ว่ากันแล้วก็ขอว่ากันต่อให้จบ
ทั้งเรื่องของความอ้วนความผอม ปริมาณไขมันหน้าท้อง ไล่ไปจนถึงการออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน
คราวนี้สมการสุขภาพของเราจะมาพูดถึงสูตรคำนวณหาไขมันในเลือดกัน
เชื่อว่าเกือบทุกคนที่อายุมากกว่า
30 ปีขึ้นไป จะต้องเคยเจาะเลือดตรวจร่างกายประจำปีกันมาไม่มากก็น้อย
และค่าเลือดตัวหนึ่งที่มีการเจาะกันจนเป็นมาตรฐานก็คือ
ค่าไขมันในเลือดนั่นเอง
ค่าไขมันในเลือดประกอบไปด้วยไขมันชนิดต่างๆ
ถ้าจะตรวจวัดกันให้หมดก็มักจะมี 4 ตัวนั่นคือค่า Cholesterol,
Triglyceride, LDL และ HDL สำหรับคนทั่วไปจะรู้สึกงงว่าทั้ง
4 ตัวคืออะไรก็ไม่รู้
ทั่วไปแล้ว
Cholesterol เป็นไขมันที่ชาวบ้านชาวช่องรู้จักกันดีที่สุดในบรรดาทั้ง
4 ตัว เพราะมันถูกบอกว่าถ้ามีมากเกินไปในกระแสเลือด คือมากเกินกว่า
200 mg/dl ก็จะไปตกตะกอนอุดตันเส้นเลือดให้เราเป็นโรคหัวใจ
อัมพฤกษ์ อัมพาต มันจึงถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสุขภาพ
อาหารสุขภาพหลายๆ ตัวจึงต้องออกมาโฆษณากันว่าไม่มี Cholesterol
ยิ่งยุคหลังๆ นี้คนกลัว Cholesterol กันมากขึ้น แพทย์บางท่านจึงเริ่มจ่ายยารักษาไขมันในเลือดด้วยเกณฑ์ที่ต่ำกว่า
200 mg/dl ก็มี
ไขมันตัวที่ทั่วไปรู้จักกันรองลงมาก็คือ
Triglyceride ซึ่งเป็นไขมันที่มีลักษณะเป็น 3 ง่าม ที่แต่ละง่ามเอาไว้เป็นที่เกาะของกรดไขมันที่มีลักษณะสายโซ่ยาวๆ
อีกทีหนึ่ง Triglyceride แต่เดิมเชื่อกันว่าถ้ามีมากจนเกินไปก็จะตกตะกอนอุดตันเส้นเลือดได้เช่นเดียวกับ
Cholesterol ในทางการแพทย์จึงไม่อยากให้คนป่วยมีไขมัน
Triglyceride นี้เกิน 160 mg/dl
แต่ด้วยความรู้ที่มากขึ้นเกี่ยวกับโรคอ้วนลงพุง
(Metabolic Syndrome) ที่พบว่าเฉพาะคนที่มีปัญหาความเสี่ยงที่จะเป็นโรคในกลุ่มนี้เท่านั้นที่
Triglyceride จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง แต่ไม่มีภาวะเบาหวาน
ไม่มีภาวะลงพุง แพทย์บางรายก็เริ่มหยวนๆ ที่จะอนุญาตให้มีระดับ
Triglyceride ที่มากกว่านี้ แต่ถ้ามีเบาหวานอยู่ล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง
Triglyceride จะต้องถูกควบคุมให้เนีhยบเลยทีเดียวเชียว
มาถึงผู้ร้ายตัวที่สาม
LDL อาจเป็นชื่อที่คนไม่ค่อยคุ้นกันนัก เพราะเข้าใจยาก
แต่อธิบายให้ง่ายหน่อยก็ขอบอกว่า LDL คือฟองไขมันที่ลอยไปลอยมาในกระแสเลือดนั่นเอง
และทุกครั้งที่มันกลิ้งไปสัมผัสกับเส้นเลือดก็อาจจะเกาะติดกับหลอดเลือดและตกตะกอนได้เช่นกัน
ดังนั้น การมี LDL ในเลือดมากเกินไป คือมากกว่า 150 mg/dl
นั้น ก็เป็นความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
คราวนี้ก็มาถึงคราวของ
HDL กันบ้าง HDL เป็นไขมันที่คนทั่วไปเข้าใจบทบาทของมันผิดๆ
เยอะที่สุด โดยเหมารวมไปกับพวกไขมันตัวอื่นๆ ว่าเป็นสาเหตุของโรคไขมันในเลือดสูง
แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่
จะว่าไปแล้ว
HDL นั้นเหมือนรถเก็บขยะที่คอยเก็บขยะไขมันในหลอดเลือดของเราไปทิ้งดีๆ
นี่เอง ดังนั้นการที่คนเรามีค่าของ HDL สูงๆ กลับเป็นเรื่องที่ดีๆ
ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดให้เราได้
บางทีหมอบางท่านก็มักจะเรียกชื่อเล่นของไขมัน HDL ว่า
"ไขมันตัวดี" ให้พวกเราเข้าใจถึงบทบาทของมันได้ง่ายๆ
เวลาที่เราได้รับผลเลือดมาจากแพทย์หรือโรงพยาบาลที่เราไปตรวจเลือด
เราอาจจะเห็นแต่ตัวเลขของแต่ละตัว แต่เชื่อหรือไม่ว่าในบรรดาค่าของไขมันทั้ง
4 ตัวที่เจาะมา บางตัวก็ไม่ใช่ค่าที่เจาะวัดได้จริงๆ แต่เป็นค่าที่คำนวณและประมาณค่ามาให้
โดยส่วนใหญ่แล้วค่าของไขมันที่เจาะได้จากเลือดของเราที่เป็นการเจาะวัดกันจริงๆ
จะมี Cholesterol, Triglyceride และ HDL เป็นหลัก ส่วนค่าของ
LDL นั้น ในกรณีที่ค่าของ Triglyceride เกิน 400 mg/dl
นั้น สามารถคำนวณหาค่า LDL ได้จากสูตร
LDL = Cholesterol
- (Triglyceride/5 + HDL)
ทั้งนี้เพราะถือว่าค่า
Cholesterol ทั้งหมด เกิดจากค่าของ VLDL, HDL และ Triglyceride
บวกกัน แต่เนื่องจากในช่วงที่ค่า Triglyceride ไม่มากเกิน
400 mg/dl นั้น สัดส่วนของ VLDL จะมีประมาณ 1 ใน 5 ของค่า
Triglyceride เมื่อเราอยากรู้ค่า LDL จึงสามารถคำนวณย้อนกลับโดยเอาค่า
Cholesterol ทั้งหมดตั้ง แล้วลบออกด้วยค่าของ HDL และ
VLDL (ซึ่งแทนที่ด้วยค่า Triglyceride/5 อีกที) นั่นเอง
ถ้าไม่เชื่อ ใครที่เพิ่งไปเจาะเลือดตรวจไขมันมา ลองเอาผล
Lab ของตัวเองมาคำนวณดูเล่นๆ สิครับ จะพบว่าได้ผลประมาณนั้นน่ะแหละ
อย่างไรก็ตาม
ในช่วงค่า Triglyceride ที่มากกว่า 400 mg/dl ขึ้นไป สัดส่วนของ
VLDL จะไม่เท่ากับ 1 ใน 5 ของ Triglyceride อีกต่อไป ทำให้ไม่สามารถใช้สูตรนี้คำนวณหาค่า
LDL ได้อีกต่อไป การหาค่า LDL ในกรณีเช่นนี้ จำเป็นที่จะต้องตรวจหาจากค่าของ
LDL ในเลือดจริงๆ ครับ
ดังนั้น
ใครที่บังเอิญไปตรวจร่างกายเจาะเลือดมาแล้วหมอเขาสั่งเจาะค่าไขมันไม่ครบคือเจาะแค่
3 ตัวที่เป็นค่า Cholesterol, Triglyceride และ HDL ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียค่าเจาะเลือดเพิ่มเติมนะครับ
ลองใช้สูตรนี้คำนวณดู คุณก็จะได้ค่า LDL ของคุณออกมาดูได้เช่นกัน
หนังสือแนะนำ |
-
สวยใน 3 นาที |
-
พันธุ์แท้ไม่แฟชั่น
เล่ม 1 |
-
พันธุ์แท้ไม่แฟชั่น
เล่ม 2 |
| |
|
|
|
|