่นเดียวกัน มีวันหนึ่งฝรั่งนายหนึ่งเดินเข้ามาหาผมที่คลินิก ในมือกำเมล็ดแอปปริคอตมาแบให้ผมดู ถามว่าจะซื้อปริมาณเยอะๆได้ที่ไหน เขาต้องการซื้อเพื่อเอาไปกินรักษามะเร็ง ผมบอกให้เขาซื้อแถวตลาดเก่า เขาบอกว่า "...ไปดูมาแล้ว ไม่มีหรอก"

"ทำไมกินไซยาไนด์รักษามะเร็งด้วยเล่า…" ผมถามเพราะเคยรู้มาอย่างนี้เหมือนกัน คำถามนี้หวังเอาอิฐไปล่อหยก

"อ้าว...ก็เขารู้กันมานานแล้วว่า ไซยาไนด์จำนวนน้อยๆ จะไปเกาะที่ผนังเซลล์ ไปเปิดประตูให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำตาลในเซลล์ เหตุเพราะว่า เซลล์กำลังจะเป็นมะเร็งมีสภาพต่างจากเซลล์ปกติ เพราะผนังเซลล์ของมันอยู่ในสภาพเฉื่อย จึงปล่อยให้กลูโคสซึมผ่าน แต่ไม่ปล่อยให้ออกซิเจนซึมผ่าน เซลล์จึงอยู่ในสภาพขาดออกซิเจน กระบวนการสร้างพลังงานในเซลล์ที่จะเป็นมะเร็งจะเปลี่ยนมาใช้กระบวนการ อนากาศ (anaerobics) คือ ไม่ใช้ออกซิเจน เป็นกระบวนการหมักซึ่งจะเกิดกรดแล็กติกขึ้นมาแทน กรดนี้ทำให้ภายในเซลล์กลายเป็นกรดขึ้นทุกที ทำลายดีเอ็นเอกลายเป็นมะเร็ง และเอนไซม์ในเซลล์จะแตกถุงลัยโซโซมออกมาทำลายตัวเอง พลอยแพร่พิษเข้าเซลล์ตัวต่อไป..." เขาพูดซะยาวเฟื้อย แปลว่าเราเจอกันคนมีความรู้เข้าแล้ว

"...พอกินไซยาไนด์จำนวนน้อยเข้าไป หมู่ CN จะเกิดขั้วไดโพลอยู่ที่ผนังเซลล์ ช่วยให้เกิดการซึมผ่านออกซิเจนได้ดีขึ้น จึงแก้สถานการณ์ของเซลล์ที่กำลังจะกลายเป็นมะเร็งให้กลับตัวกลับใจได้"

ทราบเพิ่มเติมมาด้วยว่า ขณะนี้ประเทศออสเตรเลียสั่งกักไม่ให้นำเมล็ดแอปปริคอตออกนอก กลายเป็นว่าเขากำลังจะผลิตสารพิษให้เป็นทางเลือกรักษามะเร็งอีกทางหนึ่ง

ย้อนกลับมาเรื่องแก้วมังกร จึงขอยืนยันความปลอดภัยในการบริโภคอย่างปกติ เพราะคงไม่มีใคร่แค่นไปกินเฉพาะเมล็ดของมันเป็นกอบเป็นกำ แก้วมังกรนั้นกินวันละ 1 ผลโตๆทุกวัน ช่วยการขับถ่ายได้ดีมาก

กลลวงอนามัยประการที่ 2 ไม่กล้าดื่มนมถั่วเหลือง เพราะเด็กผู้ชายจะกลายเป็นกระเทย แถมก่อมะเร็งอีกต่างหาก

สงครามผลประโยชน์กำลังเกิดขึ้นอย่างไร้พรมแดน ตัวอย่างสำคัญคือสงครามระหว่างธุรกิจนม กับธุรกิจนมถั่วเหลือง เป็นที่รู้กันมากขึ้นทุกทีแล้วว่าผลิตภัณฑ์นมวัวไม่ได้ดีต่อสุขภาพอย่างที่คิด เพราะนมวัวมาจากสัตว์ จึงมีกรดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลมาก แม้แต่นมพร่องไขมันก็เอาไขมันออกครึ่งเดียว ที่เหลือก็ยังก่อผลไม่ดีต่อสุขภาพได้ จึงเป็นที่รู้กันว่าการดื่มนมวัว แม้กระทั่งนมพร่องไขมัน และแม้แต่โยเกิรต์นมเปรี้ยวเพิ่มความเสี่ยงต่อไขมันเลือดสูง โรคอ้วน โรคหัวใจ และไม่ควรประมาทแต่กระทั่งโยเกิร์ตเพราะมีแคลอรี 160-190 กิโลแคลอรีต่อกล่อง แปลว่ากินเข้าไปแล้วต้องวิ่งจ็อกกิ้งสัก 45 นาทีจึงจะเผาผลาญได้หมด โยเกิร์ตจึงไม่ได้ใช้เพื่อลดน้ำหนักได้

นมวัวยังเป็นเหตุของภูมิแพ้ในคนเอเชียที่แพร่ระบาดร้ายแรงกว่าโรคหวัดนก และการประชุมปี 1997 ของกองทุนวิจัยมะเร็งโลกและสถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกาก็ระบุว่า นมวัวเป็น probable factor ที่ทำให้คนเราเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ กับมะเร็งต่อมลูกหมาก ธุรกิจนมจึงมียอดขายตกลงทุกทีขณะที่นมถั่วเหลืองเข้ามาเป็นตัวแข่งขันที่น่ากลัว นมถั่วเหลืองชูงานวิจัยว่า ถั่วเหลืองมีสารคล้ายฮอร์โมนชื่อ ฟัยโตอีสโตรเจน ช่วยยับยั้งมะเร็งเต้านมได้ แถมช่วยเสริมฮอร์โมนเพศหญิงทำให้ไม่มีอาการวัยทอง

แต่สมัยนี้สงครามธุรกิจต้องแนบด้วยข่าวปล่อย เดี๋ยวนี้ลือกันด้วยอินเตอร์เน็ต มีข่าวปล่อยกันมาว่า กินถั่วเหลืองมากจะทำให้ผู้ชายกลายเป็นกระเทย เพราะอาศัยความรู้ที่ว่ามันมีฮอร์โมนฟัยโตอีสโตรเจนอยู่ ไปเสริมฮอร์โมนเพศหญิง ตอนหลังเริ่มมีการอ้างงานวิจัยในหนูทดลองอีกด้วย นี่ก็เป็นกลลวงอนามัยที่แยบยลเอามากๆ

ความจริงฮอร์โมนในคนเราทั้งชายทั้งหญิงมีสารวัตถุดิบตัวเดียวกัน เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายคอเลสเตอรอลนั่นเอง ในผู้หญิงพอได้วัตถุดิบนี้เข้าไปก็เอาไปใช้ทางความเป็นหญิง ในผู้ชายถ้าได้เข้าไปก็ไปสร้างความเป็นชาย เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องปริวิตก เด็กผู้ชายที่ดื่มนมถั่วเหลืองก็จะไปเสริมสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ ไม่ได้มีการกลับเพศแต่อย่างใด

โธ่...คิดดูง่ายๆ คนญี่ปุ่นกินถั่วเหลืองตั้งเยอะแยะ อยู่ในอาหารเต้าหู้และมิโซะของเขา ถ้ากินแล้วเป็นกระเทยไปหมด สงครามมหาเอเชียบูรพาคงไม่เกิดขึ้น เพราะเหล่าซามูไรของกองทัพลูกอาทิตย์อุทัยเป็นกระเทยกันถ้วนหน้า

หนังสือแนะนำ
- กับดักสุขภาพ 11 ประการ
- นมมัจจุราชเงียบ
- สวยใน 3 นาที