สมัยนี้เป็นสมัยของกาแฟ
แทบทุกคนดื่มกาแฟกันเป็นประจำ จนมีร้านกาแฟเต็มบ้านเต็มเมือง
สำหรับชากลับมีคนนิยมน้อย ทั้ง ๆ ที่มีคำกล่าวว่า คนดื่มน้ำชาเป็นคนมีวัฒนธรรม
แต่คนดื่มกาแฟนั้นเป็นคาวบอย
ที่จริงการดื่มชาให้ความรู้สึกโรแมนติกกว่าการดื่มกาแฟมากนัก
ไม่ว่าจะเป็นชาฝรั่ง ชาซีลอน ชาจีน หรือกระทั่งปัจจุบันเรามีชาสมุนไพรไร้คาเฟอีน
เรามีชาดอกไม้ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของชาสมุนไพร ที่ให้ทั้งความรู้สึกละเอียดอ่อนและให้ประโยชน์ต่อสุขภาพไปพร้อม
ๆ กัน
เมื่อสัก
50 ปีก่อน มีภาพยนตร์ชื่อ Tea for Two ออกแนวรักโรแมนติก
แถมยังมีเพลงรักชื่อเดียวกันนี้ด้วย ก็เอาวัฒนธรรมการดื่มชามาเป็นสื่อรัก
มีคาเฟ่น่ารัก ๆ กระทั่งร้านหรู ๆ ในโรงแรมระดับโลกในประเทศไทยที่ใช้ชื่อ
Tea for Two ด้วย ดังนั้น จงเชื่อเถอะว่าการดื่มชาเป็นเรื่องดี
แสดงถึงความมีวัฒนธรรม และแฝงไว้ด้วยความโรแมนติกในตัว
และถ้าได้จิบชากันสองคน ก็น่าจะเข้ากับเทศกาลนี้เป็นอย่างยิ่ง
ถ้าพูดถึงชาเฉย
ๆ เราก็จะนึกถึงเครื่องดื่มที่ชงจากใบชาที่มาจากต้นไม้ชื่อ
Camellia sinensis ชาจีน ชาอัสสัม ชาซีลอน ชาฝรั่งอะไรทำนองนี้
นั่นเป็นชาดั้งเดิมที่เรารู้จักกัน แต่สมัยนี้ ใบไม้ สมุนไพร
ดอกไม้ อะไรก็ตามที่เอามาชงกับน้ำร้อนแบบเดียวกับการชงชา
เราก็เรียก "ชา" ทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้ชัดเจนก็เติมคำว่า
ชาขิง ชาตะไคร้ ชาดอกคำฝอย ชาเก็กฮวย ชาใบหม่อน เติมชื่อสมุนไพรที่เอามาทำชาเข้าไปก็เป็นอันรู้กันว่าเครื่องดื่มนั้นเป็นชาสมุนไพรไม่ใช่ชาจริง
ๆ
วันนี้จึงจะชวนท่านผู้อ่านมาชงชาหลาย
ๆ แบบกัน ใครชอบใจแบบไหนก็เลือกเอาเอง
| 
|
|
|
|
High tea กับขนมฝรั่ง |
ชาจีนกับผลไม้ |
ชามะตูมกับขนมปังหน้าหมู
|
ชาดอกไม้
|
|
หนังสือแนะนำ |
-
ล้อมวงชงชา |
-
อาหารเป็นยา |
-
อาหารบำบัดโรค |
| |
|
|
|
|