บัลวีรายปักษ์ ฉบับที่ 127:01-15 ก.ย.51 ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 01 กันยายน 2551 -*- ::: มหกรรมธรรมชาติบำบัดครั้งที่ 29 “ สุขภาพผู้สูงวัย ” โดย นพ. บรรจบ และ นพ ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551 ฟรี ! ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซ.ศูนย์วิจัย โทร.02-615-8822 ::: ทัวร์สุขภาพบัลวี - เวียงพิงค์ กินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายเสริมสุขภาพ แอโรบิกในน้ำ วันที่ 23-25 ตุลาคม 2551 โทร.02-615-8822
 
     
 
สมการสุขภาพที่คุณควรรู้ (6 )

นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล


ว่ากันแล้วก็ขอว่ากันต่อให้จบ ทั้งเรื่องของความอ้วนความผอม ปริมาณไขมันหน้าท้อง ไล่ไปจนถึงการออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน คราวนี้สมการสุขภาพของเราจะมาพูดถึงสูตรคำนวณหาไขมันในเลือดกัน

เชื่อว่าเกือบทุกคนที่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป จะต้องเคยเจาะเลือดตรวจร่างกายประจำปีกันมาไม่มากก็น้อย และค่าเลือดตัวหนึ่งที่มีการเจาะกันจนเป็นมาตรฐานก็คือ ค่าไขมันในเลือดนั่นเอง

ค่าไขมันในเลือดประกอบไปด้วยไขมันชนิดต่างๆ ถ้าจะตรวจวัดกันให้หมดก็มักจะมี 4 ตัวนั่นคือค่า Cholesterol, Triglyceride, LDL และ HDL สำหรับคนทั่วไปจะรู้สึกงงว่ามันทั้ง 4 ตัวคืออะไรก็ไม่รู้ ทั่วไปแล้ว Cholesterol เป็นไขมันที่ชาวบ้านชาวช่องรู้จักกันดีที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ตัว เพราะมันถูกบอกว่าถ้ามีมากเกินไปในกระแสเลือด คือมากเกินกว่า 200 mg/dl ก็จะไปตกตะกอนอุดตันเส้นเลือดให้เราเป็นโรคหัวใจอัมพฤกษ์อัมพาตเล่น มันจึงถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสุขภาพ ในทางตรงกันข้ามอาหารสุขภาพหลายๆ ตัวจึงต้องออกมาโฆษณากันว่าไม่มี Cholesterol ยิ่งยุคหลังๆ นี้คนกลัว Cholesterol กันมากขึ้น แพทย์บางท่านจึงเริ่มจ่ายยารักษาไขมันในเลือดด้วยเกณฑ์ที่ต่ำกว่า 200 mg/dl ก็มี

ไขมันตัวที่สองที่ีคนทั่วไปรู้จักกันรองลงมาก็คือ Triglyceride ซึ่งเป็นไขมันที่มีลักษณะเป็น 3 ง่าม ที่แต่ละง่ามเอาไว้เป็นที่เกาะของกรดไขมันที่มีลักษณะสายโซ่ยาวๆ อีกทีหนึ่ง Triglyceride แต่เดิมเชื่อกันว่าถ้ามีมากจนเกินไปก็จะตกตะกอนอุดตันเส้นเลือดได้เช่นเดียวกับ Cholesterol ในทางการแพทย์จึงไม่อยากให้คนป่วยมีไขมัน Triglyceride นี้เกิน 160 mg/dl

แต่ด้วยความรู้ที่มากขึ้นเกี่ยวกับโรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) ที่พบว่าเฉพาะคนที่มีปัญหาความเสี่ยงที่จะเป็นโรคในกลุ่มนี้เท่านั้นที่ Triglyceride จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง แต่ไม่มีภาวะเบาหวาน ไม่มีภาวะลงพุง แพทย์บางรายก็เริ่มหยวนๆ ที่จะอนุญาตให้มีระดับ Triglyceride ที่มากกว่านี้ แต่ถ้ามีเบาหวานอยู่ล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง Triglyceride จะต้องถูกควบคุมให้เนี้ยบเลยทีเดียวเชียว

มาถึงผู้ร้ายตัวที่สาม LDL อาจเป็นชื่อที่คนไม่ค่อยคุ้นกันนัก เพราะเข้าใจยาก แต่อธิบายให้ง่ายหน่อยก็ขอบอกว่า LDL คือฟองไขมันที่ลอยไปลอยมาในกระแสเลือดนั่นเอง และทุกครั้งที่มันกลิ้งไปสัมผัสกับเส้นเลือดก็อาจจะเกาะติดกับหลอดเลือดและตกตะกอนได้เช่นกัน ดังนั้น การมี LDL ในเลือดมากเกินไป คือมากกว่า 150 mg/dl นั้น ก็เป็นความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

คราวนี้ก็มาถึงคราวของ HDL กันบ้าง HDL เป็นไขมันที่คนทั่วไปเข้าใจบทบาทของมันผิดๆ เยอะที่สุด โดยเหมารวมไปกับพวกไขมันตัวอื่นๆ ว่าเป็นสาเหตุของโรคไขมันในเลือดสูง แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่

จะว่าไปแล้ว HDL นั้นเหมือนรถเก็บขยะที่คอยเก็บขยะไขมันในหลอดเลือดของเราไปทิ้งดีๆ นี่เอง ดังนั้นการที่คนเรามีค่าของ HDL สูงๆ กลับเป็นเรื่องที่ดีๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดให้เราได้ บางทีหมอบางท่านก็มักจะเรียกชื่อเล่นของไขมัน HDL ว่า "ไขมันตัวดี" ให้พวกเราเข้าใจถึงบทบาทของมันได้ง่ายๆ

เวลาที่เราได้รับผลเลือดมาจากแพทย์หรือโรงพยาบาลที่เราไปตรวจเลือด เราอาจจะเห็นแต่ตัวเลขของแต่ละตัว แต่เชื่อหรือไม่ว่าในบรรดาค่าของไขมันทั้ง 4 ตัวที่เจาะมา บางตัวก็ไม่ใช่ค่าที่เจาะวัดได้จริงๆ แต่เป็นค่าที่คำนวณและประมาณค่ามาให้

โดยส่วนใหญ่แล้วค่าของไขมันที่เจาะได้จากเลือดของเราที่เป็นการเจาะวัดกันจริงๆ จะมี Cholesterol, Triglyceride และ HDL เป็นหลัก ส่วนค่าของ LDL นั้น ในกรณีที่ค่าของ Triglyceride เกิน 400 mg/dl นั้น สามารถคำนวณหาค่า LDL ได้จากสูตร
LDL = Cholesterol - (Triglyceride/5 + HDL)
ทั้งนี้เพราะถือว่าค่า Cholesterol ทั้งหมด เกิดจากค่าของ VLDL, HDL และ Triglyceride บวกกัน แต่เนื่องจากในช่วงที่ค่า Triglyceride ไม่มากเกิน 400 mg/dl นั้น สัดส่วนของ VLDL จะมีประมาณ 1 ใน 5 ของค่า Triglyceride เมื่อเราอยากรู้ค่า LDL จึงสามารถคำนวณย้อนกลับโดยเอาค่า Cholesterol ทั้งหมดตั้ง แล้วลบออกด้วยค่าของ HDL และ VLDL (ซึ่งแทนทีด้วยค่า Triglyceride/5 อีกที) นั่นเอง ถ้าไม่เชื่อ ใครที่เพิ่งไปเจาะเลือดตรวจไขมันมา ลองเอาผล Lab ของตัวเองมาคำนวณดูเล่นๆ สิครับ จะพบว่าได้ผลประมาณนั้นน่ะแหละ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่า Triglyceride ที่มากกว่า 400 mg/dl ขึ้นไป สัดส่วนของ VLDL จะไม่เท่ากับ 1 ใน 5 ของ Triglyceride อีกต่อไป ทำให้ไม่สามารถใช้สูตรนี้คำนวณหาค่า LDL ได้อีกต่อไป การหาค่า LDL ในกรณีเช่นนี้ จำเป็นที่จะต้องตรวจหาจากค่าของ LDL ในเลือดจริงๆ ครับ

ดังนั้น ใครที่บังเอิญไปตรวจร่างกายเจาะเลือดมาแล้วหมอเขาสั่งเจาะค่าไขมันไม่ครบคือเจาะแค่ 3 ตัวที่เป็นค่า Cholesterol, Triglyceride และ HDL ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียค่าเจาะเลือดเพิ่มเติมนะครับ ลองใช้สูตรนี้คำนวณดู คุณก็จะได้ค่า LDL ของคุณออกมาดูได้เช่นกัน

หนังสือแนะนำ
- สวย...ใน 3 นาที
- ธรรมชาติบำบัีด
พันธุ์แท้ 1
- ธรรมชาติบำบัีด
พันธุ์แท้ 2