บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 125:01-15 ส.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 01 สิงหาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: ทัวร์สุขภาพบัลวี - เวียงพิงค์ กินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายเสริมสุขภาพ แอโรบิกในน้ำ วันที่ 23-25 ตุลาคม 2551 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
เด็กไม่ยอมกินข้าว


พญ.ลลิตา ธีระสิริ

ถึงแม้ว่าเรื่องเด็กไม่กินข้าว เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพ่อแม่แล้ว การที่เด็กเล็กไม่ยอมกินข้าวเป็นเรื่องใหญ่มาก ย้ำว่า...หย่าย...มากมาก ดังนั้นจึงต้องมาหาวิธีการทำให้เด็กกินข้าวให้ได้

ดูเหมือนว่าการที่เด็กไม่ยอมกินข้าวจะเป็นปัญหาคู่โลกมาตลอด เพราะเด็กป่วยง่าย เป็นหวัดง่าย พอไม่สบายทีก็เบื่ออาหารที โบราณถึงได้มีสมุนไพรมาตรฐานสำหรับเจริญอาหารที่ใช้สำหรับเด็ก นั่นคือ ตรีผลา ซึ่งประกอบด้วยผลไม้สามอย่างคือ มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก อย่างละเท่า ๆ กัน เขาเอามาดองเกลือบ้าง เอามาโขลกเข้าด้วยกันคั้นน้ำป้อนเด็กบ้าง ว่ากันว่าทำให้เจริญอาหารทันตาเห็น

สาเหตุอื่น ๆ ที่เด็กไม่ยอมกินข้าว หลัก ๆ ยังมีอีกสองสาเหตุคือ อย่างแรกเป็นเรื่องของตัวเด็ก เด็กขี้เบื่อเอง แต่อีกเรื่องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่คิดว่าเด็กน่าจะกินได้มากกว่านี้ก็เลยกังวลเกิดเหตุ

สำหรับเด็กในวัยใกล้ขวบถึงสองขวบ เด็กจะมีนิสัยเหมือนกันหมดอยู่อย่างหนึ่งคือ ต้องการเรียนรู้โลก อะไร ๆ ก็ดูน่าสนใจไปหมด อยากเล่น อยากสำรวจสิ่งรอบตัว เด็กในวัยนี้จึงไม่ห่วงเรื่องกิน ไม่หิวฉันก็ไม่กิน แต่พอถึงมื้อผู้ใหญ่จะป้อนข้าวเด็ก เด็กก็จะเบือนหน้าหนีเพราะความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่เรื่องกิน ถ้าลูกหลานใครเป็นแบบนี้ก็แก้ง่ายหน่อย คือป้อนข้าวไปเดินเล่นไป หรือให้เด็ก ๆ เล่นด้วยกันไปกินข้าวไป พอเด็กเผลอก็ป้อนข้าวเข้าปาก ใช้อุบายแบบนี้เดี๋ยวเดียวข้าวก็หมดถ้วยแล้ว

อีกปัญหาหนึ่งของเด็กก็คือ เบื่อง่าย บางคนกินอาหารซ้ำ ๆ ไม่ได้ ผู้ใหญ่ก็คิดว่าเด็กกินหมูบดกินไข่ กับข้าวต้มเละ ๆ กินกล้วยทุกมื้อก็ได้แล้ว แต่อย่าลืมว่าเด็กเบื่อเป็น เราจึงต้องค้นหาเมนูเด็กมาป้อนเขา หรือทำให้หน้าตาของอาหารให้น่าสนใจ เขาจะได้กินข้าวได้

ปัญหาสุดท้ายคือ เด็กไม่ว่าคนไหนก็คนนั้นไม่ชอบถูกบังคับ การจับเด็กนั่งในเก้าอี้เด็กเพื่อป้อนข้าวก็อาจจะเป็นการขัดใจเขา แล้วทำให้เขาต่อต้านการป้อนอาหารได้ ตามตำราแนะว่าให้เด็กเล่นกินข้าวเอง ให้เด็กป้อนตัวเอง จะใช้มือจนเปรอะ พื้นบ้าน โต๊ะจะเลอะเทอะอย่างไรก็ต้องยอมไปก่อน ให้เด็กกินข้าวให้ได้เป็นใช้ได้

สุดท้ายเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ เราอาจจะคาดหวังให้เด็กเล็กกินข้าวเยอะ ๆ เพื่อจะได้โตเร็ว ๆ เพื่อจะได้นอนนาน ๆ จึงจำเป็นต้องรู้ว่าเด็กอายุเท่าไรจะกินได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ใหญ่อย่างเราจะได้ไม่เป็นกังวล

ปกติเด็กต่ำกว่า 1 ปี กินข้าวมื้อเล็ก ๆ วันละมื้อ เด็กอายุใกล้ขวบกินสองมื้อก็ถมเถแล้ว ด้วยอาหารหลักของเขายังคงเป็นนมแม่ เด็กอายุ 1-2 ปี กินข้าววันละ 3 มื้อแต่เป็นมื้อเล็ก ๆ นะ ปริมาณอาจจะเท่ากับ 2 ช้อนโต๊ะก็ถือว่ามาก เมื่ออายุมากขึ้นแต่ละมื้อก็อาจจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

แต่อาหารของเด็กควรประกอบด้วยโปรตีนเป็นหลัก มีไขมันพอสมควร เพราะเขายังคงต้องเจริญเติบโต แต่ไม่ควรลืมข้าวกล้อง และควรเน้นให้เด็กชินกับรสชาติของผักตั้งแต่อายุ 6 เดือนด้วย ซึ่งอาจจะเริ่มด้วยน้ำต้มผัก ผักครูดละเอียด เมื่อเด็กเคี้ยวได้แล้วเมื่ออายุ 1 ปีกว่า ก็ให้ผักต้มนิ่ม ๆ เช่น ถั่วฝักยาว แครอต ฟักทองอะไรทำนองนี้ หัดให้เด็กกินผักสดบ้างยิ่งดีใหญ่เลย เริ่มจากประเภทแตงกวา ถั่ว ผักกาดแก้ว ผักกาดคอส ผลไม้สดบ้านเราล้วนเหมาะกับเด็กทั้งสิ้น กล้วย มะละกอ ส้ม แคนตาลูป แอปเปิล ฝรั่ง หากอยากให้เขากินผลไม้แต่เขายังเคี้ยวไม่ได้ ก็ให้คั้นน้ำป้อนเอา การที่เด็กชินกับรสชาติของผลไม้ที่หลากหลายจะทำให้เรามีทางเลือกอาหารให้เด็กได้มากขึ้น เพื่อที่เขาจะได้เติบโตเป็นเด็กแข็งแรง

ต่อไปนี้เป็นเมนูของเด็กเล็ก อย่าคิดว่าจะต้องป้อนแต่ข้าวต้มหรือข้าวครูด อาหารของเด็กแม้จะเล็กแต่ก็ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อไม่ให้เขาเบื่อ ดังนั้นจะใช้อาหารประเภทแป้งแบบไหนแทนข้าวก็ย่อมได้ทั้งสิ้น และอย่าลืมว่าหน้าตาก็ต้องน่ากิน และได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ กินข้าวแล้วตามหลังด้วยผลไม้อีกถ้วยเล็ก ๆ หรือน้ำคั้นจากผลไม้สดก็น่าจะดีกว่าการป้อนข้าวเฉย ๆ


ข้าวต้มฝักทอง

ข้าวเหนียวปลาย่าง
มันฝรั่งทอด
ขนมปังกรอบจุ่มซุปไก่


หนังสือแนะนำ
- สอนลูกให้เรียนเก่ง
-ไอเดียวิ่งฉิวไอคิวกระฉูด
- Boost ไอคิว Build ไอเดีย