บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 124:16-31 ก.ค.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 16 กรกฎาคม 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: เสวนาสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ” นำโดย พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2551 ณ. บัลวีพระราม 6 โทร.02-615-8822 ::: พบกับร้านสุขภาพสาขาใหม่ของบัลวี ณ ตลาดต้นไม้และสัตว์เลี้ยงการ์เด้นมอลล์ ใกล้ศูนย์การค้าซีคอน หลังวิทยาลัยดุสิตการโรงแรม โทร . 02-321-5322
 
     
 
How to… สู้มะเร็ง


นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล

ธรรมชาติบำบัดคือการหวนกลับคืนสู่สามัญอีกอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ จากการตระหนักรู้ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมาว่า วิทยาการใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำอาจจะไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกนี้ ดูอย่างปัญหาโลกร้อนทุกวันนี้สิ ล้วนแล้วแต่รุนแรงขึ้นไปตามความเจริญที่มากขึ้นของพลโลกทั้งนั้น

แต่การหวนกลับคืนสู่สามัญหรือความเรียบง่าย ก็ไม่ได้หมายถึงการที่เราจะหวนกลับไปสู่ความด้อยประสิทธิภาพแต่อย่างใด ตรงกันข้าม หากเรานำธรรมชาติอันเป็นสามัญลักษณะมาปรับใช้ให้เข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ เรากลับพบว่ามันส่งเสริมประสิทธิภาพของกันและกันได้เป็นอย่างดียิ่ง

การดูแลรักษาโรคด้วยธรรมชาติบำบัดเองก็เช่นกัน ที่มักถูกมองว่าเป็นการกลับไปใช้วิธีการรักษาที่เรียบง่ายแบบแต่ก่อน บางคนจึงอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า การใช้ธรรมชาติรักษาโรคก็น่าจะทำได้กับการรักษาโรคพื้นๆ เท่านั้นไม่น่าจะรักษาโรคยากๆ อย่างมะเร็งได้... จริงหรือ?

ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า ปัญหาของโรคภัยไข้เจ็บสมัยปัจจุบัน บางส่วนนั้นเกิดขึ้นจากเราพยายามออกห่างไปจากธรรมชาติเอง และเมื่อร่างกายของเรารับเอาสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติเข้าไปมากๆ อย่างเช่น สารเคมี ปรุงแต่งอาหาร ใส่สีใส่กลิ่น ใส่ผงชูรส สารกันบูด ยาฆ่าแมลง ยาสังเคราะห์ที่กินอย่างพร่ำเพรื่อ และมลภาวะต่างๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกายมากๆ แล้ว ร่างกายก็จะสูญเสียสมดุลมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่กลไกป้องกันตนเองสูญเสียการทำงานไป ก็ทำให้เกิดโรคร้ายๆ ขึ้นมา มะเร็งก็เป็นหนึ่งในโรคเหล่านี้

การหวนคืนกลับมาปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับธรรมชาติ กินอยู่อย่างธรรมชาติ ปลอดสารพิษ กินผักผลไม้ แป้งข้าวไม่ขัดขาวอย่างข้าวกล้องและเมล็ดธัญพืชให้มากขึ้น ก็ไม่ใช่อะไรที่ซับซ้อน มองให้ง่ายๆ ก็คือ การปรับสมดุลของสภาวะร่างกายให้กลับสู่ความเป็นธรรมชาติเดิมที่มันควรจะเป็น

ถ้าโรคที่เป็นไม่ร้ายแรงนัก การปรับเปลี่ยนอาหารเพียงไม่นาน เช่น 1 หรือ 2 เดือน บางทีเราก็เริ่มที่จะเป็นผลของธรรมชาติบำบัดในการเปลี่ยนแปลงร่างกายในทางที่ดีขึ้น หรือหายจากโรคประจำตัวที่เป็นมานานได้

แต่สำหรับโรคมะเร็งมักไม่เป็นเช่นนั้น เพราะบางทีเราต้องใช้เวลาควบคุมอาหาร ควบคุมพฤติกรรมในระยะเวลาที่นานกว่า อาจจะเป็น 2-3 ปี จึงจะเริ่มเห็นผล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหลักการทางธรรมชาติบำบัดไม่สามารถใช้กับกลุ่มโรคมะเร็งได้ เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว กว่าที่คนเราจะเป็นมะเร็ง ก็มักจะใช้ชีวิตนอกลู่นอกทาง นอกแนวธรรมชาติมาเป็นสิบๆ ปี หลายคนอาจจะ 50-60 ปี ไม่เคยกินผักผลไม้เลย ดังนั้นการใช้เวลา 2-3 ปีในการควบคุมมะเร็งก็ถือว่าไม่เลวเกินไปนักกับการซื้อเวลาที่เสียไปกับการหลงทางคืนมา

เพื่อให้สามารถจัดระบบระเบียบของร่างกายให้เข้าที่ได้เร็วขึ้น การใช้ธรรมชาติบำบัดในกรณีของคนไข้มะเร็งจึงมักจะเข้มข้นกว่าคนทั่วไปมาก คนทั่วไปอาจต้องการผักผลไม้วันละ 4-5 จาน แต่คนไข้มะเร็งนั้นแนะนำให้กินน้ำผักผลไม้ปั่นเพิ่มเติมเข้าไปด้วยอีกวันละ 6-8 แก้ว

การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานก็มีความสำคัญ คนไข้มะเร็งควรที่จะออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะร่างกายกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มคนไข้มะเร็งที่ต้องได้รับยากเคมีหรือฉายรังสี ซึ่งความรู้ของการแพทย์แผนตะวันออกอย่างการแพทย์แผนไทย การแพทย์อายุรเวทแผนอินเดีย และการแพทย์แผนจีน ล้วนแล้วแต่เน้นการออกกำลังกายที่มีการฝึกปราณหรือการหายใจให้ได้ลึกและยาว ทั้งนี้เชื่อว่าสามารถปรับสมดุลเลือดลมให้สมดุล มีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าการออกกำลังกายแบบทั่วๆ ไป

เท่านั้นยังไม่พอ จากการที่ร่างกายเสียสมดุลมาเป็นเวลานาน การจะปรับสมดุลร่างกายให้ได้เร็วขึ้น อาจจะจำเป็นที่ต้องใช้สารสกัดพวกวิตามินและสมุนไพรหลายชนิดเข้ามาช่วยด้วย ในกรณีเช่นนี้ การเลือกใช้วิตามินและสมุนไพรอย่างเหมาะสมนั้น พบว่ามีส่วนช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาโรคด้วยการแพทย์แบบแผนไม่มากก็น้อย

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ณ ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนานำเอาวิธีการรักษาใหม่ๆ ที่เป็นวิธีที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติแต่นำมาพัฒนาให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นนำมาร่วมรักษาด้วย อาทิเช่น การใช้ Hematogenous Oxygenate Therapy การใช้ความร้อนบำบัดเฉพาะที่ (Local Hyperthermia) การใช้ Oxygen ศักดาสูงมาช่วยฟื้นฟูสภาวะอ่อนเพลียจากตัวโรคมะเร็งและจากการรักษาด้วยยาเคมี พบว่าช่วยให้คนไข้มะเร็งต่อสู้กับโรคร้ายได้ดีขึ้นด้วย

ประสบการณ์ต่างๆ ในการดูแลคนไข้ด้วยธรรมชาติบำบัดที่บัลวีใช้มาเป็นเวลาต่อเนื่องกว่า 30 ปี ทำให้ ณ ตอนนี้ เรามีคนไข้ที่เคยป่วยด้วยโรคมะเร็ง และใช้แนวทางธรรมชาติบำบัดเข้าไปร่วมรักษา จนประสบความสำเร็จหลายราย บางคนก็หายสนิท บางคนก็ยังอยู่มาเป็นสิบปีจนถึงวันนี้

หนังสือแนะนำ
- มะเร็งพ่าย
- มะเร็งรักษาหาย
- อร่อย 200 จาน