พญ.ลลิตา ธีระสิริ
ถึงแม้ว่าเรื่องเด็กไม่กินข้าว
เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพ่อแม่แล้ว การที่เด็กเล็กไม่ยอมกินข้าวเป็นเรื่องใหญ่มาก
ย้ำว่า...หย่าย...มากมาก ดังนั้นจึงต้องมาหาวิธีการทำให้เด็กกินข้าวให้ได้
ดูเหมือนว่าการที่เด็กไม่ยอมกินข้าวจะเป็นปัญหาคู่โลกมาตลอด
เพราะเด็กป่วยง่าย เป็นหวัดง่าย พอไม่สบายทีก็เบื่ออาหารที
โบราณถึงได้มีสมุนไพรมาตรฐานสำหรับเจริญอาหารที่ใช้สำหรับเด็ก
นั่นคือ ตรีผลา ซึ่งประกอบด้วยผลไม้สามอย่างคือ มะขามป้อม
สมอไทย สมอพิเภก อย่างละเท่า ๆ กัน เขาเอามาดองเกลือบ้าง
เอามาโขลกเข้าด้วยกันคั้นน้ำป้อนเด็กบ้าง ว่ากันว่าทำให้เจริญอาหารทันตาเห็น
สาเหตุอื่น
ๆ ที่เด็กไม่ยอมกินข้าว หลัก ๆ ยังมีอีกสองสาเหตุคือ อย่างแรกเป็นเรื่องของตัวเด็ก
เด็กขี้เบื่อเอง แต่อีกเรื่องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่คิดว่าเด็กน่าจะกินได้มากกว่านี้ก็เลยกังวลเกิดเหตุ
สำหรับเด็กในวัยใกล้ขวบถึงสองขวบ
เด็กจะมีนิสัยเหมือนกันหมดอยู่อย่างหนึ่งคือ ต้องการเรียนรู้โลก
อะไร ๆ ก็ดูน่าสนใจไปหมด อยากเล่น อยากสำรวจสิ่งรอบตัว
เด็กในวัยนี้จึงไม่ห่วงเรื่องกิน ไม่หิวฉันก็ไม่กิน แต่พอถึงมื้อผู้ใหญ่จะป้อนข้าวเด็ก
เด็กก็จะเบือนหน้าหนีเพราะความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่เรื่องกิน
ถ้าลูกหลานใครเป็นแบบนี้ก็แก้ง่ายหน่อย คือป้อนข้าวไปเดินเล่นไป
หรือให้เด็ก ๆ เล่นด้วยกันไปกินข้าวไป พอเด็กเผลอก็ป้อนข้าวเข้าปาก
ใช้อุบายแบบนี้เดี๋ยวเดียวข้าวก็หมดถ้วยแล้ว
อีกปัญหาหนึ่งของเด็กก็คือ
เบื่อง่าย บางคนกินอาหารซ้ำ ๆ ไม่ได้ ผู้ใหญ่ก็คิดว่าเด็กกินหมูบดกินไข่
กับข้าวต้มเละ ๆ กินกล้วยทุกมื้อก็ได้แล้ว แต่อย่าลืมว่าเด็กเบื่อเป็น
เราจึงต้องค้นหาเมนูเด็กมาป้อนเขา หรือทำให้หน้าตาของอาหารให้น่าสนใจ
เขาจะได้กินข้าวได้
ปัญหาสุดท้ายคือ
เด็กไม่ว่าคนไหนก็คนนั้นไม่ชอบถูกบังคับ การจับเด็กนั่งในเก้าอี้เด็กเพื่อป้อนข้าวก็อาจจะเป็นการขัดใจเขา
แล้วทำให้เขาต่อต้านการป้อนอาหารได้ ตามตำราแนะว่าให้เด็กเล่นกินข้าวเอง
ให้เด็กป้อนตัวเอง จะใช้มือจนเปรอะ พื้นบ้าน โต๊ะจะเลอะเทอะอย่างไรก็ต้องยอมไปก่อน
ให้เด็กกินข้าวให้ได้เป็นใช้ได้
สุดท้ายเป็นปัญหาของผู้ใหญ่
เราอาจจะคาดหวังให้เด็กเล็กกินข้าวเยอะ ๆ เพื่อจะได้โตเร็ว
ๆ เพื่อจะได้นอนนาน ๆ จึงจำเป็นต้องรู้ว่าเด็กอายุเท่าไรจะกินได้มากน้อยแค่ไหน
ผู้ใหญ่อย่างเราจะได้ไม่เป็นกังวล
ปกติเด็กต่ำกว่า
1 ปี กินข้าวมื้อเล็ก ๆ วันละมื้อ เด็กอายุใกล้ขวบกินสองมื้อก็ถมเถแล้ว
ด้วยอาหารหลักของเขายังคงเป็นนมแม่ เด็กอายุ 1-2 ปี กินข้าววันละ
3 มื้อแต่เป็นมื้อเล็ก ๆ นะ ปริมาณอาจจะเท่ากับ 2 ช้อนโต๊ะก็ถือว่ามาก
เมื่ออายุมากขึ้นแต่ละมื้อก็อาจจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น
แต่อาหารของเด็กควรประกอบด้วยโปรตีนเป็นหลัก
มีไขมันพอสมควร เพราะเขายังคงต้องเจริญเติบโต แต่ไม่ควรลืมข้าวกล้อง
และควรเน้นให้เด็กชินกับรสชาติของผักตั้งแต่อายุ 6 เดือนด้วย
ซึ่งอาจจะเริ่มด้วยน้ำต้มผัก ผักครูดละเอียด เมื่อเด็กเคี้ยวได้แล้วเมื่ออายุ
1 ปีกว่า ก็ให้ผักต้มนิ่ม ๆ เช่น ถั่วฝักยาว แครอต ฟักทองอะไรทำนองนี้
หัดให้เด็กกินผักสดบ้างยิ่งดีใหญ่เลย เริ่มจากประเภทแตงกวา
ถั่ว ผักกาดแก้ว ผักกาดคอส ผลไม้สดบ้านเราล้วนเหมาะกับเด็กทั้งสิ้น
กล้วย มะละกอ ส้ม แคนตาลูป แอปเปิล ฝรั่ง หากอยากให้เขากินผลไม้แต่เขายังเคี้ยวไม่ได้
ก็ให้คั้นน้ำป้อนเอา การที่เด็กชินกับรสชาติของผลไม้ที่หลากหลายจะทำให้เรามีทางเลือกอาหารให้เด็กได้มากขึ้น
เพื่อที่เขาจะได้เติบโตเป็นเด็กแข็งแรง
ต่อไปนี้เป็นเมนูของเด็กเล็ก
อย่าคิดว่าจะต้องป้อนแต่ข้าวต้มหรือข้าวครูด อาหารของเด็กแม้จะเล็กแต่ก็ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
เพื่อไม่ให้เขาเบื่อ ดังนั้นจะใช้อาหารประเภทแป้งแบบไหนแทนข้าวก็ย่อมได้ทั้งสิ้น
และอย่าลืมว่าหน้าตาก็ต้องน่ากิน และได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง
5 หมู่ กินข้าวแล้วตามหลังด้วยผลไม้อีกถ้วยเล็ก ๆ หรือน้ำคั้นจากผลไม้สดก็น่าจะดีกว่าการป้อนข้าวเฉย
ๆ
| 
|
|
|
|
|
ข้าวเหนียวปลาย่าง |
มันฝรั่งทอด |
ขนมปังกรอบจุ่มซุปไก่ |
|
หนังสือแนะนำ |
-
สอนลูกให้เรียนเก่ง |
-ไอเดียวิ่งฉิวไอคิวกระฉูด |
-
Boost ไอคิว Build ไอเดีย |
| |
|
|
|
|