เรากำลังว่าด้วยกลลวงอนามัย
ซึ่งก็คือการหลอกล่อให้หลงเชื่อ ให้เราปฏิบัติทางสุขภาพในทางที่ผิด
ซึ่งผมตั้งใจให้เป็นของฝากสำหรับสิ้นปี 2550 นี้ โดยเราได้เล่าสู่กันฟังไปแล้ว
6 ประการ
วันนี้ว่าด้วยสุขภาพเส้นผมบ้าง
มีคนเชื่อว่า สระผมทุกวันจะช่วยสุขภาพเส้นผม นี่น่าจะนับว่าเป็นกลลวงอนามัยประการที่
7
การสระผมทุกวันรังแต่จะทำให้เสียสุขภาพเส้นผมอย่างร้ายแรง
จนกู่ไม่กลับก็เป็นได้
เรื่องมีอยู่ว่า
เส้นผมเป็นระยางของหนังศีรษะ มันสัมพันธ์กันเหมือนคำที่ว่า
ดินดีเพราะหญ้าปก ป่ารกเพราะเสือยัง เสือมีเพราะป่าบัง
หญ้ายังเพราะดินดี เส้นผมจะดีได้นั้นสุขภาพของหนังศีรษะเป็นตัวกำหนด
และสภาพของเส้นผมก็เอื้อปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมแก่หนังศีรษะด้วย
เส้นผมก็คือสายโปรตีนที่พันกันยืดยาวออกมาเป็นเส้น
โดยหนังศีรษะมีศักยภาพในการสร้างเส้นผมออกมาเรื่อยๆ แต่ความสามารถนี้จะมากน้อยขึ้นกับอายุ
อาหารที่มาหล่อเลี้ยงหนังศีรษะ และปัจจัยภายนอกที่มากระทำต่อหนังศีรษะ
โครงสร้างของเส้นผมมีลักษณะคล้ายหลอดกาแฟ
คือเป็นหลอดสีใสที่ทำจากเคอราติน มีความหยุ่นตัว ภายในหลอดบรรจุด้วยเม็ดสีที่มีสีแตกต่างกัน
เกิดจากเม็ดสีที่หนังศีรษะสร้างแล้วบรรจุเข้าไป
เส้นผมงอกออกมาจากตุ่มรากผมซึ่งฝังอยู่ลึกลงไปในหนังศีรษะประมาณ
4-5 มม. ใต้ตุ่มนี้เป็นไขมันและมีเส้นเลือดนำอาหารมาหล่อเลี้ยงรากผมอย่างอุดมสมบูรณ์
รากผมมีหน้าที่ 3 อย่างคือ แบ่งตัวให้เส้นผมยาวขึ้น สร้างเม็ดสีบรรจุลงในเส้นผม
และสร้างโปรตีนเคอราตินทำให้เส้นผมแข็งแรง ที่รากผมมีเซลล์ที่มีชีวิตและแบ่งตัวได้รวดเร็ว
เดือนหนึ่งจะงอกราวครึ่งนิ้ว เมื่อผมร่วงไป ผมเส้นใหม่จะแทงออกมาจากรากผมเดิม
ในบางตุ่มมีผมงอกซ้อนกันหลานเส้น ทำให้เจ้าของมีผมดกหนา
ทีนี้สุขภาพเส้นผมจะดีต้องอาศัยการดูแลดังนี้คือ:
อาหารสำหรับเส้นผม
คืออาหารที่ดีต่อผิวหนังนั่นเอง ได้แก่อาหารกลุ่มที่มีปริมาณสูงของเบต้าแคโรทีน
วิตามินซี วิตามินอี สังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินบี บี12
และไบโอติน รวมถึงกำมะถัน แนะนำให้กินอาหารโปรตีนวันละ
1 ฝ่ามือของผู้เป็นเจ้าของ ผักสดวันละ 2 จาน ผลไม้สดวันละ
2 ลูก น้ำผลไม้คั้นวันละ 1 แก้ว ไขมันที่มีประโยชน์เช่นน้ำมันรำข้าว
น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันมะพร้าว กับข้าวให้ขยันกินแหล่งอาหารสังกะสีเช่นอาหารทะเล
จมูกข้าวสาลี ตับ เมล็ดฟักทอง และไข่ บี12 มีมากในกะปิ
น้ำปลา ปลาร้า ตับ ไข่ ถั่ว ไบโอตินมีมากในข้าวกล้อง ไข่แดง
ตับ ไต ถั่ว ผลไม้เปลือกแข็ง กำมะถันมีมากในกะหล่ำ ถั่วเมล็ดแห้ง
ไข่ และปลาทะเล
การนวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันมะพร้าว
มีผลบำรุงหนังศีรษะได้ดี ลดการระคายเคือง น้ำมันมะพร้าวยังดูดซึมเข้าไปช่วยเร่งอัตราใช้พลังงานของเซลล์หนังศีรษะ
เพิ่มเลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะมากขึ้น
ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยเลือดหมุนเวียน รวมทั้งหนังศีรษะ จะใช้จ็อกกิ้ง
ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง แอโรบิกในน้ำ ส่วนการว่ายน้ำบ่อยเกินไปไม่ดีกับเส้นผมเพราะคลอรีนในสระ
ถ้าว่ายน้ำควรสวมหมวก และเลือกใช้สระที่เพิ่มเกลือ ซึ่งจะลดปริมาณการใช้คลอรีน
การนวดหนังศีรษะเป็นอีกวิธีที่ง่ายในการบริหารหนังศีรษะ
คือใช้นวดด้วยปลายนิ้ว เหมือนการสระผม แต่เป็นการสระแห้ง
หรือจะแปรงผมด้วยแปลงที่เป็นตุ่มไม้กลมๆก็ได้ วันละ 100
ครั้ง
สภาพแวดล้อม
สิ่งที่กระทบต่อสุขภาพเส้นผมคืออะไรก็ตามที่ก่อการระคายเคืองหนังศีรษะ
และตัวอันตรายที่ระคายเคืองหนังศีรษะที่สุดก็คือ แชมพูสระผม
แชมพูได้รับการประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเอื้อแก่การชำระไขมันออกจากหนังศีรษะ
มันเป็นประดิษฐกรรมในโลกยุคมลภาวะเป็นพิษ เนื่องเพราะการดำรงชีวิตในสังคมเมืองจะมีฝุ่นละอองและหมอกควันมาก
สิ่งเหล่านี้จึงจับคราบบนเส้นผม ที่คนสมัยนี้ทนไม่ได้และพยายามสระมันทิ้งไป
เริ่มจากสระ 4-5 วันครั้ง มาเป็นสระ 3 วันครั้ง เป็น 2
วันครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นการสระผมทุกวัน
หารู้ไม่ว่า
การสระแต่ละครั้งนอกจากขจัดฝุ่นละอองออกไปแล้ว มันได้ขจัดไขมันที่สร้างขึ้นมาจากรากผมเอาไว้หล่อเลี้ยงเส้นผมออกไปด้วย
ผลก็คือเส้นผมขาดน้ำมันบำรุง ทำให้เส้นผมแห้งและขาดน้ำหนัก
เรื่องนี้เป็นค่านิยมที่ผลิตภัณฑ์แชมพูสระผมเป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยแรงโฆษณา
โดยมักจะหาดารานางแบบที่ผมยาวๆ มาสบัดหน้าให้เส้นผมพริ้วกระจาย
จากนั้นแต่งด้วยคอมพิวเตอร์ให้เห็นเส้นผมที่ไหวตัวเรียงกันเป็นลูกคลื่น
แล้วก็บอกไว้ว่าต้องใช้แชมพูสระผมยี่ห้อนั้นๆ แถมเพิ่มกลเม็ดในการเพิ่มยอดขายโดยตั้งชื่อแชมพูไว้ว่าใช้สระแบบทุกวันได้
ซึ่งความจริงแชมพูก็คือแชมพู ล้วนเป็นตัวขจัดไขมันออกจากหนังศีรษะทั้งสิ้น
การสระผมบ่อยเกินไป
น้ำมันจากหนังศีรษะถูกกำจัดออกทุกครั้งที่สระ รากผมก็ต้องดิ้นรนด้วยการเร่งสร้างน้ำมันออกมามากขึ้นๆ
ยิ่งสระ ยิ่งสร้าง กลายเป็นการสู้รบตบมือระหว่างเจ้าของที่หลงผิดจากกลยุทธการตลาดของแชมพูสระผม
กับหนังศีรษะผืนน้อยๆซึ่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เหตุการณ์เป็นไปสักพักหนึ่ง
หนังศีรษะที่เร่งตัวเองเต็มที่จะทำให้เกิดสภาพหนังศีรษะมันเยิ้ม
ความที่มันเยิ้มทำให้จับฝุ่นละอองได้ง่ายขึ้นไปอีก ยิ่งสร้างความรำคาญให้กับเจ้าของ
ส่วนมากแล้วเจ้าของก็จะเร่งความถี่ของการสระผม จาก 3 เป็น
2 แล้วก็เป็นการสระทุกวัน
การต่อสู้เพิ่มทวีความดุเดือด
แล้วคุณคิดดูซิครับว่าใครจะชนะ ชัยชนะย่อมตกเป็นของแชมพูสระผม
สุดท้ายหนังศีรษะก็ยอมแพ้ ไม่สามารถสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงได้เพียงพออีกต่อไป
ผลที่ตามมาก็คือ เกิดสภาพหนังศีรษะแห้ง เป็นรังแค เส้นผมเสื่อมสุขภาพ
ผมเสีย ผมแตกปลาย ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ บริษัทขายแชมพูเร่งโฆษณาต่อไปถึงความน่ารังเกียจของการมีรังแคประปรายอยู่บนคอเสื้อ
เขาชูประเด็นดังกล่าวเสียจนอาจทำให้หญิงสาวถึงกับสูญเสียแฟนหนุ่มที่มีความหยักในสมองน้อยกว่าปกติ
เขาผละจากเธอไปเพียงเพราะเห็นรังแคบนปกเสื้อ เล่นเอาสาวเจ้าต้องหันไปใช้แชมพูแบบสระทุกวันยี่ห้อที่โผล่พรวดขึ้นบนจอเพื่อสมานแผลใจของคุณเธอ
เป็นอันว่า
สาวน้อยนางนั้นได้แฟนหนุ่มสมองน้อยคืนมา เพราะเธอหันหาแชมพูดังกล่าวนั่นเอง
ครับ การรักษาสุขภาพเส้นผมไม่ใช่ด้วยการเร่งสระผม
ความจริงแล้วเราอาจสระผมเพียงสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเลิกรังแกเส้นผม
แต่ให้ใช้แปรงฝุ่นละอองออกทุกวัน การแปรงผมยังเร่งเลือดมาเลี้ยงหนังศีรษะ
และกระจายน้ำมันจากรากผมไปหาเส้นผมส่วนปลาย และถ้าจะสระผมก็ลองใช้สูตรยาสระผมจากผลไม้สดทำใช้เอง
ดังนี้ครับ:
1.กล้วยหอม
1/2-1 ลูก
2.มะนาวหรือมะกรูด
1/2-1 ลูก
3.มะละกอ
1 ซีก
4.น้ำ 1
ชาม
เอากล้วยหอมและมะละกอปั่นในเบรนเดอร์กับน้ำ
บีบมะนาวหรือมะกรูดลงไป หรือจะเผา
แล้วปั่นรวมลงไปก็ได้ นำส่วนผสมนวดหนังศีรษะแล้วหมักไว้
10-15 นาที โดยเอาหมวกคลุมผมคลุมไว้ แล้วสระออกด้วยน้ำธรรมดา
สูตรนี้จะมีกรด AHA ปรับสภาพผม และน้ำตาลผลไม้ช่วยดึงความชื้นจากอากาศให้เส้นผมเงางาม
อบอกไว้ก่อนว่า เมื่อคุณเริ่มเว้นระยะการสระผมให้ห่างออกไป
คุณอาจมีคันศีรษะหรือรู้สึกเหนอะหนะเส้นผมบ้างในวันแรกๆ
เพราะหนังศีรษะกำลังปรับสภาพ "ล้างพิษ" ให้ตัวเองซะใหม่
แต่เมื่อพ้นสัปดาห์แรก หนังศีรษะจะอ่อนเยาว์ขึ้นอีกเยอะ
คุณอาจมีหนุ่มตามจีบอีกขบวนใหญ่